หมายเหตุ: สร้างภาพปกโดย AI
We all came out to Montreux พวกเราทุกคนเดินทางมาที่มงเทรอซ์
On the Lake Geneva shoreline บนชายฝั่งทะเลสาบเจนีวา
To make records with a mobile เพื่อบันทึกเสียงด้วยสตูดิโอเคลื่อนที่
We didn't have much time เรามีเวลาไม่มากนัก
Frank Zappa and the Mothers แฟรงค์ แซปป้า กับวง เดอะมาเธอร์ส
Were at the best place around กำลังแสดงในที่ที่เจ๋งที่สุดในย่านนั้น
But some stupid with a flare gun แต่มีไอ้งั่งคนหนึ่งที่ถือปืนพลุ
Burned the place to the ground เผาที่นั่นราบเป็นหน้ากลอง
Smoke on the water, a fire in the sky ควันลอยเหนือน้ำ ไฟโชติช่วงขึ้นฟ้า
Smoke on the water ควันลอยเหนือน้ำ
They burned down the gambling house พวกเขาเผาคาสิโนจนวอด
It died with an awful sound มันพังทลายพร้อมเสียงอันสยดสยอง
Funky Claude was running in and out ฟังค์กี้ คลอดด์ วิ่งเข้าวิ่งออก
Pulling kids out the ground ช่วยเด็กๆออกจากพื้นที่อันตราย
When it all was over เมื่อทุกอย่างจบลง
We had to find a place เราต้องหาที่อยู่สักที่
But Swiss time was running out แต่เวลาที่สวิสกำลังจะหมดลง
It seemed that we would lose the race ดูเหมือนเรากำลังจะแพ้การแข่งขันเสียแล้ว
Smoke on the water, a fire in the sky ควันลอยเหนือน้ำ ไฟโชติช่วงขึ้นฟ้า
(In the sky) (โชติช่วงขึ้นฟ้า)
Smoke on the water ควันลอยเหนือน้ำ
We ended up at the Grand Hotel สุดท้ายเราไปลงเอยที่โรงแรมแกรนด์
It was empty, cold and bare มันว่างเปล่า หนาวเหน็บ และเปล่าเปลี่ยว
But with the Rolling truck Stones thing just outside ha แต่มีรถบันทึกเสียงของวง Rolling Stone จอดอยู่ข้างนอก
Making our music there เราบันทึกเสียงกันที่นั่น
With a few red lights, an few old beds ด้วยดวงไฟสีแดงไม่กี่ดวง เตียงนอนเก่าๆไม่กี่เตียง
We made a place to sweat เราเตรียมพื้นที่สำหรับงานหนักของเรา
No matter what we get out of this ไม่ว่าผลลัพธ์ของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร
I know, I know we'll never forget ผมรู้ ผมรู้ว่าเราจะไม่มีวันลืมมัน
Smoke on the water, a fire in the sky ควันลอยเหนือน้ำ ไฟโชติช่วงขึ้นฟ้า
Smoke on the water ควันลอยเหนือน้ำ
ภาพจาก www.pinterest.com
Smoke on the water เป็นเพลงอมตะที่สุดเพลงหนึ่งในวงการร๊อค อยู่ในรายชื่อ “500 สุดยอดบทเพลงตลอดกาล” ของ Rolling Stone ริฟท์ที่มีโน๊ตไม่กี่ตัวกลายเป็นเพลงที่คนหัดเล่นกีตาร์มักจะหัดเล่นและเป็นริฟท์ที่คนฟังเพลงคุ้นเคยยิ่งกว่าเนื้อหาของเพลงเสียอีก
Smoke on the water ไม่ใช่เพลงที่ซับซ้อน ไม่ต้องตีความอะไรเลย มันคือเพลงที่บอกเล่าเหตุการณ์ที่วงได้เจอมาแบบตรงๆ อ่านเนื้อเพลงจบก็เข้าใจได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ไหน แล้วยังไงต่อ
จุดกำเนิดจากความรู้สึกว่า “มันไม่ใช่”
