JJNY : เกษตรกรปราจีนโอดหมดตัว│จับ 18 รมต.น้ำเงินล้วนขึ้นเขียง│วีระยุทธแซะพ่อเทพ│เอลนีโญจ่อทวีความรุนแรงขึ้นแถมอยู่ยาว

เกษตรกรปราจีน โอดหมดตัว น้ำท่วมบ่อปลา 800 ไร่ ไม่เหลือแม้แต่บ่อเดียว วอนรบ.เร่งช่วย
https://www.matichon.co.th/region/news_5924468
.

.
ปราจีนบุรีอ่วม! น้ำท่วมบ่อปลาเสียหายแทบ 100% เกษตรกร 800 ไร่หมดตัว วอนรัฐบาลเร่งช่วยเหลือ
.
เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสถานการณ์ความเสียหายของเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี หลังเกิดสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ในหลายอำเภอ พบว่าบ่อปลาจำนวนมากได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอบ้านสร้าง ซึ่งเกษตรกรจำนวนมากประกอบอาชีพเลี้ยงปลาเป็นหลัก
.
เกษตรกรหลายรายไม่สามารถจับหรือกู้ปลาที่เลี้ยงไว้ได้ทัน เนื่องจากมวลน้ำไหลเข้าพื้นที่อย่างรวดเร็ว ประกอบกับปลาบางส่วนยังไม่ถึงอายุที่จะจับขาย แม้เกษตรกรจะพยายามเสริมคันดินรอบบ่อให้สูงขึ้นเพื่อป้องกันน้ำ แต่ไม่สามารถต้านกระแสน้ำที่ไหลเข้ามาอย่างรุนแรงได้ ส่งผลให้ปลาหลุดออกจากบ่อ และได้รับความเสียหายแทบทั้งหมด
.
นางวนิดา ทิพมณี อายุ 46 ปี เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาเบญจพรรณ หรือลูกปลารวม ในพื้นที่ตำบลบางเดชะ หมู่ 1 ซึ่งเป็นพื้นที่ติดต่อกับอำเภอบ้านสร้าง เปิดเผยว่า ตนประกอบอาชีพเลี้ยงปลามากกว่า 800 ไร่ และมีภาระเงินกู้จาก ธ.ก.ส.กว่า 4 ล้านบาท
.
หลังเกิดน้ำท่วมครั้งนี้ บ่อปลาของตนได้รับความเสียหายทั้งหมด ไม่เหลือแม้แต่บ่อเดียว และยังไม่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายทั้งหมดได้ เนื่องจากปลาในบ่อส่วนใหญ่ถูกน้ำพัดออกไป
.
นางวนิดา กล่าวว่า เงินที่ลงทุนไปจำนวนมากได้รับความเสียหายจนแทบไม่เหลือ ขณะที่ภาระเงินกู้ยังคงอยู่ ทำให้ไม่รู้ว่าจะนำเงินจากที่ไหนมาลงทุนประกอบอาชีพอีกครั้ง โดยยอมรับว่าขณะนี้รู้สึกหมดตัวและไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นชีวิตต่อไปอย่างไร
.
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีประชาชนบางส่วนพยายามนำตาข่ายมาล้อมบริเวณหน้าบ่อ และเข้าไปจับปลาที่อาจหลงเหลืออยู่ภายในบ่อ ทำให้เจ้าของบ่อต้องเฝ้าระวังและพยายามป้องกันทรัพย์สินของตน
.
นางวนิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ตนได้นำอาหารปลาที่มีอยู่ภายในบ้านมาใช้เลี้ยงปลาที่คาดว่ายังเหลืออยู่บริเวณก้นบ่อ โดยหวังว่าจะสามารถจับปลาได้บางส่วน เพื่อนำเงินที่ได้ไปเป็นค่าน้ำมันสำหรับสูบน้ำออกจากบ่อ ก่อนทำความสะอาดและหาทางกลับมาประกอบอาชีพอีกครั้ง พร้อมวิงวอนหน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลา ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากน้ำท่วมในครั้งนี้
.
ขณะที่ นายปัญญา บำรุงสุข ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 5 ตำบลบางเดชะ เปิดเผยว่า ในพื้นที่หมู่บ้านมีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาอยู่เป็นจำนวนมาก มีพื้นที่ตั้งแต่ประมาณ 50 ไร่ ไปจนถึงหลายร้อยหรือถึง 1,000 ไร่ต่อราย โดยสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง คิดเป็นมูลค่าหลายล้านบาท
.
ด้าน นายวิชาญ สิงจอน อายุ 61 ปี เกษตรกรในตำบลบางพวง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผยว่า ตนเลี้ยงปลามากกว่า 50 ไร่ แต่ปีนี้มวลน้ำมาเร็วมากและไม่คาดคิดว่าน้ำจะเข้าถึงพื้นที่อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถกู้ปลาหรือจับปลาออกจากบ่อได้ทัน ส่งผลให้บ่อปลาของตนได้รับความเสียหายทั้งหมด
.
นายวิชาญ กล่าวว่า เงินที่ลงทุนไปกับการเลี้ยงปลาครั้งนี้สูญเสียไปทั้งหมด และยังไม่รู้ว่าจะนำเงินจากที่ใดมาลงทุนเพื่อเริ่มต้นอาชีพใหม่อีกครั้ง เนื่องจากต้นทุนเดิมได้รับความเสียหายไปแล้ว จึงอยากให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างจริงจัง
.

