สวัสดีทุกคนค่ะ
ปีนี้ฉันจะอายุ 31 แล้ว อยากมาเล่าเรื่องของของตัวเอง + ถ้าได้คำแนะนำด้วยก็จะขอบคุณมากๆเลยค่ะ อาจจะเล่าไม่ละเอียดมากเพราะอาจจะลืมไปบ้างแล้ว
ฉันเป็นลูกคนเดียวในบ้าน แม่ตอนนี้อายุประมาณ 54 ส่วนพ่ออายุ 64 ตอนเด็กๆพ่อชอบทะเลาะกับแม่ถึงขั้นที่มีการจะทำร้ายร่างกายแม่ด้วยการถีบตอนที่ฉันยังน่าจะอยู่ช่วงอนุบาลจนแม่หนีไปตอนประถม แล้วพ่อก็เอาฉันไปฝากไว้กับป้า (พี่สาวพ่อ) ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เลวร้ายมาก จากเด็กที่เรียนเก่งมากกลับกลายเป็นเด็กมีปัญหาไม่ส่งการบ้าน ไม่มีใครสอน และที่แย่ที่สุดคือเราถูกลุงทำเรื่องทางเพศตั้งแต่เด็ก จนต้องขอร้องให้พ่อพาแม่กลับมา แต่พ่อกับแม่ก็ไม่เคยคุยกันอีกเลย เวลาคุยกันก็มักจะผ่านเรา แล้วนอกจากนั้นช่วงที่ฉันอยู่มัธยมพ่อยังมีความรุนแรงกับหลานชาย (ลูกของน้องชายพ่อ) ที่รับมาเลี้ยง ฉันเข้าใจว่าเด็กทำผิดควรลงโทษ แต่การลงโทษของพ่อนั้นมันรุนแรงมากจนฉันต้องมาห้าม ทั้งเฆี่ยนตีจนแดง แถมจับแขวนในห้องน้ำ (ฉันไปเอาลงมา) เกือบตัดนิ้ว จนหลายชายหนีไป
ฉันไม่ได้สนิทกับพ่อเลย เขาชอบบังคับเกือบทุกอย่าง ทั้งการมีเพื่อนก็ห้ามมี (เหมือนต้องคัดเฉพาะคนที่เขาพอใจ) แฟนก็ห้ามมี (แบบสั่งห้ามเด็ดขาดจนถึงทุกวันนี้) เที่ยวก็ไปไม่ได้ (ออกไปได้แค่รัศมีที่เขากำหนด) ฉันก็เลยเป็นคนที่เพื่อนน้อย แถมเพื่อนก็ทิ้งไปเพราะไปเที่ยวกับพวกเขาหรือพบปะไม่ได้ เขาไม่เคยปลอบเวลาที่ฉันร้องไห้แถมยังถามด้วยว่าร้องทำไมกับสั่งให้เงียบ ชอบบอกให้ฉันใช้สมองคิด แต่พอเสนอหรือพูดออกไปไม่ตรงใจเขาก็ว่าด่าหาว่าเราเถียง รวมถึงคอยจับตาดูฉัน เพราะมีครั้งหนึ่งที่ฉันแอบมีแฟนแล้วหนีไปเที่ยวกลางคืนช่วงที่ฉันเรียนมหาลัย เขาก็โทรมาด่าฉันและบุกมาตบหน้าฉันในวันถัดไป รวมถึงตอนทำงานเขาก็ให้แฟนใหม่ของเขาจับตาดูฉันว่าฉันมาทำงานไหม ถ้าวันไหนที่ไม่มีรถฉันที่นั้นพ่อจะทักมาถามฉันทันที และตอนที่ฉันไปเที่ยวกับพี่ที่ทำงานจนกลับดึกหน่อย พ่อก็อาละวาดให้ฉันรีบกลับ
แล้วฉันก็พึ่งมารู้ว่าพ่อได้หย่ากับแม่ไปก็ตอนเรียนจบมหาลัยแล้วเพราะแม่มาเล่าให้ฟัง พร้อมมีแฟนใหม่นานแล้วตั้งแต่ก่อนฉันเข้ามหาลัย พอฉันเข้าทำงาน พ่อฉันเสนอให้ฉันไปอาศัยอยู่กับเขากับแฟนใหม่เขา ฉันก็ไม่เอาและขออยู่คนเดียว ฉันพยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขา แต่เพราะพ่อไม่ให้ฉันไปไหนเรื่องเอกสารบางทีเขาก็เอาไปจัดการให้ (ชอบพูดว่าฉันทำไม่ได้ ฉันไม่ได้เรื่องบ่อยๆ ทั้งๆที่ฉันพยายามจะทำเอง)
