[DAY: 26] เรียน Phonics (หลักการออกเสียงภาษาอังกฤษ) ด้วยตัวเอง

เสียง /s/ สะกดได้กี่แบบ?



ในระดับ beginner ผมจะแนะนำตัวสะกดให้นักเรียน 3 แบบหลักครับ ได้แก่ -s-, -ss-, -se

1) ตัวสะกด -s- ในคำว่า sand, seed, sing, sock, sun รวมถึงกรณีที่มันอยู่ตรงกลางซึ่งมีแค่ไม่กี่คำคือ basket และ biscuit และกรณีที่มันอยู่ท้ายสุดของคำอันนี้มีเยอะพอสมควร เช่น gas, bus, campus, status, cactus เป็นต้น (แต่ยกเว้นคำเช่น always, his, is ที่แม้จะลงท้ายด้วยตัวสะกด -s แต่ต้องออกเสียงเป็น /z/)

และถ้านักเรียนสามารถออกเสียง cluster (เสียงพยัญชนะควบกล้ำ) ได้แล้ว ก็อาจจะสอนให้รู้จักกรณีของ sn-, sp-, st-, sk- (เช่น snow, speak, stop, sky) และ s-cluster คู่อื่น ๆ ด้วยครับ (เช่น “sw-” ในคำว่า swim หรือ “sl-” ใน slow รวมไปถึงกรณีที่ยากขึ้นคือ “str-” ใน strong และ “spr-” ใน spring)
.

2) ตัวสะกด -ss เช่น class, miss, dress, boss ที่หลายคนอาจจะชินว่ามันเป็นกรณีที่เสียง /s/ อยู่ท้ายคำเท่านั้น แต่จริง ๆ มันมีตำแหน่งตรงกลางด้วยนะ เช่น lesson, blossom (แปลว่า ผลิบาน ใช้กับดอกไม้), asset (แปลว่า ทรัพย์สิน), message, gossip อะไรพวกนี้

มีอยู่หนึ่งคำที่น่าสนใจคือกรณีที่ -ss- อยู่ทั้งตรงกลางและข้างหลังในคำเดียวกัน (เป็นคำที่นักเรียนสะกดผิดบ่อย) คือคำว่า “possess” ที่แปลว่า “ครอบครอง” (หรือบางครั้งใช้ในความหมาย “ผีสิง”) แต่ความจริงคำนี้ -ss- ตัวแรกมันออกเสียงเป็น /z/ ครับ ดังนั้นที่ถูกต้องเราต้องอ่านว่า “puh-ZES” (เพอะ-เซส)
.

3) ตัวสะกด -se ก็สำคัญ อันนี้ต้องย้ำก่อนว่ามันไม่ใช่กรณีของ “Magic E” หรือตัว -e ท้ายคำที่มาคู่กับสระเสียงยาวอย่าง cap —> cape / not —> note / kit —> kite นะครับ

เพราะในคำเหล่านี้เราจะแบ่งตัวสะกดเป็น c + a_e + p = cape หรือ n + o_e + t = note อะไรแบบนี้ (เราจะเห็นว่าตัว -e แท้จริงแล้วมันมาคู่กับเสียงสระ ไม่ได้มาคู่กับตัว p หรือตัว t แต่อย่างใด)

แต่ -se ที่ผมพูดถึงคือ -se ที่มาด้วยกัน "แท้ ๆ" แบบไม่เกี่ยวกับเสียงสระเลย เช่นคำว่า horse, mouse, promise, tortoise, nurse เป็นต้น เราจะแบ่งคำเป็น h + or + se หรือ m + ou + se หรือ n + ur + se อะไรแบบนี้ครับ (จะเห็นมันไม่เหมือนกับกรณีของ magic E)

และต้องสอนให้นักเรียนระวังคำอย่าง vase, cheese, rise, nose, confuse อะไรพวกนี้ด้วย (คำที่เป็นสระ Long A E I O U) เพราะ -se ในคำเหล่านี้ “มักจะ” ออกเสียงเป็น /z/ (vase อ่าน "vaze" / cheese อ่าน "cheez" and so on)
_______________

พอผ่านระดับ beginner เราก็จะเข้าสู่ระดับ intermediate คือกรณีที่เสียง /s/ สะกดด้วย c-, sc- และ ps-

1) สะกดด้วยตัว c หรือที่เราเรียกว่า “soft C” มีอยู่ 3 กรณี
—> ci- เช่น city, cinema, circle
—> cy- เช่น cycle, fancy, คนชื่อ “Cynthia”
—> ce- เช่น center, cell, celebrate (รวมถึงกรณีที่มันอยู่ท้ายคำด้วย เช่น face, piece, juice คนชื่อ “Bruce”)
.

