1. ปรับลดช่วงราคาซื้อขาย (Tick Size) สำหรับหุ้น 5–50 บาท
คืออะไร: Tick Size คือ "ขั้นต่ำที่ราคาหุ้นจะขยับขึ้นหรือลงในแต่ละช่อง" เช่น หุ้นราคา 10 บาท แต่เดิมอาจขยับทีละ 0.10 บาท (10.00, 10.10, 10.20)
ทำไมต้องปรับ: ตลท. ปรับให้ช่วงราคาแคบลง (เช่น อาจซอยย่อยลงเป็น 0.05 บาท) เพื่อลดส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับเสนอขาย (Bid-Ask Spread)
ผลกับมือใหม่: ช่วยให้นายเคาะซื้อขายได้ราคาที่แม่นยำขึ้น ต้นทุนแฝงจากการต้องเคาะข้ามช่องแพงๆ ลดลง และตลาดมีสภาพคล่องหมุนเวียนคล่องตัวขึ้น
2. ปรับเกณฑ์ราคาขายชอร์ต (Short Sell) ใช้ Zero-Plus Tick และ Uptick
คืออะไร:
Short Sell (ยืมหุ้นมาขาย): คือการเก็งกำไรขาลง โดยยืมหุ้นคนอื่นมาขายก่อนตอนแพง แล้วค่อยซื้อคืนตอนราคาถูกลง
Zero-Plus Tick: ยอมให้ตั้งขายชอร์ตได้ที่ "ราคาเท่ากับหรือสูงกว่า" ราคาซื้อขายล่าสุด
Uptick Rule: บังคับให้ตั้งขายชอร์ตได้เฉพาะ "ราคาสูงกว่า" ราคาซื้อขายล่าสุดเท่านั้น (ห้ามเคาะขายซ้ำราคาเดิมหรือกดราคาลง)
เกณฑ์ใหม่ทำงานยังไง: วันปกติจะใช้
Zero-Plus Tick เพื่อให้การเทรดเป็นไปตามกลไกตลาด แต่ถ้าวันไหนหุ้นตัวนั้นราคาปิดดิ่งลงหนัก
ตั้งแต่ 10% ขึ้นไป วันรุ่งขึ้นจะถูกล็อกเข้าเกณฑ์
Uptick ทันที
ผลกับมือใหม่: ป้องกันไม่ให้ขาใหญ่หรือกองทุนเทขายชอร์ตซ้ำเติมแบบกดราคารัวๆ ตอนที่หุ้นกำลังตกหนัก ช่วยเบรกความผันผวนให้รายย่อยตั้งหลักทัน
3. จำกัดหุ้นที่สามารถขายชอร์ต (Short Sell) ได้
คืออะไร: แต่เดิมมีหุ้นขนาดกลาง-เล็กบางตัวเปิดให้ขายชอร์ตได้ แต่เกณฑ์ใหม่จะจำกัดให้ทำได้เฉพาะ
หุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น หุ้นในกลุ่ม SET100, หุ้นอ้างอิง Single Stock Futures, DR (ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ) และ ETF
ผลกับมือใหม่: หุ้นขนาดกลางหรือหุ้นตัวเล็กที่สภาพคล่องต่ำจะไม่ตกเป็นเป้าของการถูกยืมมาทุบขายชอร์ต ทำให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพและปลอดภัยต่อนักลงทุนรายย่อยมากขึ้น
4. ปรับปรุงการขึ้นทะเบียนกลุ่มเทรดความเร็วสูง (HFT)
คืออะไร: HFT (High-Frequency Trading) คือกลุ่มที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และอัลกอริทึมส่งคำสั่งซื้อขายด้วยความเร็วระดับเสี้ยววินาที ผ่านช่องทางส่งคำสั่งพิเศษ (Dedicated API)
เกณฑ์ใหม่: ตลท. ปรับนิยามและพฤติกรรมที่ต้องขึ้นทะเบียนให้ชัดเจนขึ้น โดยตรวจจับจากความถี่ ความเร็ว มูลค่าการซื้อขาย และสถานะการถือครองสิ้นวัน