Machine Head เป็นอัลบัมลำดับที่ 6 ของวง หลังจากทัวร์อย่างหนักกว่าสองปีและอัลบัมสองอัลบัมก่อนหน้า Machine Head ก็อัดเสียงระหว่างการทัวร์ วงรู้สึกว่าเสียงดนตรีของพวกเขาที่ได้จากห้องอัดมันสู้เสียงที่ได้จากเวลาเล่นสดบนเวทีไม่ได้
ความวายป่วงเพราะไอ้โง่จุดพลุ
ค.ศ.1971 วง Deep Purple เดินทางไปที่เมือง Montreux (มงเทรอซ์) ชายฝั่งทะเลสาบเจนีวา เพื่อบันทึกเสียงอัลบัมใหม่ที่ชื่อ Machine Head (Fun Face: Robb Flynn นักร้องนำวง Machine Head วง Groove Metal สัญชาติอเมริกัน บอกว่าชื่อวงนี้ไม่ได้มาจากชื่ออัลบัมนี้ของ Deep Purple แต่อย่างใด) สถานที่บันทึกเสียงคือโรงแรม Kusaal โรงแรมเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1881 เอาล่ะ...สถานที่มีแล้ว รถอัดเสียงเคลื่อนที่ของ Rolling Stone ก็เช่าไว้แล้ว...ยังติดอยู่อย่างเดียว
ภาพโรงแรม Le Kursaal ภาพจาก www.sfpe.org
ภาพวง Deep Purple กับรถอัดเสียงเคลื่อนที่ของ Rolling Stone ภาพจาก www.curbsideclassic.com
4 ธันวาคม ค.ศ. 1971 มีการจัดงาน The Montreux Jazz Festival โดยผู้จัดงานชื่อ Cloude Nobs (ชายผู้วิ่งเข้าออกไปช่วยคนในเนื้อเพลงนั่นแหละ) วงที่เล่นเป็นวงสุดท้ายในวันนั้นคือ Frank Zappa and The Mothers of Invention แน่นอนว่าสมาชิกวง Deep Purple ที่เป็นแฟนของวงนี้ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปชม เพราะยังไงก็ต้องรอให้งานนี้จบถึงจะเริ่มบันทึกเสียงอัลบัมใหม่กันได้
ภาพโปสเตอร์วง Frank Zappa & The Mothers of Invention ภาพจาก www.alainrieder.com
เวลาประมาณ 16:15-16:20 ช่วงสุดท้ายของคอนเสริตวง Frank Zappa มีใครสักคน (ที่ในเนื้อเพลงเรียกว่า “ไอ้โง่”) คว้าพลุแฟลแล้วยิงขึ้นไปบนเพดาน โครงสร้างโรงแรมที่ทำจากไม้ ความร้อนจากฟอสฟอรัสของพลุแฟล ไม่นานนักโรงแรมก็ติดไฟ ยังมีคลิปเสียงในวันเกิดเหตุ แฟรงค์ แซปป้าบอกกับผู้ชมว่า “ไฟไหม้ ขอให้พวกคุณจะกรุณาเดินไปที่ทางออกอย่างสงบ ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ อย่างสงบ”
ภาพวง Frank Zappa & The Mothers of Invention ในวันเกิดเหตุ ภาพจาก www.alainrieder.com
ไม่นานหลังจากนั้นโรงแรมทั้งโรงแรมก็ถูกไฟลามเลียไปทั่ว ถึงจะมีนักดับเพลิงมาช่วยกันเกือบร้อยคนก็ไม่เป็นผล น่าประหลาดที่เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยเพียงไม่กี่คน
ภาพเหตุเพลิงไหม้โรงแรม Le Kursaal ภาพทั้งหมดจาก www.curbsideclassic.com
เมื่อที่บันทึกเสียงที่เล็งไว้พังราบเป็นหน้ากลอง
วง Deep Purple ได้แต่ยืนมองอาคารโรงแรมถูกโหมด้วยไฟ โชคยังดีที่เครื่องดนตรีและอุปกรณ์ต่างๆไม่ได้รับความเสียหาย ผิดกับ Frank Zappa and The Mothers of Invention ที่เครื่องดนตรีและอุปกรณ์ต่างๆถูกไฟไหม้หมด วง Deep Purple ต้องหาสถานที่สำหรับบันทึกเสียงใหม่