2) กรณีเสียง /s/ ที่สะกดด้วย sc- (มาทั้ง s ทั้ง c เลย)

จะบอกว่าตัว S หรือตัว C เป็น silent letter ก็ได้ (เพราะมันเข้ากฎ soft C เช่นกัน) เช่นคำว่า "science" (จะอ่านว่า si-ence หรือ ci-ence ก็ได้ เป็นเสียง /s/ เหมือนกันทั้งคู่) หรือคำว่า "scent" (จะสอนนักเรียนว่าให้อ่านเป็น sent หรือ cent ก็เหมือนกันครับ) รวมไปถึงคำว่า "scene" และ "scissors"
 
แต่เพื่อความชัวร์ ผมแนะนำว่าให้คุณครูบอกว่าตัว c เป็น silent letter จะเข้าใจง่ายกว่า เพราะจะได้เข้ากับกรณีของ ps- ที่เป็นตัวสะกดอีกตัวของเสียง /s/ ในระดับ intermediate นี้ครับ

3) ใน ps- ตัว p เป็น silent letter เช่นคำว่า “psychology” (จิตวิทยา) หรือ “pseudonym” (นามแฝง) ที่เราจะอ่านโดยไม่ต้องออกเสียงตัว p แต่อย่างใด (ดั้งนั้นคำว่า "psalm" จึงอ่าน ซาม)
_______________

สุดท้ายละ ในระดับ advanced ก็มีอยู่ 3 กรณีเช่นกัน คือเสียง /s/ ที่สะกดด้วย -st- (silent t), -x และ -z

1) สะกดด้วย -st- (อยู่ตรงกลาง) เช่น “listen”, “fasten” (รัดเข็มขัด), “castle” เป็นต้น ในคำเหล่านี้ไม่ต้องออกเสียง t ครับ อ่านว่า “ลิส-เสิน”, “ฟาส-เสิน”, “คาส-เสิล” ได้เลย

2) สะกดด้วย -x อันนี้ต้องย้ำด้วยว่าจริง ๆ ตัว x มันคือเสียง /ks/ มาคู่กัน เช่น “box” (อ่าน boks), “fix” (อ่าน fiks), “deluxe” (อ่าน di-luks / “ดิ-ลัคสฺ” ไม่ใช่ดีลุกส์) และในบางคำเสียง k กับ s จะแยกพยางค์กันอย่างชัดเจน เช่น “exit” ที่อ่าน ek-sit

3) สะกดด้วย -z คือกรณีที่มาเป็นคู่เสียง /ts/ เช่น “pizza” อ่าน peeT-Suh (พีท-เสอะ) ไม่ใช่ piZ-Za หรืออีกคำเช่น “pretzel” ที่อ่าน preT-Sel โดยออกเสียงตัว z เป็น /s/

สาเหตุที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าตัว t มันสกัดดาวรุ่งทำให้ /z/ ลดเสียงมาเป็น unvoiced ดังนั้นมันจึงกลายเป็นเสียง /s/ ครับ (คำอื่น ๆ ที่ zz ออกเสียงเป็น /(t)s/ เช่น “mozzarella” อ่านว่า moT-Suh-rel-luh แปลว่า ชีส ส่วนใหญ่กรณีที่ zz กลายเป็น ts จะเป็นคำยืมจากภาษาอิตาลี)
_______________

สรุปแล้ว เสียง /s/ มันอาจจะสะกดด้วย -s, -ss, -se, c- (ci, cy, ce), sc-, ps-, -st-, -x หรือแม้แต่ -z ก็ยังได้ ภาษาอังกฤษนี่ก็ง่ายดีนะครับ 555

“รู้ให้มากกว่าเมื่อวาน”
JGC.

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่