แค่ Shopee 2 ตัว ก็ผ่อนรวม 80,000 บาท/เดือน มากกว่าเงินเดือนทั้งเดือนแล้ว! ยังมี รถอีก 3 คัน ค่างวดรวม 46,500 บาท/เดือน และหนี้ตัวอื่นอีกเพียบ
💰 รายได้ 75,000 บาท/เดือน
💳 ค่างวดหนี้ 215,500 บาท/เดือน
🧾 ค่าใช้จ่ายประจำ 25,500 บาท/เดือน
👉 ต้องใช้เงินประมาณ 241,000 บาท/เดือน
แต่หาได้ 75,000 บาท
🔴 กระแสเงินสดติดลบประมาณ 166,000 บาท/เดือน‼️
แค่ค่างวดหนี้อย่างเดียวก็เกือบ 3 เท่าของเงินเดือน
เงินเดือนหมดตั้งแต่ยังจ่าย Shopee ไม่ครบ แล้วหนี้ที่เหลือจะเอาเงินจากไหนมาจ่าย?
เคสนี้ไม่ใช่เงินเดือนน้อยครับ แต่คือ โครงสร้างหนี้และทรัพย์สินใหญ่เกินรายได้ ต้องรื้อใหม่ทั้งระบบ ไม่ใช่หาเงินก้อนใหม่มาหมุนต่อ
⸻
💰 กางรายรับ–รายจ่าย
เงินเดือน 75,000 บาท/เดือน
ค่าใช้จ่ายประจำ
• ห้อง/น้ำ/ไฟ/เดินทาง 6,500
• ค่าใช้จ่ายจำเป็น 9,000
• ส่งยอดจำนองที่ดิน/ลงทุนต่อ 10,000
รวม 25,500 บาท/เดือน
👉 ก่อนจ่ายหนี้ เหลือ 49,500 บาท
⸻
💳 กางหนี้ทั้งหมดก่อน อย่าเพิ่งพูดเรื่องแก้
• Paypaya Prompt 3,000 → 1,100/เดือน
• Money Thunder 10,000 → 1,000
• True Money 10,000 → 1,000
• Promise 30,000 → 1,000
• Finnix 38,000 → 2,000
• UOB One 50,000 → 5,000 | ค้าง 1 งวด
• Krungsri Central 40,000 → 5,000 | ค้าง 1 งวด
• Krungsri Lady 41,000 → 3,500 | ค้าง 1 งวด
• Card X 50,000 → 20,000
• Shopee S-PayLater 100,000 → 40,000
• Shopee S-Cash 100,000 → 40,000
• First Choice 120,000 → 20,000
• TTB Loan 180,000 → 7,900 | ค้าง 2 งวด
• Umay+ 337,000 → 11,000
• UOB Loan 430,000 → 10,500 | ค้าง 2 งวด
• TIDLOR 190,000 → 5,900
• Krungsri รถยนต์ 850,000 → 15,300 | ค้าง 2 งวด
• BMW Leasing 1,400,000 → 25,300 | ค้าง 1 งวด
💥 หนี้รวมประมาณ 3,979,000 บาท
💥 ค่างวดรวมประมาณ 215,500 บาท/เดือน
เงินเดือน 75,000 แต่ค่างวด 215,500
ค่างวดสูงกว่าเงินเดือนประมาณ 2.9 เท่า
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเคสนี้ ห้ามแก้ด้วยการกู้ก้อนใหม่มาหมุน
ตัวเลขบอกชัดครับว่า ไม่มีทางรักษาหนี้ทุกบัญชีพร้อมกันได้
⸻
🛡️ STEP 1 : ปิดก้อนเล็กให้จบ
• Paypaya Prompt 3,000 → 1,100/เดือน