วง Deep Purple เจอสถานที่หนึ่งชื่อ Montreux Pavilion ซึ่งสมาชิกวงก็เห็นพ้องกันว่า “ใช้ที่นี่แหละ”และเริ่มทดสอบเสียงกัน แต่ปัญหาก็เกิดอีกจนได้เมื่อเสียงดนตรีดังออกไปนอกอาคารและไปรบกวนชาวบ้านแถวนั้น จนชาวบ้านแจ้งตำรวจ เมื่อตำรวจมาถึง การบันทึกเสียงเป็นอันต้องจบลง
หลังจากใช้เวลาเป็นอาทิตย์เพื่อหาสถานที่ที่ดูจะเหมาะสม ในที่สุดวงก็ได้สถานที่อัดเสียง เป็นโรงแรมชื่อ “โรงแรมแกรนด์” วงจัดสภาพแวดล้อมขึ้นมาด้วยหลอดไฟสีแดงและที่นอน เพราะแสงในโรงแรมมันจ้าเกินไปเลยต้องทำบรรยากาศให้มืดลงและใช้ที่นอนเป็นฉนวนซับเสียง การอัดเสียง
เวลาในการอัดเสียงกำลังจะหมดลง แต่เวลาของเพลงโดยรวมที่จะบรรจุในอัลบัมดันขาดไปประมาณ 7 นาที ยังไงล่ะทีนี้ วงเลยคุยกันว่าทำไมไม่เล่าเหตุการณ์ที่เราเพิ่งเจอกันมาล่ะ เรามีข้อมูลทุกอย่างว่าเรื่องมันเริ่มยังไงและจบยังไง จนที่สุดก็กลายเป็นเพลง Smoke on the Water
ริฟท์อันเป็นตำนานสู่ริฟท์ต้องห้ามในร้านขายเครื่องดนตรี
ภาพ Ritchie Blackmore ภาพจาก www.guitar.com
Ritchie Blackmore มือกีตาร์ของวงเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจในการเล่นริฟท์อันโด่งดังของเพลง Smoke on the Water จากช่วงต้นของเพลง “Symphony Number 5” ของ Beethoven แบบเล่นกลับหลัง จนมีบางคนเอาเพลงของ Beethoven มาเล่นกลับหลังแล้วบอกว่า “ไม่เห็นเหมือน”...ซึ่งผมลองฟังดูแล้วเข้าใจว่ามันไม่ใช่การเล่นเพลงของ Beethoven กลับหลังแล้วเอามาทำเป็นริฟท์เลย...แต่เป็นการเอารูปแบบการเล่นมาประยุกต์อีกที
รูปแบบการเล่นกีตาร์ในริฟนี้เป็นแบบ Parallel Forth ซึ่งผมเล่นกีตาร์ไม่เป็นเลยไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่จากการหาข้อมูลพอจะสรุปได้ว่า Parallel Forth เป็นการเล่นโน๊ตเดียวกันแต่เล่นคนละสายทำให้ได้ยินเป็นโน๊ตเดียวกันก็จริงแต่มันจะมีความทุ้มแหลมที่ต่างกัน
ตอน Ritchie Blackmore เล่นริฟท์นี้แรกๆบางคนอาจจะบอกว่ามันดู “ง่าย” เกินไป แต่ที่สุดแล้วมันก็กลายเป็นริฟท์ง่ายๆที่คนหัดเล่นกีตาร์คุ้นเคยและหัดเล่นกันเป็นเพลงแรกๆ พอไปร้านเครื่องดนตรีเพื่อซื้อกีตาร์สักตัวก็จะลองเสียงด้วยริฟท์นี้ จนเจ้าของร้านเบื่อจะฟังและบางร้านอาจจะห้ามเล่นริฟท์นี้เวลาลองกีตาร์ ร่วมกับอีกหลายเพลงเช่น Stairway to Heaven ของ Led Zeppelin, Sweet Child O’ Mine ของ Gun ‘N Roses, และ Enter Sandman ของ Metallica
Smoke on the Water ดูจะเป็นเพลงที่โชคชะตาพามาให้ดังแท้ๆ เนื้อเพลงก็ไม่ได้แต่งไว้ล่วงหน้า ไม่มีแม้ในเพลงที่จะบรรจุในอัลบัมแต่แรกด้วยซ้ำ และถ้าไม่มี “ไอ้โง่” คนนั้น เพลงนี้ก็อาจจะไม่เคยเกิดขึ้น
ที่มาของข้อมูล
1.
https://faroutmagazine.co.uk/deep-purple-smoke-on-the-water-story-behind-the-song/
2.
https://www.sfpe.org/publications/periodicals/sfpeeuropedigital/sfpeeurope25/europeissue25feature5
3.
https://www.loudersound.com/bands-artists/deep-purple-smoke-on-the-water
4.
https://www.songfacts.com/facts/deep-purple/smoke-on-the-water
5.