และแม่เองก็มาประสบอุบัติเหตุลื่นหัวฟาดพื้นจนเป็นอัมพาทครึ่งซีกเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ตอนนั้นฉันก็ทำงานอยู่ ฉันรู้ว่าแม่คงเครียดเรื่องของพ่อ และอยากมีอิสระมากแค่ไหน พ่อเสนอให้แม่มาอยู่กับฉัน และให้แม่ของแฟนใหม่พ่อมาเฝ้าแม่ของฉัน แต่ฉันเสนอให้แม่กลับไปอยู่กับญาติของแม่ (ญาติของแม่ไม่ชอบพ่อ) ฉันบอกให้น้ามารับแม่วันออกจากโรงพยาบาลแต่พอถึงวันจริงน้าก็ไม่มารับจนฉันต้องกดดันให้มารับให้ได้จนถึงขั้นฉันโดนป้า (พี่สาวของแม่) เรียกฉันว่าเป็น "ลูกอกตัญญู" เพื่อแลกกับอิสระของแม่ (ตอนนี้แม่ดีใจมากที่ได้กลับบ้าน แม่มีความสุขมากกว่า และบอกว่าไม่อยากไปยุ่งกับพ่อแล้ว)
ช่วงตั้งแต่ฉันอายุ 28 พ่อก็เริ่มป่วยหนักขึ้นทีละนิดทุกปีจนกระทั้งปีนี้ที่พ่อฉันป่วยขนาดที่มีทั้งโรคทางร่างกายและทางจิตเวช ต้องรักษาทั้ง 2 โรงพยาบาลพร้อมกัน ปกติแฟนใหม่ของพ่อจะเป็นคนดูแลเรื่องยา การพาไปหาหมอ (เพราะเขาอยู่ด้วยกัน) หรือเรื่องอื่นๆ จนกระทั่งปีนี้เป็นปีที่หนักมาก
อาการของพ่อจะเป็นประมาณ ร้องโอดครวญ เวียนหัว หายใจไม่ออก เดินไม่ไหว ทั้งๆที่ก็สามารถเดินไปเข้าห้องน้ำได้ ไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำทุกวันหมอก็บอกปกติแต่ฉีดยาหรือพ่นยาให้เพื่อความสบายใจของเขา วนไปมาระหว่างโรงพยาบาล-บ้านของเขาทุกวัน แถมยังเรียกฉันกับแฟนเขาให้ไปเฝ้าเขาเกือบทุกวันจนแทบจะไม่ได้ทำงาน
พอวันหนึ่งพวกเราจะพาเขาไปปรับยาที่ศรีธัญญาเขาดันบ่นโอดครวญว่ารอไม่ไหวอีก แล้วแฟนเขาก็เรียกหมอ ER มาเพื่อเอาเตียงมาให้เขาก็ไม่นอนจนแฟนเขากับหมอก็ไปกระซิบกันแล้วเขาดันได้ยินว่า "ถ้าลุงยังดื้อคงต้องจับมัด" พ่อของฉันก็เลยเดินหนีจนต้องไปตามจับกลับมาแอดมิทรอบแรก แล้วเขาก็ได้ออกมาหลังจากนั้น 1-2 สัปดาห์ อาการเขาก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย แถมยังโกรธเคืองแฟนเขาที่ดูแลเขามาตลอด 16 ปีขนาดที่ว่า เขาเคยเดินหนีจะไปหาหมอกลางดึกแล้วคิดว่าแฟนเขาจะโทรหาใครมาจับเขา พร้อมมีวันหนึ่งที่เขาโทรไปขู่แฟนเขาในขณะที่ฉันเฝ้าอยู่โรงพยาบาลประจำว่า "ถ้าจับเข้าที่นั้นอีกจะจัดการทั้งครอบครัว"