👉 มีเงิน ปิด 3,000 บาทให้จบเลย
ตัดหนึ่งบัญชีออก ไม่ต้องแบกต่อ
⸻
🛡️ STEP 2 : กลุ่มเก็บเงินรอ Haircut
• Money Thunder 10,000 → 1,000
• True Money 10,000 → 1,000
• Promise 30,000 → 1,000
• Finnix 38,000 → 2,000
• Shopee S-PayLater 100,000 → 40,000
• Shopee S-Cash 100,000 → 40,000
ยอดรวม 288,000 บาท
เดิมจ่ายรวมถึง 85,000 บาท/เดือน
แนวทางคือ งดจ่ายและเก็บเงินรอเจรจา Haircut
โดยเฉพาะ Shopee 2 ตัว
หนี้รวม 200,000 บาท แต่ต้องจ่ายถึง 80,000 บาท/เดือน
แค่ตรงนี้ก็เกินเงินเดือนแล้วครับ
แต่จำไว้ว่า
หยุดจ่าย ≠ มีเงินให้ใช้เพิ่ม
เงินที่เคยเอาไปหมุนหนี้ ต้องเปลี่ยนเป็น เงินเก็บรอเจรจาปิดหนี้
ถ้าในอนาคตได้ข้อเสนอส่วนลดประมาณ 30–50%
• ลด 30% → เตรียมประมาณ 201,600 บาท
• ลด 50% → เตรียมประมาณ 144,000 บาท
ส่วนลดจริงขึ้นอยู่กับข้อเสนอของเจ้าหนี้ และการหยุดจ่ายมีผลต่อเครดิต มีการติดตามทวงถาม และอาจมีการดำเนินคดี
⸻
🛡️ STEP 3 : กลุ่มวางแผนเข้า SAM
• UOB One 50,000 → 5,000
• Krungsri Central 40,000 → 5,000
• Krungsri Lady 41,000 → 3,500
• Card X 50,000 → 20,000
• First Choice 120,000 → 20,000
• TTB Loan 180,000 → 7,900
• Umay+ 337,000 → 11,000
• UOB Loan 430,000 → 10,500
ยอดรวมประมาณ 1,248,000 บาท
ค่างวดเดิมประมาณ 82,900 บาท/เดือน
แนวทางคือ งดจ่าย เก็บเงินระหว่างทาง แล้วนำไปจัดการผ่าน SAM ตามแผน
ลองคำนวณให้เห็นภาพ
ยอด 1,248,000 บาท
สมมติดอกเบี้ย 5% / 120 งวด
👉 ค่างวดประมาณ 13,200 บาท/เดือน
จากเดิม 82,900 บาท
เหลือประมาณ 13,200 บาท
👉 ลดภาระประมาณ 69,700 บาท/เดือน
ตัวเลขเป็นประมาณการเพื่อใช้วางแผน ยอดและเงื่อนไขจริงต้องดู ณ วันที่ดำเนินการ
⸻
🚗 STEP 4 : วิเคราะห์รถ 3 คัน — จุดนี้ต้องตัดสินใจจากตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก
ปัจจุบันมีภาระรถ
• TIDLOR 190,000 → 5,900/เดือน
• Krungsri รถยนต์ 850,000 → 15,300/เดือน
• BMW Leasing 1,400,000 → 25,300/เดือน
หนี้รถรวมประมาณ 2.44 ล้านบาท
ค่างวดรวม 46,500 บาท/เดือน
เมื่อเทียบกับรายได้ 75,000 บาท
เฉพาะค่างวดรถกินรายได้ไปประมาณ 62%
และนี่คือแค่ “ค่างวด”