ผลกับมือใหม่: ทำให้ตลาดรู้ตัวตนและกำกับดูแลกลุ่มบอทความเร็วสูงได้โปร่งใสขึ้น ป้องกันการใช้ระบบอัตโนมัติมาเอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป
5. เก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ (Extra Charge) บัญชีส่งคำสั่งกวนระบบ (High OTR)
คืออะไร: Order-to-Trade Ratio (OTR) คือสัดส่วนการส่งคำสั่งเทียบกับการซื้อขายจริง พฤติกรรมบางกลุ่มชอบใช้บอทส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปเป็นแสนครั้ง แต่กดยกเลิกทิ้งเกือบหมด (จับคู่ซื้อขายจริงน้อยมาก) เพื่อหลอกระบบ หลอกคนดู หรือจองคิว
บทลงโทษใหม่: บัญชีที่มี OTR เกิน 50 เท่า และส่งคำสั่งเฉลี่ยเกิน 50 ครั้งต่อนาที จะถูกเก็บเงินเพิ่ม
0.15 บาทต่อรายการ สำหรับคำสั่งส่วนที่เกิน 15,000 รายการต่อวัน
ผลกับมือใหม่: ดัดหลังพวก "บอทส่งคำสั่งหลอก" ช่วยลดขยะในระบบ ส่งผลให้ตาราง Bid/Offer ที่นายเห็นบนหน้าจอกระดานเทรดสะท้อนความต้องการซื้อขายจริงของคนในตลาดมากขึ้น
6. ยกเลิกกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band (DPB)
คืออะไร: DPB คือกรอบราคาชั่วคราวระหว่างวัน (เช่น ไม่เกิน ±2% หรือ ±3% จากราคาล่าสุด) เพื่อไม่ให้ราคาเหวี่ยงแรงเกินไปในชั่วขณะ
ทำไมถึงยกเลิก: พอมีกรอบนี้ บางครั้งทำให้การซื้อขายสะดุด โดยเฉพาะหุ้นที่สภาพคล่องน้อย เวลาคนอยากซื้อหรือขายจริง ออเดอร์กลับติดกรอบจับคู่ไม่ได้
ผลกับมือใหม่: การซื้อขายกลับมาต่อเนื่องตามกลไกราคาธรรมชาติ ไม่สะดุดหยุดชะงักระหว่างช่วงเวลาซื้อขายปกติ
7. ยกเลิกการจำกัดหุ้นที่ HFT เทรดได้
คืออะไร: เดิมทีเคยมีข้อจำกัดเรื่องประเภทหุ้นที่กลุ่ม HFT สามารถเข้ามาเทรดได้
ทำไมถึงยกเลิก: ตลท. เปลี่ยนจากการ "ห้ามเข้าถึงหุ้นบางตัว" มาเป็นการ "คุมพฤติกรรมจริงและการลงโทษผ่านค่าธรรมเนียม (เช่น เกณฑ์ OTR ในข้อ 5)" แทน
ผลกับมือใหม่: กลุ่มเทรดเดอร์ความเร็วสูงสามารถช่วยสร้างสภาพคล่อง (เติม Bid/Offer) ให้ตลาดได้กว้างขึ้น ภายใต้กติกาและค่าธรรมเนียมที่ถูกคุมเข้ม
8. ยกเลิก Minimum Resting Time (MRT)
คืออะไร: MRT คือเกณฑ์เดิมที่บังคับว่า เมื่อส่งคำสั่งซื้อหรือขายเข้าไปแล้ว จะต้องค้างคำสั่งไว้ในระบบอย่างน้อยระยะเวลาหนึ่ง (เช่น 0.25 วินาที) ถึงจะกดยกเลิกได้ เพื่อกันบอทส่งแล้วแคนเซิลทันที
ทำไมถึงยกเลิก: เกณฑ์นี้ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ต้องแบกภาระตรวจเช็กเวลาอย่างหนัก และเมื่อมีเกณฑ์เก็บค่าปรับตามข้อ 5 (OTR) มาจัดการพวกส่งคำสั่งยกเลิกรัวๆ แล้ว เกณฑ์ MRT จึงซ้ำซ้อนและไม่จำเป็นอีกต่อไป