.
145 ฝ่ายค้าน จับ 18 รมต.น้ำเงินล้วน ขึ้นเขียงซักฟอก ยันขอเวลา 5 วัน -โสภณ จ่อส่งครม.ล็อกวันทันที
https://www.matichon.co.th/politics/news_5924283
.
‘ฝ่ายค้าน’ ยื่นซักฟอก 18 รัฐมนตรี ‘อนุทิน’ ข้อหาระบอบน้ำเงินกินรวบประเทศ เน้น ฮั้วสว. โกงสอบท้องถิ่น บริหารงานพลาด ‘โสภณ’ รับลูกทำให้เร็ว พร้อมส่งครม.ล็อควัน ด้าน ‘สาธิต’ เผย ขอเวลา 5 วันอภิปราย ย้ำชื่อที่เสนอมีข้อมูลแน่น หวังเปิดข้อมูลจริงให้ประชาชนตัดสินจะไว้วางใจรมต.หรือไม่
.
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 8 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นญัตติอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ต่อ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนพร้อมเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้าน ร่วมกันเข้าชื่อ 145 คน ยกเว้นพรรคกล้าธรรม ในการขอขออภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล จำนวน 18 คน ประกอบด้วย
.
1. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
2. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
3. นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
4. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
5. นางศุภจี สุธรรมพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า
6. นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
7. พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
8. นายสุรศักดิ์ พันเจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
9. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)
10. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
11. พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
12. นายนภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
13. น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำนักนายกรัฐมนตรี
14. นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
15. นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี 16.นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
17. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
และ 18. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่ฝ่ายค้านรวบรวมมาเป็นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ ต้องการอภิปรายไม่ไว้วางใจต่อระบอบสีน้ำเงินที่กินรวบประเทศนี้อยู่ ซึ่งระบบนี้เป็นศัตรูและอาชญากรรมต่อระบอบประชาธิปไตย อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตยอย่างชัดเจน และกำลังกินรวบประเทศนี้อยู่ ไม่ใช่แค่อำนาจในสภาผู้แทนราษฎรอย่างเดียวเท่านั้น แต่อาจหมายรวมถึงสมาชิกวุฒิสภา และกลไกลถ่วงดุลตรวจสอบ หรือองค์กรอิสระต่างๆ ด้วย ดังนั้น เนื้อหาการอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ว่าจะเป็นการโกงสว. ทุจริตสอบท้องถิ่น วิกฤตประชาชน เช่น การบริหารจัดการน้ำท่วมต่างๆ ล้วนอยู่ในกรอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจทั้งสิ้น
.
นายณัฐพงษ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ จะเห็นว่ารายชื่อทั้ง 18 คนนั้น มีหลายคนไม่ได้อยู่ในรายชื่อสำนวนคดีโกงส.ว. ดังนั้น เราไม่ได้พุ่งเป้าไปที่คดีโกงส.ว.อย่างเดียว แต่อะไรก็ตามที่เป็นวิกฤตของประชาชนที่อยู่ตรงข้ามกับความเป็นประชาธิปไตย การใช้อำนาจในทางมิชอบต่างๆ ก็อยู่ในเนื้อหาการอภิปรายทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นในการทำหน้าที่ในสภาฯ คือการตีแผ่ความจริง อย่างที่ 2 คือการตั้งความหวังได้ไม่มากเท่าใดนัก แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเรียกร้องเพื่อเป็นการใช้อำนาจนิติบัญญัติในสภาฯ และถ้าเห็นข้อมูล ข้อเท็จจริงที่จะอภิปรายรายบุคคลทั้ง 18 คนนี้ จากที่ฝ่ายค้านได้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบก็ต้องรอดูว่าการลงมติไม่ไว้วางใจอีกครั้งว่า สส.แต่ละคนแต่ละพรรคการเมืองจะลงมติอย่างไร
.
“ยืนยันว่า เรามีการเตรียมกรอบญัตติมาตามเนื้อหาข้อเท็จจริงเป็นหลักคือมีหลักฐานที่มีน้ำหนักระดับหนึ่งและเปิดโอกาสให้พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคได้เสนอเข้ามา ฉะนั้นใน 18 รายชื่อที่ส่งเข้ามานี้ ผ่านหลักเกณฑ์ทั้ง 2 ข้อ ย้ำว่าการยื่นญัตติครั้งนี้เป็นไปตามกระบวนการทั้งหมด และถือว่าเรามีความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
ด้าน นายสาธิต วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ถือว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐธรรมนูญตามมาตรา 151 ถือเป็นมาตรการสำคัญสูงสุดอันหนึ่งในการตรวจสอบการทำหน้าที่ของรัฐบาล โดยพรรคยื่นรายชื่อรัฐมนตรีที่จะอภิปรายกับคณะทำงานของฝ่ายค้าน แม้อาจไม่ครบตามรายชื่อ 18 คน แต่ก็มีจำนวนหนึ่งที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นมา เพราะพบชุดข้อมูลที่ชี้ให้เห็นชัดถึงพฤติกรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐมนตรี ที่เราเห็นว่ามีการบริหารราชการแผ่นดินผิดพลาด บกพร่อง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายและเอื้อประโยชน์ให้กับพรรค พวกพ้อง สร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติอย่างแท้จริง