ยังไม่รวมค่าน้ำมัน ประกัน ภาษี ยาง เช็กระยะ ซ่อมบำรุง และค่าเสื่อมราคา
ในมุมการบริหารกระแสเงินสด ผมไม่แนะนำให้รักษารถทั้ง 3 คันไว้พร้อมกัน
ต้องพิจารณาว่า รถคันไหนจำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตจริง ๆ แล้วเลือกเก็บไว้เพียง 1 คัน
อีก 2 คันต้องเอา ยอดปิดบัญชีมาเทียบกับราคาขายจริง ก่อนตัดสินใจ เพราะขายรถไม่ได้แปลว่าหนี้จะหาย ถ้าราคาขายต่ำกว่ายอดปิดก็ยังมีส่วนต่างที่ต้องจัดการ
เพื่อให้เห็นภาพของแผน ผมขอใช้ สมมติฐานเชิงวิเคราะห์ ว่า หลังปรับทรัพย์สินแล้ว เหลือรถที่มีภาระ 5,900 บาท/เดือนเพียง 1 คัน
ภาระรถจะลดจาก
46,500 → 5,900 บาท/เดือน
👉 ดึงกระแสเงินสดกลับมาได้ 40,600 บาท/เดือน
👉 หรือประมาณ 487,200 บาท/ปี
นี่คือเหตุผลว่าทำไม การจัดการรถสำคัญพอ ๆ กับการจัดการหนี้
เพราะต่อให้เอาหนี้ไม่มีหลักประกันไป SAM และรอ Haircut ได้หมด แต่ยังรักษาทรัพย์สินที่กินกระแสเงินสดไว้ทุกชิ้น
โครงสร้างการเงินก็ยังไม่แข็งแรง
ส่วนจะเก็บรถคันไหนจริง ไม่ควรดูแค่ค่างวด ต้องดูพร้อมกันทั้ง
ความจำเป็นในการใช้งาน + ราคาตลาด + ยอดปิด + ส่วนต่างหลังขาย + ค่าใช้จ่ายในการถือครอง
เป้าหมายไม่ใช่ “ขายรถให้เยอะที่สุด”
แต่คือ เก็บเฉพาะทรัพย์สินที่จำเป็น และทำให้รายได้ 75,000 บาทกลับมาบริหารชีวิตได้จริง
⸻
📊 BEFORE → AFTER
🔴 ก่อนจัดแผน
รายได้ 75,000
ค่าใช้จ่ายประจำ 25,500
ค่างวดหนี้ 215,500
👉 เงินออกประมาณ 241,000 บาท/เดือน
👉 ติดลบประมาณ 166,000 บาท/เดือน
🟢 หลังจัดแผนตามสมมติฐาน
• ค่าใช้จ่ายประจำ 25,500
• SAM ประมาณ 13,200
• เหลือรถจำเป็น 1 คัน สมมติ 5,900
รวมประมาณ 44,600 บาท/เดือน
75,000 - 44,600
👉 เหลือกระแสเงินสดประมาณ 30,400 บาท/เดือน
จากเดิม 🔴 ติดลบ 166,000 บาท
กลับมา 🟢 เป็นบวกประมาณ 30,400 บาท/เดือน
กระแสเงินสดเปลี่ยนไปประมาณ 196,400 บาท/เดือน
แต่‼️ 30,400 บาทนี้ไม่ใช่เงินให้กลับไปใช้เหมือนเดิม
⸻
🏡 ที่ดินก็ต้องมีแผน
ตอนนี้มีเงินออกเกี่ยวกับที่ดิน/จำนอง 10,000 บาท/เดือน
ต้องตอบให้ได้ว่า
ยอดที่ต้องใช้เอาที่ดินออกจากจำนองเท่าไหร่?
จะเก็บเงินเพิ่มเดือนละเท่าไหร่?
ต้องใช้เวลากี่เดือนถึงจะเอาออกมาได้?