ผลกับมือใหม่: การส่งและยกเลิกคำสั่งของนักลงทุนและโบรกเกอร์ทำได้คล่องตัวขึ้น ระบบไม่หน่วง
ตลท. เคาะ 8 มาตรการซื้อขายหุ้นแบบใหม่ และจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไป
คืออะไร: Tick Size คือ "ขั้นต่ำที่ราคาหุ้นจะขยับขึ้นหรือลงในแต่ละช่อง" เช่น หุ้นราคา 10 บาท แต่เดิมอาจขยับทีละ 0.10 บาท (10.00, 10.10, 10.20)
ทำไมต้องปรับ: ตลท. ปรับให้ช่วงราคาแคบลง (เช่น อาจซอยย่อยลงเป็น 0.05 บาท) เพื่อลดส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อกับเสนอขาย (Bid-Ask Spread)
ผลกับมือใหม่: ช่วยให้นายเคาะซื้อขายได้ราคาที่แม่นยำขึ้น ต้นทุนแฝงจากการต้องเคาะข้ามช่องแพงๆ ลดลง และตลาดมีสภาพคล่องหมุนเวียนคล่องตัวขึ้น
2. ปรับเกณฑ์ราคาขายชอร์ต (Short Sell) ใช้ Zero-Plus Tick และ Uptick
คืออะไร:
Short Sell (ยืมหุ้นมาขาย): คือการเก็งกำไรขาลง โดยยืมหุ้นคนอื่นมาขายก่อนตอนแพง แล้วค่อยซื้อคืนตอนราคาถูกลง
Zero-Plus Tick: ยอมให้ตั้งขายชอร์ตได้ที่ "ราคาเท่ากับหรือสูงกว่า" ราคาซื้อขายล่าสุด
Uptick Rule: บังคับให้ตั้งขายชอร์ตได้เฉพาะ "ราคาสูงกว่า" ราคาซื้อขายล่าสุดเท่านั้น (ห้ามเคาะขายซ้ำราคาเดิมหรือกดราคาลง)
เกณฑ์ใหม่ทำงานยังไง: วันปกติจะใช้ Zero-Plus Tick เพื่อให้การเทรดเป็นไปตามกลไกตลาด แต่ถ้าวันไหนหุ้นตัวนั้นราคาปิดดิ่งลงหนัก ตั้งแต่ 10% ขึ้นไป วันรุ่งขึ้นจะถูกล็อกเข้าเกณฑ์ Uptick ทันที
ผลกับมือใหม่: ป้องกันไม่ให้ขาใหญ่หรือกองทุนเทขายชอร์ตซ้ำเติมแบบกดราคารัวๆ ตอนที่หุ้นกำลังตกหนัก ช่วยเบรกความผันผวนให้รายย่อยตั้งหลักทัน
3. จำกัดหุ้นที่สามารถขายชอร์ต (Short Sell) ได้
คืออะไร: แต่เดิมมีหุ้นขนาดกลาง-เล็กบางตัวเปิดให้ขายชอร์ตได้ แต่เกณฑ์ใหม่จะจำกัดให้ทำได้เฉพาะ หุ้นขนาดใหญ่ที่มีสภาพคล่องสูง เช่น หุ้นในกลุ่ม SET100, หุ้นอ้างอิง Single Stock Futures, DR (ตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ) และ ETF
ผลกับมือใหม่: หุ้นขนาดกลางหรือหุ้นตัวเล็กที่สภาพคล่องต่ำจะไม่ตกเป็นเป้าของการถูกยืมมาทุบขายชอร์ต ทำให้ราคาหุ้นมีเสถียรภาพและปลอดภัยต่อนักลงทุนรายย่อยมากขึ้น
4. ปรับปรุงการขึ้นทะเบียนกลุ่มเทรดความเร็วสูง (HFT)
คืออะไร: HFT (High-Frequency Trading) คือกลุ่มที่ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์และอัลกอริทึมส่งคำสั่งซื้อขายด้วยความเร็วระดับเสี้ยววินาที ผ่านช่องทางส่งคำสั่งพิเศษ (Dedicated API)
เกณฑ์ใหม่: ตลท. ปรับนิยามและพฤติกรรมที่ต้องขึ้นทะเบียนให้ชัดเจนขึ้น โดยตรวจจับจากความถี่ ความเร็ว มูลค่าการซื้อขาย และสถานะการถือครองสิ้นวัน