https://leftyfretz.com/forbidden-riffs/
Song Story เรื่องหลังเพลง : Smoke on the water
หมายเหตุ: สร้างภาพปกโดย AI
We all came out to Montreux พวกเราทุกคนเดินทางมาที่มงเทรอซ์
On the Lake Geneva shoreline บนชายฝั่งทะเลสาบเจนีวา
To make records with a mobile เพื่อบันทึกเสียงด้วยสตูดิโอเคลื่อนที่
We didn't have much time เรามีเวลาไม่มากนัก
Frank Zappa and the Mothers แฟรงค์ แซปป้า กับวง เดอะมาเธอร์ส
Were at the best place around กำลังแสดงในที่ที่เจ๋งที่สุดในย่านนั้น
But some stupid with a flare gun แต่มีไอ้งั่งคนหนึ่งที่ถือปืนพลุ
Burned the place to the ground เผาที่นั่นราบเป็นหน้ากลอง
Smoke on the water, a fire in the sky ควันลอยเหนือน้ำ ไฟโชติช่วงขึ้นฟ้า
Smoke on the water ควันลอยเหนือน้ำ
They burned down the gambling house พวกเขาเผาคาสิโนจนวอด
It died with an awful sound มันพังทลายพร้อมเสียงอันสยดสยอง
Funky Claude was running in and out ฟังค์กี้ คลอดด์ วิ่งเข้าวิ่งออก
Pulling kids out the ground ช่วยเด็กๆออกจากพื้นที่อันตราย
When it all was over เมื่อทุกอย่างจบลง
We had to find a place เราต้องหาที่อยู่สักที่
But Swiss time was running out แต่เวลาที่สวิสกำลังจะหมดลง
It seemed that we would lose the race ดูเหมือนเรากำลังจะแพ้การแข่งขันเสียแล้ว
Smoke on the water, a fire in the sky ควันลอยเหนือน้ำ ไฟโชติช่วงขึ้นฟ้า
(In the sky) (โชติช่วงขึ้นฟ้า)
Smoke on the water ควันลอยเหนือน้ำ
We ended up at the Grand Hotel สุดท้ายเราไปลงเอยที่โรงแรมแกรนด์
It was empty, cold and bare มันว่างเปล่า หนาวเหน็บ และเปล่าเปลี่ยว
But with the Rolling truck Stones thing just outside ha แต่มีรถบันทึกเสียงของวง Rolling Stone จอดอยู่ข้างนอก
Making our music there เราบันทึกเสียงกันที่นั่น
With a few red lights, an few old beds ด้วยดวงไฟสีแดงไม่กี่ดวง เตียงนอนเก่าๆไม่กี่เตียง
We made a place to sweat เราเตรียมพื้นที่สำหรับงานหนักของเรา
No matter what we get out of this ไม่ว่าผลลัพธ์ของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร
I know, I know we'll never forget ผมรู้ ผมรู้ว่าเราจะไม่มีวันลืมมัน
Smoke on the water, a fire in the sky ควันลอยเหนือน้ำ ไฟโชติช่วงขึ้นฟ้า
Smoke on the water ควันลอยเหนือน้ำ
ภาพจาก www.pinterest.com
Smoke on the water เป็นเพลงอมตะที่สุดเพลงหนึ่งในวงการร๊อค อยู่ในรายชื่อ “500 สุดยอดบทเพลงตลอดกาล” ของ Rolling Stone ริฟท์ที่มีโน๊ตไม่กี่ตัวกลายเป็นเพลงที่คนหัดเล่นกีตาร์มักจะหัดเล่นและเป็นริฟท์ที่คนฟังเพลงคุ้นเคยยิ่งกว่าเนื้อหาของเพลงเสียอีก
Smoke on the water ไม่ใช่เพลงที่ซับซ้อน ไม่ต้องตีความอะไรเลย มันคือเพลงที่บอกเล่าเหตุการณ์ที่วงได้เจอมาแบบตรงๆ อ่านเนื้อเพลงจบก็เข้าใจได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น ที่ไหน แล้วยังไงต่อ