ไม่ใช่ส่งเดือนละ 10,000 ไปเรื่อย ๆ แต่ไม่มีเป้าหมายว่าจะจบเมื่อไหร่
เงินที่ดึงกระแสเงินสดกลับมาได้ ต้องกำหนดหน้าที่ให้มัน
เงินฉุกเฉิน → เงินรอ Haircut → วางแผนเอาที่ดินออกจากจำนอง → แล้วค่อยกลับไปสร้างทรัพย์สิน
⸻
⚠️ และนี่คือจุดที่อยากเตือนที่สุด
ต่อให้ผมลดค่างวดให้
ต่อให้เข้า SAM ได้
ต่อให้เจรจา Haircut ได้
ต่อให้ลดรถจาก 3 คันเหลือ 1 คัน
แต่ถ้ายังไม่รู้จักเก็บเงิน แผนทั้งหมดก็ไม่มีความหมาย
ถ้ายังไม่ยอมพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ไม่วางแผนเอาที่ดินออกจากจำนอง
และพอมีเงินเหลือก็กลับไปสร้างภาระใหม่
วงจรเดิมก็กลับมาอีก
วันนี้เงินเดือน 75,000 แล้วใช้เกิน
วันหน้าหาได้ 100,000 แต่ขยับชีวิตไปใช้ 120,000 ก็เป็นหนี้เหมือนเดิม
ต่อให้หาได้ 200,000 บาท/เดือน แต่ภาระโตตามรายได้ตลอด
สุดท้ายก็ไม่มีคำว่าพอ
การแก้หนี้ไม่ใช่แค่ทำให้ “ค่างวดลดลง”
แต่ต้องทำให้ พฤติกรรมการใช้เงินเปลี่ยนด้วย
อย่ารักษาทรัพย์สินทุกอย่าง
จนสุดท้ายรักษากระแสเงินสดของตัวเองไม่ได้
อย่ารักษาเครดิตจนชีวิตพัง
รักษางาน รักษารายได้ และค่าใช้จ่ายจำเป็นก่อน
“คนเราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างพร้อมกัน ในวันที่เรายังไม่พร้อม”
หากต้องการวางแผนแบบจริงจัง เตรียมเอกสารทั้งหมด ทักหาแอดมิน แล้วเข้ามาปรึกษาส่วนตัวได้ครับ
ผมไม่วางแผนหนี้ผ่านแชท เพราะต้องเห็นข้อมูลทั้งหมดก่อน
ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ
หากยังไม่สะดวกมาเจอ สามารถโพสต์รายละเอียดไว้ในกลุ่ม “ห้องเล่าหนี้ | คนเหนือช่วยแก้หนี้” ได้ครับ
เป็นกำลังใจให้ทุกคน หนี้มีทางจัดการ แต่ต้องเริ่มจากยอมรับตัวเลขจริงของตัวเองก่อน
#คนเหนือช่วยแก้หนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ https://www.facebook.com/Northhelp/photos/-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%A2%E0%B8%A2%E0%B8%A2%EF%B8%8F-%E0%B9%80%E0%B8%87%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99-75000-%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97-%E0%B9%81%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9C%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B5%E0%B9%89%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%A1-215500-%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%EF%B8%8F%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88-shopee-2-%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7/1780475910752681/?set=a.514722070661411
ปล. รูปภาพประกอบเฉยๆ
🚨 เห้ยยย‼️ เงินเดือน 75,000 บาท แต่ภาระผ่อนหนี้รวม 215,500 บาท/เดือน‼️
💰 รายได้ 75,000 บาท/เดือน
💳 ค่างวดหนี้ 215,500 บาท/เดือน
🧾 ค่าใช้จ่ายประจำ 25,500 บาท/เดือน
👉 ต้องใช้เงินประมาณ 241,000 บาท/เดือน
แต่หาได้ 75,000 บาท
🔴 กระแสเงินสดติดลบประมาณ 166,000 บาท/เดือน‼️
แค่ค่างวดหนี้อย่างเดียวก็เกือบ 3 เท่าของเงินเดือน
เงินเดือนหมดตั้งแต่ยังจ่าย Shopee ไม่ครบ แล้วหนี้ที่เหลือจะเอาเงินจากไหนมาจ่าย?