ผลกับมือใหม่: ทำให้ตลาดรู้ตัวตนและกำกับดูแลกลุ่มบอทความเร็วสูงได้โปร่งใสขึ้น ป้องกันการใช้ระบบอัตโนมัติมาเอาเปรียบนักลงทุนทั่วไป
5. เก็บค่าธรรมเนียมพิเศษ (Extra Charge) บัญชีส่งคำสั่งกวนระบบ (High OTR)
คืออะไร: Order-to-Trade Ratio (OTR) คือสัดส่วนการส่งคำสั่งเทียบกับการซื้อขายจริง พฤติกรรมบางกลุ่มชอบใช้บอทส่งคำสั่งซื้อขายเข้าไปเป็นแสนครั้ง แต่กดยกเลิกทิ้งเกือบหมด (จับคู่ซื้อขายจริงน้อยมาก) เพื่อหลอกระบบ หลอกคนดู หรือจองคิว
บทลงโทษใหม่: บัญชีที่มี OTR เกิน 50 เท่า และส่งคำสั่งเฉลี่ยเกิน 50 ครั้งต่อนาที จะถูกเก็บเงินเพิ่ม 0.15 บาทต่อรายการ สำหรับคำสั่งส่วนที่เกิน 15,000 รายการต่อวัน
ผลกับมือใหม่: ดัดหลังพวก "บอทส่งคำสั่งหลอก" ช่วยลดขยะในระบบ ส่งผลให้ตาราง Bid/Offer ที่นายเห็นบนหน้าจอกระดานเทรดสะท้อนความต้องการซื้อขายจริงของคนในตลาดมากขึ้น
6. ยกเลิกกรอบราคาซื้อขายแบบ Dynamic Price Band (DPB)
คืออะไร: DPB คือกรอบราคาชั่วคราวระหว่างวัน (เช่น ไม่เกิน ±2% หรือ ±3% จากราคาล่าสุด) เพื่อไม่ให้ราคาเหวี่ยงแรงเกินไปในชั่วขณะ
ทำไมถึงยกเลิก: พอมีกรอบนี้ บางครั้งทำให้การซื้อขายสะดุด โดยเฉพาะหุ้นที่สภาพคล่องน้อย เวลาคนอยากซื้อหรือขายจริง ออเดอร์กลับติดกรอบจับคู่ไม่ได้
ผลกับมือใหม่: การซื้อขายกลับมาต่อเนื่องตามกลไกราคาธรรมชาติ ไม่สะดุดหยุดชะงักระหว่างช่วงเวลาซื้อขายปกติ
7. ยกเลิกการจำกัดหุ้นที่ HFT เทรดได้
คืออะไร: เดิมทีเคยมีข้อจำกัดเรื่องประเภทหุ้นที่กลุ่ม HFT สามารถเข้ามาเทรดได้
ทำไมถึงยกเลิก: ตลท. เปลี่ยนจากการ "ห้ามเข้าถึงหุ้นบางตัว" มาเป็นการ "คุมพฤติกรรมจริงและการลงโทษผ่านค่าธรรมเนียม (เช่น เกณฑ์ OTR ในข้อ 5)" แทน
ผลกับมือใหม่: กลุ่มเทรดเดอร์ความเร็วสูงสามารถช่วยสร้างสภาพคล่อง (เติม Bid/Offer) ให้ตลาดได้กว้างขึ้น ภายใต้กติกาและค่าธรรมเนียมที่ถูกคุมเข้ม
8. ยกเลิก Minimum Resting Time (MRT)
คืออะไร: MRT คือเกณฑ์เดิมที่บังคับว่า เมื่อส่งคำสั่งซื้อหรือขายเข้าไปแล้ว จะต้องค้างคำสั่งไว้ในระบบอย่างน้อยระยะเวลาหนึ่ง (เช่น 0.25 วินาที) ถึงจะกดยกเลิกได้ เพื่อกันบอทส่งแล้วแคนเซิลทันที
ทำไมถึงยกเลิก: เกณฑ์นี้ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) ต้องแบกภาระตรวจเช็กเวลาอย่างหนัก และเมื่อมีเกณฑ์เก็บค่าปรับตามข้อ 5 (OTR) มาจัดการพวกส่งคำสั่งยกเลิกรัวๆ แล้ว เกณฑ์ MRT จึงซ้ำซ้อนและไม่จำเป็นอีกต่อไป
ผลกับมือใหม่: การส่งและยกเลิกคำสั่งของนักลงทุนและโบรกเกอร์ทำได้คล่องตัวขึ้น ระบบไม่หน่วง