“ยืนยันว่าเราพร้อมที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งประสบการณ์ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลในหลายยุคที่ผ่านมาความสำคัญไม่ได้อยู่ที่มือใครมากกว่ากัน แต่ความสำคัญอยู่ที่ชุดของข้อมูลที่ชี้ให้เห็นถึงความผิดพลาดบกพร่อง ผิดกฎหมาย ผิดรัฐธรรมนูญ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และมีพฤติกรรมที่กระทำไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นหลักจริยธรรม หรืออื่นๆ จะทำให้สังคม โดยเฉพาะประชาชนที่ติดตามการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน ได้เห็นอย่างชัดเจนว่า ท้ายที่สุดแล้วรัฐมนตรีท่านนั้นสมควรที่จะไว้วางใจให้ทำหน้าที่รัฐมนตรีต่อไปหรือไม่ตรงนี้จะเป็นเรื่องสำคัญที่สุด” นายสาธิต กล่าว
.
นายสาธิต กล่าวต่อว่า นอกจากจากเรื่องฮั้วส.ว. แล้วยังมีเรื่องอื่นที่อาจจะไม่เคยเป็นข่าวมาก่อน ซึ่งเราได้แจ้งต่อนายโสภณไปว่า จะขออภิปราย 5 วัน ฉะนั้น จึงฝากถึงรัฐบาลด้วยว่า 18 คนนี้ถือว่าเป็นจำนวนที่เยอะมากครั้งหนึ่งในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังว่าจะได้รับการตอบรับจากประธานโสภณ อย่างไรก็ตาม การอภิปรายอาจมีเรื่อง มีข้อมูลซ้ำกัน แต่จะมีการหารือร่วมกันเพื่อจับประเด็นอภิปรายให้มีน้ำหนักเสริมซึ่งกันและกัน
.
ด้าน นายโสภณ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า กรอบเวลาคือ 14 วัน แต่เบื้องต้นได้คุยกับผู้นำฝ่ายค้านแล้วว่าอยากจะได้ปลายเดือนตุลาคม ดังนั้น สุดแล้วแต่ขั้นตอน โดยขั้นตอนการตรวจสอบญัตติตนจะทำให้เร็วที่สุดเพื่อเสนอให้คณะรัฐมนตรียื่นวันกลับมา ซึ่งหากทุกฝ่ายไม่ติด จะเป็นช่วงปลายเดือนตุลาคม ส่วนเรื่องไหนที่เห็นว่า อยู่ในกรอบอำนาจหน้าที่ของผู้ถูกอภิปรายก็สามารถพูดในการอภิปรายได้
.
“ถือโอกาสพูดในที่สาธารณะเลยว่า คนที่ทำหน้าที่ประธาน สิ่งสำคัญที่สุดคือยึดข้อบังคับเพื่อบริหารการประชุมให้เรียบร้อย หากประธานไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับ การควบคุมของประธานจะลำบาก ดังนั้นผมจึงต้องยึดตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าฝ่ายตอบ ฝ่ายถาม รัฐบาล หรือฝ่ายค้าน ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่เอนเอียง” นายโสภณ กล่าว
.

.
วีระยุทธ แซะ พ่อเทพ ใส่ใจวันเกิดเนวิน มากกว่าน้ำท่วม ‘เจเศรษฐ์’ ซัดหยุดวาทกรรม
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10429858
.
‘วีระยุทธ’ แซะ ‘พ่อเทพ’ ใส่ใจไปงานวันเกิดเนวิน มากกว่าน้ำท่วม บี้ถามแผนรับมือน้ำเฟสสอง เดือน ต.ค. ‘เจเศรษฐ์’ ซัดกลับ หยุดสร้างวาทกรรม กระแนะกระแหน
.
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 8 ต.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดของนายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ถามนายกรัฐมนตรีถึงแนวทางจัดการน้ำท่วมและแนวทางการฟื้นฟูเยียวยาในพื้นที่ลุ่มน้ำบางปะกง โดยนายกฯ มอบหมายนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย มาตอบกระทู้แทน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่