หลังจากนั้นวันที่จะต้องเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลประจำไปศรีธัญญา พ่อก็ได้หนีจากฉันนั่งรถไป ฉันต้องนั่งมอไซต์รับจ้างตามจับเขาพร้อมทั้งต้องโทรคุยกับตำรวจและรถพยาบาลที่แจ้งไว้ (ที่จะมารับเปลี่ยนผ่านโรงพยาบาล) ตั้งแต่นนทบุรี-กรุงเทพขับวนไปวนมา ในสภาพที่พ่อก็ขับมอไซต์มึนๆไปตลอดทางจนรถพยาบาลมาช่วยจับไปได้ (ช่วงน้ำท่วมกำลังลดพอดี) ส่วนแฟนเขารอนั่งคุยกับหมออยู่ที่ศรีธัญญา ถือเป็นการแอดมิทรอบ 2 หลังจากที่พ่อป่วยรอบนี้แฟนเขาก็เริ่มเอาแต่บอกฉันทุกวันว่า "พี่ไม่ไหวแล้วๆ" ทุกวัน ทั้งๆที่ฉันเองก็ไม่มีญาติ ไม่มีใคร แถมสุขภาพจิตใจก็ไม่ดี แล้วก็ไม่ได้สนิทใจกับพ่อแล้ว (แต่ฉันก็ออกค่าใช้จ่ายรอบล่าสุดทั้งหมด ทั้งค่ารถพยาบาล ค่าห้องที่โรงพยาบาลประจำ ค่าส่วนตัวต่างๆของพ่อ รอบนี้ไม่ถึงเดือนไปเกือบ 2 หมื่นแล้ว และฉันก็เงินเดือนแค่ 2 หมื่น)
จนไม่นานมานี้แฟนของเขาจะโยนภาระทุกอย่างให้ฉัน โดยบอกว่าในฐานะ "ลูก" ทั้งการติดต่อโรงพยาบาลทั้งสองที่ ทั้งต้องหาสถานรับเลี้ยง ค่าใช้จ่ายต่างๆของพ่อ
ขอสารภาพว่าฉันเองก็ไม่ไหวแล้ว ฉันเครียดมากพูดอะไรไม่ได้เลย สภาพจิตใจก็พังแบบเงียบๆคนเดียว แถมยังโดนแฟนเขากดดันทุกๆวัน จนฉันอยากจะหนีแล้ว
ฉันทำผิดไหมถ้าฉันจะหนีไปเริ่มต้นใหม่?
ขอบคุณที่อ่านจนจบ อาจจะดูเขียนเหมือนนิยาย แต่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นอยู่ค่ะ ไว้ยังไงถ้ามีคอมเม้นต์ฉันจะกลับมาอ่านนะคะ
พ่อมีแฟนใหม่ ฉันไม่ได้ยุ่งกับพวกเขา แต่วันที่พวกเขามีปัญหากันกลับโยนภาระให้ฉันเพราะคำว่า "ลูก"
ปีนี้ฉันจะอายุ 31 แล้ว อยากมาเล่าเรื่องของของตัวเอง + ถ้าได้คำแนะนำด้วยก็จะขอบคุณมากๆเลยค่ะ อาจจะเล่าไม่ละเอียดมากเพราะอาจจะลืมไปบ้างแล้ว
ฉันเป็นลูกคนเดียวในบ้าน แม่ตอนนี้อายุประมาณ 54 ส่วนพ่ออายุ 64 ตอนเด็กๆพ่อชอบทะเลาะกับแม่ถึงขั้นที่มีการจะทำร้ายร่างกายแม่ด้วยการถีบตอนที่ฉันยังน่าจะอยู่ช่วงอนุบาลจนแม่หนีไปตอนประถม แล้วพ่อก็เอาฉันไปฝากไว้กับป้า (พี่สาวพ่อ) ช่วงนั้นเป็นช่วงที่เลวร้ายมาก จากเด็กที่เรียนเก่งมากกลับกลายเป็นเด็กมีปัญหาไม่ส่งการบ้าน ไม่มีใครสอน และที่แย่ที่สุดคือเราถูกลุงทำเรื่องทางเพศตั้งแต่เด็ก จนต้องขอร้องให้พ่อพาแม่กลับมา แต่พ่อกับแม่ก็ไม่เคยคุยกันอีกเลย เวลาคุยกันก็มักจะผ่านเรา แล้วนอกจากนั้นช่วงที่ฉันอยู่มัธยมพ่อยังมีความรุนแรงกับหลานชาย (ลูกของน้องชายพ่อ) ที่รับมาเลี้ยง ฉันเข้าใจว่าเด็กทำผิดควรลงโทษ แต่การลงโทษของพ่อนั้นมันรุนแรงมากจนฉันต้องมาห้าม ทั้งเฆี่ยนตีจนแดง แถมจับแขวนในห้องน้ำ (ฉันไปเอาลงมา) เกือบตัดนิ้ว จนหลายชายหนีไป