เคสนี้ไม่ใช่เงินเดือนน้อยครับ แต่คือ โครงสร้างหนี้และทรัพย์สินใหญ่เกินรายได้ ต้องรื้อใหม่ทั้งระบบ ไม่ใช่หาเงินก้อนใหม่มาหมุนต่อ
⸻
💰 กางรายรับ–รายจ่าย
เงินเดือน 75,000 บาท/เดือน
ค่าใช้จ่ายประจำ
• ห้อง/น้ำ/ไฟ/เดินทาง 6,500
• ค่าใช้จ่ายจำเป็น 9,000
• ส่งยอดจำนองที่ดิน/ลงทุนต่อ 10,000
รวม 25,500 บาท/เดือน
👉 ก่อนจ่ายหนี้ เหลือ 49,500 บาท
⸻
💳 กางหนี้ทั้งหมดก่อน อย่าเพิ่งพูดเรื่องแก้
• Paypaya Prompt 3,000 → 1,100/เดือน
• Money Thunder 10,000 → 1,000
• True Money 10,000 → 1,000
• Promise 30,000 → 1,000
• Finnix 38,000 → 2,000
• UOB One 50,000 → 5,000 | ค้าง 1 งวด
• Krungsri Central 40,000 → 5,000 | ค้าง 1 งวด
• Krungsri Lady 41,000 → 3,500 | ค้าง 1 งวด
• Card X 50,000 → 20,000
• Shopee S-PayLater 100,000 → 40,000
• Shopee S-Cash 100,000 → 40,000
• First Choice 120,000 → 20,000
• TTB Loan 180,000 → 7,900 | ค้าง 2 งวด
• Umay+ 337,000 → 11,000
• UOB Loan 430,000 → 10,500 | ค้าง 2 งวด
• TIDLOR 190,000 → 5,900
• Krungsri รถยนต์ 850,000 → 15,300 | ค้าง 2 งวด
• BMW Leasing 1,400,000 → 25,300 | ค้าง 1 งวด
💥 หนี้รวมประมาณ 3,979,000 บาท
💥 ค่างวดรวมประมาณ 215,500 บาท/เดือน
เงินเดือน 75,000 แต่ค่างวด 215,500
ค่างวดสูงกว่าเงินเดือนประมาณ 2.9 เท่า
นี่คือเหตุผลว่าทำไมเคสนี้ ห้ามแก้ด้วยการกู้ก้อนใหม่มาหมุน
ตัวเลขบอกชัดครับว่า ไม่มีทางรักษาหนี้ทุกบัญชีพร้อมกันได้
⸻
🛡️ STEP 1 : ปิดก้อนเล็กให้จบ
• Paypaya Prompt 3,000 → 1,100/เดือน
👉 มีเงิน ปิด 3,000 บาทให้จบเลย
ตัดหนึ่งบัญชีออก ไม่ต้องแบกต่อ
⸻
🛡️ STEP 2 : กลุ่มเก็บเงินรอ Haircut
• Money Thunder 10,000 → 1,000
• True Money 10,000 → 1,000
• Promise 30,000 → 1,000
• Finnix 38,000 → 2,000
• Shopee S-PayLater 100,000 → 40,000
• Shopee S-Cash 100,000 → 40,000
ยอดรวม 288,000 บาท
เดิมจ่ายรวมถึง 85,000 บาท/เดือน
แนวทางคือ งดจ่ายและเก็บเงินรอเจรจา Haircut
โดยเฉพาะ Shopee 2 ตัว
หนี้รวม 200,000 บาท แต่ต้องจ่ายถึง 80,000 บาท/เดือน
แค่ตรงนี้ก็เกินเงินเดือนแล้วครับ
แต่จำไว้ว่า
หยุดจ่าย ≠ มีเงินให้ใช้เพิ่ม
เงินที่เคยเอาไปหมุนหนี้ ต้องเปลี่ยนเป็น เงินเก็บรอเจรจาปิดหนี้
ถ้าในอนาคตได้ข้อเสนอส่วนลดประมาณ 30–50%
• ลด 30% → เตรียมประมาณ 201,600 บาท
• ลด 50% → เตรียมประมาณ 144,000 บาท
ส่วนลดจริงขึ้นอยู่กับข้อเสนอของเจ้าหนี้ และการหยุดจ่ายมีผลต่อเครดิต มีการติดตามทวงถาม และอาจมีการดำเนินคดี
⸻
🛡️ STEP 3 : กลุ่มวางแผนเข้า SAM
• UOB One 50,000 → 5,000
• Krungsri Central 40,000 → 5,000
• Krungsri Lady 41,000 → 3,500
• Card X 50,000 → 20,000
• First Choice 120,000 → 20,000
• TTB Loan 180,000 → 7,900
• Umay+ 337,000 → 11,000
• UOB Loan 430,000 → 10,500
ยอดรวมประมาณ 1,248,000 บาท
