⭐ ไตแลนด์ : จากนายกฯ สั่ง “เพิ่มเค็ม” สู่คำถามว่า คนไทยกินเค็มแค่ไหนกันแน่?

เห็นข่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ตรวจโรงครัวภูมิใจไทย และมีช่วงหนึ่งชิมอาหารแล้วบอกให้แม่ครัวเพิ่มรสเค็ม รวมถึงแนะนำให้เพิ่มซีอิ๊วดำในผัดกะเพรา จนมีคนในโซเชียลเอาไปถกเถียงกันเรื่อง “กินเค็ม” กันพอสมควร
   เรื่องหนึ่งที่น่าคุยต่อจากข่าวนี้ ไม่ใช่ว่าใครผิดหรือใครถูก แต่คือเราอาจใช้โอกาสนี้กลับมาดูว่า
คนไทยกินเค็มกันแค่ไหน แล้วความเค็มเกี่ยวอะไรกับโรคไต?



🧂 ก่อนอื่น “เค็ม” กับ “โซเดียม” คือเรื่องเดียวกันไหม?
     - เวลาเราพูดว่า “กินเค็ม” จริง ๆ สิ่งที่ต้องระวังคือ โซเดียม (Sodium) โซเดียมไม่ได้มาจากเกลืออย่างเดียว แต่ยังอยู่ใน
       น้ำปลา  ซีอิ๊ว  ซอสปรุงรส  ผงชูรส  อาหารสำเร็จรูป  บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารแปรรูป  ของหมักดอง  ขนมขบเคี้ยว  อาหารที่ปรุงรสจัด
     - ดังนั้นบางครั้งเราไม่ได้รู้สึกว่าอาหาร “เค็มมาก” แต่โซเดียมรวมทั้งมื้ออาจสูงได้

😳 แล้วคนไทยกินโซเดียมวันละเท่าไหร่?
     - ข้อมูลจากกรมอนามัยระบุว่า จากการสำรวจการบริโภคโซเดียมของคนไทย คนไทยได้รับโซเดียมจากอาหารเฉลี่ยประมาณ 3,636 มิลลิกรัมต่อคนต่อวัน
     - ขณะที่องค์การอนามัยโลกแนะนำผู้ใหญ่บริโภคโซเดียม ไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน
     - แปลว่าโดยเฉลี่ยคนไทยได้รับโซเดียมประมาณ 1.8 เท่าของระดับที่แนะนำ
     - ถ้าแปลงเป็นเกลือแบบคร่าว ๆ
     - โซเดียม 2,000 มก. ≈ เกลือ 5 กรัม ≈ ประมาณ 1 ช้อนชา
     - แต่ต้องเข้าใจว่า 1 ช้อนชานี้คือ โซเดียม/เกลือรวมจากอาหารทั้งวัน ไม่ใช่แค่เกลือที่เราเติมจากกระปุกเท่านั้น



🩺 แล้วทำไมกินเค็มมากถึงต้องระวัง?
     - ประเด็นสำคัญคือ โซเดียมสูงทำให้ร่างกายกักเก็บน้ำมากขึ้น และมีส่วนทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น
     - ถ้าความดันสูงเป็นเวลานาน ก็เพิ่มความเสี่ยงต่อ
      ❤️ โรคหัวใจและหลอดเลือด
      🧠 โรคหลอดเลือดสมอง
      🩺 โรคไตเรื้อรัง
     - องค์การอนามัยโลกระบุชัดว่าการได้รับโซเดียมมากเกินไปสัมพันธ์กับความดันโลหิตสูง และเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคไตด้วย
พูดง่าย ๆ คือ
     - กินเค็ม → ความดันสูงขึ้น → ไตต้องทำงานหนักขึ้น → หากมีปัจจัยเสี่ยงร่วมและเป็นต่อเนื่อง ก็เพิ่มโอกาสเกิด/ทำให้โรคไตแย่ลง



🩺 แล้วคนไทยเป็นโรคไตกี่คน?
     - ตัวเลขที่เห็นกันบ่อยคือประมาณ 9–11 ล้านคน
     - กรมการแพทย์เคยระบุว่าคนไทยเป็นโรคไตเรื้อรัง กว่า 11 ล้านคน และมีเพียงประมาณ 1.9% ที่รู้ตัวว่าป่วย สะท้อนว่าโรคไตระยะต้นมักไม่มีอาการชัดเจน
     - ขณะที่ข้อมูลที่เผยแพร่โดย สวรส. อ้างอิง Thai SEEK project ระบุว่าโรคไตเรื้อรังพบประมาณ 17.5% ของประชากร หรือราว 11 ล้านคน
     - อีกแหล่งข้อมูลในปี 2569 ประเมินผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังในไทยไว้ประมาณ 9–10 ล้านคน และผู้ป่วยไตวายระยะสุดท้ายประมาณ 150,000 ราย
     - ดังนั้นเวลาเจอตัวเลข 9 ล้าน, 10 ล้าน หรือ 11 ล้าน ไม่จำเป็นต้องคิดว่าตัวเลขใด “ผิด” เพราะอาจมาจาก คนละปี กลุ่มตัวอย่าง และวิธีการประมาณการ



😰 แล้วคนที่ต้อง “ล้างไต” มีเท่าไหร่?
     - ตรงนี้สำคัญมาก เพราะ 11 ล้านคนที่เป็นโรคไต ≠ 11 ล้านคนที่ต้องล้างไต
     - ข้อมูลของกรมการแพทย์ระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ป่วยที่ ฟอกเลือด/ล้างไตประมาณ 150,000 คน และในกลุ่มนี้มีผู้ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกถ่ายไตราว 50,000 คน ขณะที่ผู้ลงทะเบียนปลูกถ่ายไตมีประมาณ 7,000 คน
     - Thai PBS ก็รายงานตัวเลขใกล้เคียงกันว่า คนไทยกว่า 8 ล้านคน มีโรคไตเรื้อรัง และกว่า 150,000 คน ต้องได้รับการบำบัดทดแทนไต
     - การบำบัดทดแทนไตไม่ได้มีแค่การฟอกเลือดด้วยเครื่อง แต่รวมถึง การล้างไตทางช่องท้อง และการปลูกถ่ายไตในผู้ที่เหมาะสมด้วย



🧂 กลับมาที่ข่าว “เพิ่มเค็ม”
     - ถ้าเป็นอาหารที่ทำแจกคนจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผมเข้าใจได้ว่าความตั้งใจหลักคือ อยากให้คนได้รับอาหารเพียงพอและกินอิ่ม
     - แต่ในอีกมุมหนึ่ง ข่าวนี้ก็ทำให้คนทั่วไปได้กลับมาคิดเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากว่า “อาหารที่อิ่ม” กับ “อาหารที่ดีต่อสุขภาพ” อาจไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
     - โดยเฉพาะถ้าเป็นอาหารที่แจกให้คนจำนวนมาก ซึ่งเราไม่รู้เลยว่าในกล่องนั้นมีทั้ง  คนปกติ  ผู้สูงอายุ  คนเป็นความดัน คนเป็นเบาหวาน คนเป็นโรคไต
หรือคนที่ต้องควบคุมโซเดียม
     - ดังนั้นบางทีทางออกอาจไม่ใช่ “ทำให้เค็มขึ้นหรือจืดลง” แต่คือทำอาหารให้ อิ่ม มีโปรตีน มีผัก และควบคุมโซเดียมให้เหมาะสม

อ้างอิง rocketmedialab

แสดงความคิดเห็น
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ  โรคไต อนุทิน ชาญวีรกูล โภชนาการ สุขภาพกาย
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่