การนำ ถุงพลาสติกธรรมดา (โดยเฉพาะถุงพลาสติกหูหิ้ว หรือถุงแกงทั่วไป) ไปแช่ในช่องแช่แข็ง (ช่องฟรีซ) เป็นสิ่งที่ไม่แนะนำด้วยเหตุผลหลักๆ ดังนี้
1. พลาสติกกรอบ แตก และปนเปื้อนในอาหาร
พลาสติกทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับอุณหภูมิติดลบ เมื่อเจอความเย็นจัด สารโพลิเมอร์จะสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้พลาสติก กรอบ แตก หรือฉีกขาดได้ง่าย เศษละอองพลาสติกขนาดเล็ก (Microplastics) หรือเศษถุงที่มองไม่เห็นอาจหลุดร่วงปนเปื้อนลงในอาหารได้
2. การเสื่อมสภาพและสารเคมีรั่วซึม
ถุงพลาสติกทั่วไปอาจมีการใช้สารเติมแต่ง เช่น สารช่วยให้พลาสติกนิ่ม (Plasticizers) หรือสีพิมพ์บนถุง เมื่อพลาสติกผ่านการแช่แข็งจนกรอบและเกิดการขูดขีดขณะหยิบจับ อาจทำให้สารเคมีเหล่านี้หลุดร่วงหรือปนเปื้อนสัมผัสกับอาหารโดยตรง
3. ถุงติดแน่นกับเนื้อสัตว์และแกะยาก
ผิวพลาสติกธรรมดาจะแนบติดกับความชื้นของอาหาร เมื่อแช่จนแข็ง ตัวถุงจะดึงออกจากเนื้อสัตว์หรืออาหารได้ยากมาก ทำให้ถุงฉีกขาดติดไปกับอาหาร ซึ่งเสร็จแล้วเราอาจจะเผลอกินเศษพลาสติกนั้นเข้าไปด้วย
4. เกิดภาวะ Freezer Burn (อาหารสูญเสียความชื้น)
ถุงพลาสติกธรรมดาไม่ได้ป้องกันการระเหยของน้ำและอากาศได้ดีพอ อาหารที่แช่ไว้จะสูญเสียความชื้น ทำให้เนื้อสัตว์มีลักษณะแห้ง กระด้าง สีเปลี่ยน และรสชาติเสียไป
💡 คำแนะนำในการเก็บอาหารในช่องฟรีซอย่างปลอดภัย
ใช้ถุงสำหรับแช่แข็งโดยเฉพาะ (Freezer Bags): ซึ่งทำจากพลาสติกชนิด PE หรือ PP ที่มีความหนา ยืดหยุ่นได้ดีในอุณหภูมิติดลบ และระบุชัดเจนว่า Food Grade หรือ Freezer Safe
ใช้กล่องแก้วหรือกล่องพลาสติก Food Grade: ที่มีสัญลักษณ์รองรับการใช้งานในช่องแช่แข็ง (Freezer Safe)
รีดอากาศออกก่อนปิดปากถุง: เพื่อป้องกันการเกิดเกล็ดน้ำแข็งและการเปลี่ยนแปลงของรสชาติอาหาร
CR page Mor Bank Clinic
https://www.facebook.com/reel/4387078448289304/?referral_source=external_deeplink&original_uri=https://www.facebook.com/share/r/1MTHtJtzcU/?mibextid=wwXIfr
"อย่าหาทำ! เอาถุงพลาสติกเข้าช่องฟรีซ ส่งผลเสียมากกว่าที่คิด"
1. พลาสติกกรอบ แตก และปนเปื้อนในอาหาร
พลาสติกทั่วไปที่ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับอุณหภูมิติดลบ เมื่อเจอความเย็นจัด สารโพลิเมอร์จะสูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้พลาสติก กรอบ แตก หรือฉีกขาดได้ง่าย เศษละอองพลาสติกขนาดเล็ก (Microplastics) หรือเศษถุงที่มองไม่เห็นอาจหลุดร่วงปนเปื้อนลงในอาหารได้
2. การเสื่อมสภาพและสารเคมีรั่วซึม
ถุงพลาสติกทั่วไปอาจมีการใช้สารเติมแต่ง เช่น สารช่วยให้พลาสติกนิ่ม (Plasticizers) หรือสีพิมพ์บนถุง เมื่อพลาสติกผ่านการแช่แข็งจนกรอบและเกิดการขูดขีดขณะหยิบจับ อาจทำให้สารเคมีเหล่านี้หลุดร่วงหรือปนเปื้อนสัมผัสกับอาหารโดยตรง
3. ถุงติดแน่นกับเนื้อสัตว์และแกะยาก
ผิวพลาสติกธรรมดาจะแนบติดกับความชื้นของอาหาร เมื่อแช่จนแข็ง ตัวถุงจะดึงออกจากเนื้อสัตว์หรืออาหารได้ยากมาก ทำให้ถุงฉีกขาดติดไปกับอาหาร ซึ่งเสร็จแล้วเราอาจจะเผลอกินเศษพลาสติกนั้นเข้าไปด้วย
4. เกิดภาวะ Freezer Burn (อาหารสูญเสียความชื้น)
ถุงพลาสติกธรรมดาไม่ได้ป้องกันการระเหยของน้ำและอากาศได้ดีพอ อาหารที่แช่ไว้จะสูญเสียความชื้น ทำให้เนื้อสัตว์มีลักษณะแห้ง กระด้าง สีเปลี่ยน และรสชาติเสียไป
💡 คำแนะนำในการเก็บอาหารในช่องฟรีซอย่างปลอดภัย
ใช้ถุงสำหรับแช่แข็งโดยเฉพาะ (Freezer Bags): ซึ่งทำจากพลาสติกชนิด PE หรือ PP ที่มีความหนา ยืดหยุ่นได้ดีในอุณหภูมิติดลบ และระบุชัดเจนว่า Food Grade หรือ Freezer Safe
ใช้กล่องแก้วหรือกล่องพลาสติก Food Grade: ที่มีสัญลักษณ์รองรับการใช้งานในช่องแช่แข็ง (Freezer Safe)
รีดอากาศออกก่อนปิดปากถุง: เพื่อป้องกันการเกิดเกล็ดน้ำแข็งและการเปลี่ยนแปลงของรสชาติอาหาร
CR page Mor Bank Clinic
https://www.facebook.com/reel/4387078448289304/?referral_source=external_deeplink&original_uri=https://www.facebook.com/share/r/1MTHtJtzcU/?mibextid=wwXIfr