ค่างวดเดิมประมาณ 82,900 บาท/เดือน
แนวทางคือ งดจ่าย เก็บเงินระหว่างทาง แล้วนำไปจัดการผ่าน SAM ตามแผน
ลองคำนวณให้เห็นภาพ
ยอด 1,248,000 บาท
สมมติดอกเบี้ย 5% / 120 งวด
👉 ค่างวดประมาณ 13,200 บาท/เดือน
จากเดิม 82,900 บาท
เหลือประมาณ 13,200 บาท
👉 ลดภาระประมาณ 69,700 บาท/เดือน
ตัวเลขเป็นประมาณการเพื่อใช้วางแผน ยอดและเงื่อนไขจริงต้องดู ณ วันที่ดำเนินการ
⸻
🚗 STEP 4 : วิเคราะห์รถ 3 คัน — จุดนี้ต้องตัดสินใจจากตัวเลข ไม่ใช่ความรู้สึก
ปัจจุบันมีภาระรถ
• TIDLOR 190,000 → 5,900/เดือน
• Krungsri รถยนต์ 850,000 → 15,300/เดือน
• BMW Leasing 1,400,000 → 25,300/เดือน
หนี้รถรวมประมาณ 2.44 ล้านบาท
ค่างวดรวม 46,500 บาท/เดือน
เมื่อเทียบกับรายได้ 75,000 บาท
เฉพาะค่างวดรถกินรายได้ไปประมาณ 62%
และนี่คือแค่ “ค่างวด”
ยังไม่รวมค่าน้ำมัน ประกัน ภาษี ยาง เช็กระยะ ซ่อมบำรุง และค่าเสื่อมราคา
ในมุมการบริหารกระแสเงินสด ผมไม่แนะนำให้รักษารถทั้ง 3 คันไว้พร้อมกัน
ต้องพิจารณาว่า รถคันไหนจำเป็นต่อการทำงานและการดำรงชีวิตจริง ๆ แล้วเลือกเก็บไว้เพียง 1 คัน
อีก 2 คันต้องเอา ยอดปิดบัญชีมาเทียบกับราคาขายจริง ก่อนตัดสินใจ เพราะขายรถไม่ได้แปลว่าหนี้จะหาย ถ้าราคาขายต่ำกว่ายอดปิดก็ยังมีส่วนต่างที่ต้องจัดการ
เพื่อให้เห็นภาพของแผน ผมขอใช้ สมมติฐานเชิงวิเคราะห์ ว่า หลังปรับทรัพย์สินแล้ว เหลือรถที่มีภาระ 5,900 บาท/เดือนเพียง 1 คัน
ภาระรถจะลดจาก
46,500 → 5,900 บาท/เดือน
👉 ดึงกระแสเงินสดกลับมาได้ 40,600 บาท/เดือน
👉 หรือประมาณ 487,200 บาท/ปี
นี่คือเหตุผลว่าทำไม การจัดการรถสำคัญพอ ๆ กับการจัดการหนี้
เพราะต่อให้เอาหนี้ไม่มีหลักประกันไป SAM และรอ Haircut ได้หมด แต่ยังรักษาทรัพย์สินที่กินกระแสเงินสดไว้ทุกชิ้น
โครงสร้างการเงินก็ยังไม่แข็งแรง
ส่วนจะเก็บรถคันไหนจริง ไม่ควรดูแค่ค่างวด ต้องดูพร้อมกันทั้ง
ความจำเป็นในการใช้งาน + ราคาตลาด + ยอดปิด + ส่วนต่างหลังขาย + ค่าใช้จ่ายในการถือครอง
เป้าหมายไม่ใช่ “ขายรถให้เยอะที่สุด”
แต่คือ เก็บเฉพาะทรัพย์สินที่จำเป็น และทำให้รายได้ 75,000 บาทกลับมาบริหารชีวิตได้จริง
⸻
📊 BEFORE → AFTER
🔴 ก่อนจัดแผน
รายได้ 75,000
ค่าใช้จ่ายประจำ 25,500
ค่างวดหนี้ 215,500
👉 เงินออกประมาณ 241,000 บาท/เดือน
👉 ติดลบประมาณ 166,000 บาท/เดือน
🟢 หลังจัดแผนตามสมมติฐาน
• ค่าใช้จ่ายประจำ 25,500
• SAM ประมาณ 13,200
• เหลือรถจำเป็น 1 คัน สมมติ 5,900
รวมประมาณ 44,600 บาท/เดือน
75,000 - 44,600
👉 เหลือกระแสเงินสดประมาณ 30,400 บาท/เดือน
จากเดิม 🔴 ติดลบ 166,000 บาท
กลับมา 🟢 เป็นบวกประมาณ 30,400 บาท/เดือน
กระแสเงินสดเปลี่ยนไปประมาณ 196,400 บาท/เดือน
แต่‼️ 30,400 บาทนี้ไม่ใช่เงินให้กลับไปใช้เหมือนเดิม
⸻
🏡 ที่ดินก็ต้องมีแผน
ตอนนี้มีเงินออกเกี่ยวกับที่ดิน/จำนอง 10,000 บาท/เดือน
ต้องตอบให้ได้ว่า
ยอดที่ต้องใช้เอาที่ดินออกจากจำนองเท่าไหร่?