ฉันไม่ได้สนิทกับพ่อเลย เขาชอบบังคับเกือบทุกอย่าง ทั้งการมีเพื่อนก็ห้ามมี (เหมือนต้องคัดเฉพาะคนที่เขาพอใจ) แฟนก็ห้ามมี (แบบสั่งห้ามเด็ดขาดจนถึงทุกวันนี้) เที่ยวก็ไปไม่ได้ (ออกไปได้แค่รัศมีที่เขากำหนด) ฉันก็เลยเป็นคนที่เพื่อนน้อย แถมเพื่อนก็ทิ้งไปเพราะไปเที่ยวกับพวกเขาหรือพบปะไม่ได้ เขาไม่เคยปลอบเวลาที่ฉันร้องไห้แถมยังถามด้วยว่าร้องทำไมกับสั่งให้เงียบ ชอบบอกให้ฉันใช้สมองคิด แต่พอเสนอหรือพูดออกไปไม่ตรงใจเขาก็ว่าด่าหาว่าเราเถียง รวมถึงคอยจับตาดูฉัน เพราะมีครั้งหนึ่งที่ฉันแอบมีแฟนแล้วหนีไปเที่ยวกลางคืนช่วงที่ฉันเรียนมหาลัย เขาก็โทรมาด่าฉันและบุกมาตบหน้าฉันในวันถัดไป รวมถึงตอนทำงานเขาก็ให้แฟนใหม่ของเขาจับตาดูฉันว่าฉันมาทำงานไหม ถ้าวันไหนที่ไม่มีรถฉันที่นั้นพ่อจะทักมาถามฉันทันที และตอนที่ฉันไปเที่ยวกับพี่ที่ทำงานจนกลับดึกหน่อย พ่อก็อาละวาดให้ฉันรีบกลับ
แล้วฉันก็พึ่งมารู้ว่าพ่อได้หย่ากับแม่ไปก็ตอนเรียนจบมหาลัยแล้วเพราะแม่มาเล่าให้ฟัง พร้อมมีแฟนใหม่นานแล้วตั้งแต่ก่อนฉันเข้ามหาลัย พอฉันเข้าทำงาน พ่อฉันเสนอให้ฉันไปอาศัยอยู่กับเขากับแฟนใหม่เขา ฉันก็ไม่เอาและขออยู่คนเดียว ฉันพยายามไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขา แต่เพราะพ่อไม่ให้ฉันไปไหนเรื่องเอกสารบางทีเขาก็เอาไปจัดการให้ (ชอบพูดว่าฉันทำไม่ได้ ฉันไม่ได้เรื่องบ่อยๆ ทั้งๆที่ฉันพยายามจะทำเอง)
และแม่เองก็มาประสบอุบัติเหตุลื่นหัวฟาดพื้นจนเป็นอัมพาทครึ่งซีกเมื่อประมาณ 4 ปีก่อน ตอนนั้นฉันก็ทำงานอยู่ ฉันรู้ว่าแม่คงเครียดเรื่องของพ่อ และอยากมีอิสระมากแค่ไหน พ่อเสนอให้แม่มาอยู่กับฉัน และให้แม่ของแฟนใหม่พ่อมาเฝ้าแม่ของฉัน แต่ฉันเสนอให้แม่กลับไปอยู่กับญาติของแม่ (ญาติของแม่ไม่ชอบพ่อ) ฉันบอกให้น้ามารับแม่วันออกจากโรงพยาบาลแต่พอถึงวันจริงน้าก็ไม่มารับจนฉันต้องกดดันให้มารับให้ได้จนถึงขั้นฉันโดนป้า (พี่สาวของแม่) เรียกฉันว่าเป็น "ลูกอกตัญญู" เพื่อแลกกับอิสระของแม่ (ตอนนี้แม่ดีใจมากที่ได้กลับบ้าน แม่มีความสุขมากกว่า และบอกว่าไม่อยากไปยุ่งกับพ่อแล้ว)
ช่วงตั้งแต่ฉันอายุ 28 พ่อก็เริ่มป่วยหนักขึ้นทีละนิดทุกปีจนกระทั้งปีนี้ที่พ่อฉันป่วยขนาดที่มีทั้งโรคทางร่างกายและทางจิตเวช ต้องรักษาทั้ง 2 โรงพยาบาลพร้อมกัน ปกติแฟนใหม่ของพ่อจะเป็นคนดูแลเรื่องยา การพาไปหาหมอ (เพราะเขาอยู่ด้วยกัน) หรือเรื่องอื่นๆ จนกระทั่งปีนี้เป็นปีที่หนักมาก
