ถ้านำการแก้ปัญหาน้ำท่วมของเนเธอร์แลนด์ Room for the River มาใช้ในไทย การันตีว่าแก้ได้100%ไหมครับ

Room for the River คือนโยบายและโครงการบริหารจัดการน้ำท่วมของประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่เปลี่ยนจากการพยายามสร้างกำแพงหรือพนังกั้นน้ำให้สูงขึ้น มาเป็นการ "คืนพื้นที่ให้แม่น้ำ" เพื่อให้สายน้ำมีพื้นที่ไหลผ่านและรองรับปริมาณน้ำหลากได้ดีขึ้น

ส่วนตรงนี้คือลักษณภูมิประเทศของ ไทย กับ ธอร์แลน เท่าที่ผมหามาได้

ไทย : มีพื้นที่ 513,120 ตารางกิโลเมตร
พื้นที่ราบลุ่มแม่น้ำและที่ราบสูง มีพื้นที่บริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ต่ำใกล้เคียงระดับน้ำทะเล
เน้นการระบายน้ำหลังเกิดอภัยภัยหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขาดการเชื่อมโยงระบบบริหารจัดการในจุดเดียว

เนเธอร์แลน : มีพื้นที่ 41,850 ตารางกิโลเมตร
พื้นที่ราบเรียบส่วนใหญ่เกิดจากการถมทะเล และมีพื้นที่ราว 60% ที่มีความเสี่ยงน้ำท่วมและอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล

ภาพรวม ไทยมีพื้นที่ ใหญ่กว่าประมาณ 12-13 เท่า แต่เนเธอแลนด์เหมือนจะมีพื้นที่ต่ำกว่า

ทีนี้ผมอยากรู้ อยากฟังหลายมุมมองครับ ถ้านำโครงการ Room for the River มาใช้ในไทย จะแก้ปัญหาพวกนี้ได้ไหมครับ อย่างถ้านักวิชาการยืนยันว่ากรุงเทพจมทะเลแน่ โครงการรี้ยังเอาอยู่ไหมครับ หรือถ้าไว้ในจังหวัดอื่นที่น้ำท่วมบ่อยแบบอยูธยาจะยังใช้ได้อยู่ไหมครับ มาพูดคุยแลกเปลี่ยความคิดเห้นกันครับ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 18
(1) คนละโจทย์ คนละเรื่อง เลยครับ
...ของประเทศเค้า มีปัญหาน้ำทะเลหนุนสูง เพราะแผ่นดินต่ำกว่าน้ำทะเลมาก (อย่างปี 1953 คือ น้ำทะเล สูงกว่าปกติ 5 เมตร !!)
...โจทย์เค้า คือ กันไม่ให้เอาน้ำทะเลเข้าท่วมแผ่นดิน หรือ ไม่ให้น้ำทะเลข้างนอกไหลเข้าข้างใน

(2) ส่วนของเรา ไม่ว่าจะปี 2554 หรือ 2569 ปัญหาคือ ฝนตกหนัก , น้ำเหนือไหลบ่า (บวกกับน้ำทะเลหนุน) ทำให้น้ำท่วมขัง , คลองมีแต่เป็นคอขวด , ระบายออกทะเลไม่ทัน หรือระบายออกได้ช้า และปัญหาพื้นที่แอ่งกระทะ-น้ำไม่ไหลออก
...โจทย์เรา คือ ทำยังไงให้เอาน้ำที่ท่วมออกทะเลให้เร็วที่สุด หรือ ให้น้ำข้างในไหลออกทะเลข้างนอก
...เรียกว่า โจทย์ที่ตั้งมา ตรงกันข้าม เลย

(3) ระบบป้องกัน Delta Works ของ เนเธอร์แลนด์ ไม่ว่าจะเป็น กำแแพงกันคลื่น , เขื่อน , สะพานน้ำ , ประตูน้ำยักษ์ ฯลฯ ที่เน้นแก้น้ำทะเลหนุนเป็นหลักนั้น
...ไม่สามารถป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ-ปริมณฑล แบบในปี 2554 และ 2569 จากฝนตกหนักได้เลย
...เพราะมันแก้ปัญหาไม่ตรงจุด !!

(4) ส่วนที่อาจพอช่วยได้ คือ ระบบคันเขื่อนริมแม่น้ำ ที่ใช้แม่น้ำทั้งสายเป็นแก้มลิง และะประตูน้ำ+สะพานน้ำ แต่นั่นคือ เค้ามีระบบคลองย่อยจำนวนมหาศาล ซึ่งเราไม่มี (จริงๆเมื่อก่อนเรามี แต่ถมคลองไปหมดแล้ว)
...และการลงทุนสูงแบบนั้น ดูไม่คุ้มค่า เมื่อเทียบกับการทำแก้มลิง เพราะประเทศเรากว้างใหญ่ มีพื้นที่เหลือๆ-ราคาถูกๆอีกเยอะ

(5) จริงๆเมื่อก่อน เราก็เคยมีปัญหา น้ำทะเลหนุน ตามพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาของ กรุงเทพฯ แบบที่ เนเธอร์แลนด์ เจอ (แต่ไม่มากเท่า)
...ทำให้สมัยก่อน กรุงเทพฯ-ปริมณฑล พื้นที่ติดแม่น้ำ ช่วงน้ำทะเลหนุน จะมีน้ำท่วมทุกปี จากแม่น้ำเจ้าพระยาล้นทะลัก-ไหลบ่า
...แต่หลังจาก เราทำระบบแนวคันกั้นน้ำ+ประตูน้ำ ยาวไปถึงอยุธยา ปัญหาน้ำทะเลหนุนก็แทบไม่มีแล้ว และพื้นที่เราไม่ได้ต่ำแบบของ เนเธอร์แลนด์ แค่ทำระบบคันกั้นน้ำแบบง่ายๆ ก็ทำงานได้ดีแล้ว

(6) อย่างไรก็ตาม จากภาวะโลกร้อน-ภูเขาน้ำแข็งละลาย ปัญหาน้ำทะเลขึ้นสูงก็ยังมีอยู่
...แต่ด้วยระดับที่ต่ำมาก คือ ปีละ 3 มิลลิเมตร หรือ 100 ปี สูงขึ้น 30 ซม. ซึ่งเรายังเพิ่มระดับคันกั้นน้ำ รับมือได้อยู่
...กว่าจะเริ่มเป็นปัญหาใหญ่ หรือ น้ำทะเลสูงกว่าแผ่นดินกรุงเทพ 1.8 เมตร !! (มิดหัวคน) ก็อีก 600 ปี !!
...ยังมีเวลาอีกเยอะ

(7) ส่วนการแก้ปัญหา น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ แบบปี 2554 หรือ 2569 จากฝนตกใหญ่-น้ำเหนือไหลบ่า
...ในปัจจุบัน แก้ได้ด้วย การขยายคลอง+เพิ่มแนวคูน้ำ+เพิ่มระบบสูบน้ำ , ขุดอุโมงค์ยักษ์ และเพิ่มแก้มลิงพักน้ำ-ชะลอน้ำ เท่านั้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่