จะเก็บเงินเพิ่มเดือนละเท่าไหร่?
ต้องใช้เวลากี่เดือนถึงจะเอาออกมาได้?
ไม่ใช่ส่งเดือนละ 10,000 ไปเรื่อย ๆ แต่ไม่มีเป้าหมายว่าจะจบเมื่อไหร่
เงินที่ดึงกระแสเงินสดกลับมาได้ ต้องกำหนดหน้าที่ให้มัน
เงินฉุกเฉิน → เงินรอ Haircut → วางแผนเอาที่ดินออกจากจำนอง → แล้วค่อยกลับไปสร้างทรัพย์สิน
⸻
⚠️ และนี่คือจุดที่อยากเตือนที่สุด
ต่อให้ผมลดค่างวดให้
ต่อให้เข้า SAM ได้
ต่อให้เจรจา Haircut ได้
ต่อให้ลดรถจาก 3 คันเหลือ 1 คัน
แต่ถ้ายังไม่รู้จักเก็บเงิน แผนทั้งหมดก็ไม่มีความหมาย
ถ้ายังไม่ยอมพิจารณาค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
ไม่วางแผนเอาที่ดินออกจากจำนอง
และพอมีเงินเหลือก็กลับไปสร้างภาระใหม่
วงจรเดิมก็กลับมาอีก
วันนี้เงินเดือน 75,000 แล้วใช้เกิน
วันหน้าหาได้ 100,000 แต่ขยับชีวิตไปใช้ 120,000 ก็เป็นหนี้เหมือนเดิม
ต่อให้หาได้ 200,000 บาท/เดือน แต่ภาระโตตามรายได้ตลอด
สุดท้ายก็ไม่มีคำว่าพอ
การแก้หนี้ไม่ใช่แค่ทำให้ “ค่างวดลดลง”
แต่ต้องทำให้ พฤติกรรมการใช้เงินเปลี่ยนด้วย
อย่ารักษาทรัพย์สินทุกอย่าง
จนสุดท้ายรักษากระแสเงินสดของตัวเองไม่ได้
อย่ารักษาเครดิตจนชีวิตพัง
รักษางาน รักษารายได้ และค่าใช้จ่ายจำเป็นก่อน
“คนเราไม่จำเป็นต้องมีทุกอย่างพร้อมกัน ในวันที่เรายังไม่พร้อม”
หากต้องการวางแผนแบบจริงจัง เตรียมเอกสารทั้งหมด ทักหาแอดมิน แล้วเข้ามาปรึกษาส่วนตัวได้ครับ
ผมไม่วางแผนหนี้ผ่านแชท เพราะต้องเห็นข้อมูลทั้งหมดก่อน
ยินดีให้คำปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายครับ
หากยังไม่สะดวกมาเจอ สามารถโพสต์รายละเอียดไว้ในกลุ่ม “ห้องเล่าหนี้ | คนเหนือช่วยแก้หนี้” ได้ครับ
เป็นกำลังใจให้ทุกคน หนี้มีทางจัดการ แต่ต้องเริ่มจากยอมรับตัวเลขจริงของตัวเองก่อน
#คนเหนือช่วยแก้หนี้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ปล. รูปภาพประกอบเฉยๆ