จุดกำเนิดจากความรู้สึกว่า “มันไม่ใช่”
Machine Head เป็นอัลบัมลำดับที่ 6 ของวง หลังจากทัวร์อย่างหนักกว่าสองปีและอัลบัมสองอัลบัมก่อนหน้า Machine Head ก็อัดเสียงระหว่างการทัวร์ วงรู้สึกว่าเสียงดนตรีของพวกเขาที่ได้จากห้องอัดมันสู้เสียงที่ได้จากเวลาเล่นสดบนเวทีไม่ได้
ความวายป่วงเพราะไอ้โง่จุดพลุ
ค.ศ.1971 วง Deep Purple เดินทางไปที่เมือง Montreux (มงเทรอซ์) ชายฝั่งทะเลสาบเจนีวา เพื่อบันทึกเสียงอัลบัมใหม่ที่ชื่อ Machine Head (Fun Face: Robb Flynn นักร้องนำวง Machine Head วง Groove Metal สัญชาติอเมริกัน บอกว่าชื่อวงนี้ไม่ได้มาจากชื่ออัลบัมนี้ของ Deep Purple แต่อย่างใด) สถานที่บันทึกเสียงคือโรงแรม Kusaal โรงแรมเก่าแก่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1881 เอาล่ะ...สถานที่มีแล้ว รถอัดเสียงเคลื่อนที่ของ Rolling Stone ก็เช่าไว้แล้ว...ยังติดอยู่อย่างเดียว
ภาพโรงแรม Le Kursaal ภาพจาก www.sfpe.org
ภาพวง Deep Purple กับรถอัดเสียงเคลื่อนที่ของ Rolling Stone ภาพจาก www.curbsideclassic.com
4 ธันวาคม ค.ศ. 1971 มีการจัดงาน The Montreux Jazz Festival โดยผู้จัดงานชื่อ Cloude Nobs (ชายผู้วิ่งเข้าออกไปช่วยคนในเนื้อเพลงนั่นแหละ) วงที่เล่นเป็นวงสุดท้ายในวันนั้นคือ Frank Zappa and The Mothers of Invention แน่นอนว่าสมาชิกวง Deep Purple ที่เป็นแฟนของวงนี้ก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปชม เพราะยังไงก็ต้องรอให้งานนี้จบถึงจะเริ่มบันทึกเสียงอัลบัมใหม่กันได้
ภาพโปสเตอร์วง Frank Zappa & The Mothers of Invention ภาพจาก www.alainrieder.com
เวลาประมาณ 16:15-16:20 ช่วงสุดท้ายของคอนเสริตวง Frank Zappa มีใครสักคน (ที่ในเนื้อเพลงเรียกว่า “ไอ้โง่”) คว้าพลุแฟลแล้วยิงขึ้นไปบนเพดาน โครงสร้างโรงแรมที่ทำจากไม้ ความร้อนจากฟอสฟอรัสของพลุแฟล ไม่นานนักโรงแรมก็ติดไฟ ยังมีคลิปเสียงในวันเกิดเหตุ แฟรงค์ แซปป้าบอกกับผู้ชมว่า “ไฟไหม้ ขอให้พวกคุณจะกรุณาเดินไปที่ทางออกอย่างสงบ ท่านสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ อย่างสงบ”
ภาพวง Frank Zappa & The Mothers of Invention ในวันเกิดเหตุ ภาพจาก www.alainrieder.com
ไม่นานหลังจากนั้นโรงแรมทั้งโรงแรมก็ถูกไฟลามเลียไปทั่ว ถึงจะมีนักดับเพลิงมาช่วยกันเกือบร้อยคนก็ไม่เป็นผล น่าประหลาดที่เหตุการณ์นี้ไม่มีผู้เสียชีวิตและมีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยเพียงไม่กี่คน
ภาพเหตุเพลิงไหม้โรงแรม Le Kursaal ภาพทั้งหมดจาก www.curbsideclassic.com
เมื่อที่บันทึกเสียงที่เล็งไว้พังราบเป็นหน้ากลอง
วง Deep Purple ได้แต่ยืนมองอาคารโรงแรมถูกโหมด้วยไฟ โชคยังดีที่เครื่องดนตรีและอุปกรณ์ต่างๆไม่ได้รับความเสียหาย ผิดกับ Frank Zappa and The Mothers of Invention ที่เครื่องดนตรีและอุปกรณ์ต่างๆถูกไฟไหม้หมด วง Deep Purple ต้องหาสถานที่สำหรับบันทึกเสียงใหม่