อาการของพ่อจะเป็นประมาณ ร้องโอดครวญ เวียนหัว หายใจไม่ออก เดินไม่ไหว ทั้งๆที่ก็สามารถเดินไปเข้าห้องน้ำได้ ไปตรวจที่โรงพยาบาลประจำทุกวันหมอก็บอกปกติแต่ฉีดยาหรือพ่นยาให้เพื่อความสบายใจของเขา วนไปมาระหว่างโรงพยาบาล-บ้านของเขาทุกวัน แถมยังเรียกฉันกับแฟนเขาให้ไปเฝ้าเขาเกือบทุกวันจนแทบจะไม่ได้ทำงาน
พอวันหนึ่งพวกเราจะพาเขาไปปรับยาที่ศรีธัญญาเขาดันบ่นโอดครวญว่ารอไม่ไหวอีก แล้วแฟนเขาก็เรียกหมอ ER มาเพื่อเอาเตียงมาให้เขาก็ไม่นอนจนแฟนเขากับหมอก็ไปกระซิบกันแล้วเขาดันได้ยินว่า "ถ้าลุงยังดื้อคงต้องจับมัด" พ่อของฉันก็เลยเดินหนีจนต้องไปตามจับกลับมาแอดมิทรอบแรก แล้วเขาก็ได้ออกมาหลังจากนั้น 1-2 สัปดาห์ อาการเขาก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย แถมยังโกรธเคืองแฟนเขาที่ดูแลเขามาตลอด 16 ปีขนาดที่ว่า เขาเคยเดินหนีจะไปหาหมอกลางดึกแล้วคิดว่าแฟนเขาจะโทรหาใครมาจับเขา พร้อมมีวันหนึ่งที่เขาโทรไปขู่แฟนเขาในขณะที่ฉันเฝ้าอยู่โรงพยาบาลประจำว่า "ถ้าจับเข้าที่นั้นอีกจะจัดการทั้งครอบครัว"
หลังจากนั้นวันที่จะต้องเปลี่ยนผ่านจากโรงพยาบาลประจำไปศรีธัญญา พ่อก็ได้หนีจากฉันนั่งรถไป ฉันต้องนั่งมอไซต์รับจ้างตามจับเขาพร้อมทั้งต้องโทรคุยกับตำรวจและรถพยาบาลที่แจ้งไว้ (ที่จะมารับเปลี่ยนผ่านโรงพยาบาล) ตั้งแต่นนทบุรี-กรุงเทพขับวนไปวนมา ในสภาพที่พ่อก็ขับมอไซต์มึนๆไปตลอดทางจนรถพยาบาลมาช่วยจับไปได้ (ช่วงน้ำท่วมกำลังลดพอดี) ส่วนแฟนเขารอนั่งคุยกับหมออยู่ที่ศรีธัญญา ถือเป็นการแอดมิทรอบ 2 หลังจากที่พ่อป่วยรอบนี้แฟนเขาก็เริ่มเอาแต่บอกฉันทุกวันว่า "พี่ไม่ไหวแล้วๆ" ทุกวัน ทั้งๆที่ฉันเองก็ไม่มีญาติ ไม่มีใคร แถมสุขภาพจิตใจก็ไม่ดี แล้วก็ไม่ได้สนิทใจกับพ่อแล้ว (แต่ฉันก็ออกค่าใช้จ่ายรอบล่าสุดทั้งหมด ทั้งค่ารถพยาบาล ค่าห้องที่โรงพยาบาลประจำ ค่าส่วนตัวต่างๆของพ่อ รอบนี้ไม่ถึงเดือนไปเกือบ 2 หมื่นแล้ว และฉันก็เงินเดือนแค่ 2 หมื่น)
จนไม่นานมานี้แฟนของเขาจะโยนภาระทุกอย่างให้ฉัน โดยบอกว่าในฐานะ "ลูก" ทั้งการติดต่อโรงพยาบาลทั้งสองที่ ทั้งต้องหาสถานรับเลี้ยง ค่าใช้จ่ายต่างๆของพ่อ
ขอสารภาพว่าฉันเองก็ไม่ไหวแล้ว ฉันเครียดมากพูดอะไรไม่ได้เลย สภาพจิตใจก็พังแบบเงียบๆคนเดียว แถมยังโดนแฟนเขากดดันทุกๆวัน จนฉันอยากจะหนีแล้ว
ฉันทำผิดไหมถ้าฉันจะหนีไปเริ่มต้นใหม่?
ขอบคุณที่อ่านจนจบ อาจจะดูเขียนเหมือนนิยาย แต่คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นอยู่ค่ะ ไว้ยังไงถ้ามีคอมเม้นต์ฉันจะกลับมาอ่านนะคะ