วง Deep Purple เจอสถานที่หนึ่งชื่อ Montreux Pavilion ซึ่งสมาชิกวงก็เห็นพ้องกันว่า “ใช้ที่นี่แหละ”และเริ่มทดสอบเสียงกัน แต่ปัญหาก็เกิดอีกจนได้เมื่อเสียงดนตรีดังออกไปนอกอาคารและไปรบกวนชาวบ้านแถวนั้น จนชาวบ้านแจ้งตำรวจ เมื่อตำรวจมาถึง การบันทึกเสียงเป็นอันต้องจบลง
หลังจากใช้เวลาเป็นอาทิตย์เพื่อหาสถานที่ที่ดูจะเหมาะสม ในที่สุดวงก็ได้สถานที่อัดเสียง เป็นโรงแรมชื่อ “โรงแรมแกรนด์” วงจัดสภาพแวดล้อมขึ้นมาด้วยหลอดไฟสีแดงและที่นอน เพราะแสงในโรงแรมมันจ้าเกินไปเลยต้องทำบรรยากาศให้มืดลงและใช้ที่นอนเป็นฉนวนซับเสียง การอัดเสียง
เวลาในการอัดเสียงกำลังจะหมดลง แต่เวลาของเพลงโดยรวมที่จะบรรจุในอัลบัมดันขาดไปประมาณ 7 นาที ยังไงล่ะทีนี้ วงเลยคุยกันว่าทำไมไม่เล่าเหตุการณ์ที่เราเพิ่งเจอกันมาล่ะ เรามีข้อมูลทุกอย่างว่าเรื่องมันเริ่มยังไงและจบยังไง จนที่สุดก็กลายเป็นเพลง Smoke on the Water
ริฟท์อันเป็นตำนานสู่ริฟท์ต้องห้ามในร้านขายเครื่องดนตรี
ภาพ Ritchie Blackmore ภาพจาก www.guitar.com
Ritchie Blackmore มือกีตาร์ของวงเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาได้รับแรงบันดาลใจในการเล่นริฟท์อันโด่งดังของเพลง Smoke on the Water จากช่วงต้นของเพลง “Symphony Number 5” ของ Beethoven แบบเล่นกลับหลัง จนมีบางคนเอาเพลงของ Beethoven มาเล่นกลับหลังแล้วบอกว่า “ไม่เห็นเหมือน”...ซึ่งผมลองฟังดูแล้วเข้าใจว่ามันไม่ใช่การเล่นเพลงของ Beethoven กลับหลังแล้วเอามาทำเป็นริฟท์เลย...แต่เป็นการเอารูปแบบการเล่นมาประยุกต์อีกที
รูปแบบการเล่นกีตาร์ในริฟนี้เป็นแบบ Parallel Forth ซึ่งผมเล่นกีตาร์ไม่เป็นเลยไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่จากการหาข้อมูลพอจะสรุปได้ว่า Parallel Forth เป็นการเล่นโน๊ตเดียวกันแต่เล่นคนละสายทำให้ได้ยินเป็นโน๊ตเดียวกันก็จริงแต่มันจะมีความทุ้มแหลมที่ต่างกัน
ตอน Ritchie Blackmore เล่นริฟท์นี้แรกๆบางคนอาจจะบอกว่ามันดู “ง่าย” เกินไป แต่ที่สุดแล้วมันก็กลายเป็นริฟท์ง่ายๆที่คนหัดเล่นกีตาร์คุ้นเคยและหัดเล่นกันเป็นเพลงแรกๆ พอไปร้านเครื่องดนตรีเพื่อซื้อกีตาร์สักตัวก็จะลองเสียงด้วยริฟท์นี้ จนเจ้าของร้านเบื่อจะฟังและบางร้านอาจจะห้ามเล่นริฟท์นี้เวลาลองกีตาร์ ร่วมกับอีกหลายเพลงเช่น Stairway to Heaven ของ Led Zeppelin, Sweet Child O’ Mine ของ Gun ‘N Roses, และ Enter Sandman ของ Metallica
Smoke on the Water ดูจะเป็นเพลงที่โชคชะตาพามาให้ดังแท้ๆ เนื้อเพลงก็ไม่ได้แต่งไว้ล่วงหน้า ไม่มีแม้ในเพลงที่จะบรรจุในอัลบัมแต่แรกด้วยซ้ำ และถ้าไม่มี “ไอ้โง่” คนนั้น เพลงนี้ก็อาจจะไม่เคยเกิดขึ้น
ที่มาของข้อมูล
1. https://faroutmagazine.co.uk/deep-purple-smoke-on-the-water-story-behind-the-song/
2. https://www.sfpe.org/publications/periodicals/sfpeeuropedigital/sfpeeurope25/europeissue25feature5
3. https://www.loudersound.com/bands-artists/deep-purple-smoke-on-the-water
4. https://www.songfacts.com/facts/deep-purple/smoke-on-the-water
5. https://leftyfretz.com/forbidden-riffs/