⚠️มะเร็งหลังโพรงจมูก อาการเตือนที่ไม่ควรมองข้าม และแนวทางรักษา

กระทู้สนทนา
ข่าวการสูญเสียของศิลปินจากโรคมะเร็ง ทำให้หลายคนหันมาใส่ใจกับโรคที่อาจอยู่ใกล้ตัวมากขึ้น หนึ่งในนั้นคือ “มะเร็งหลังโพรงจมูก” (Nasopharyngeal Cancer)

โรคนี้เกิดบริเวณด้านหลังจมูก ซึ่งอยู่ใกล้กับช่องหู และฐานกะโหลกศีรษะ อาการในช่วงแรกอาจไม่จำเพาะ และคล้ายกับโรคทั่วไป เช่น ภูมิแพ้หรือการติดเชื้อทางเดินหายใจ ทำให้บางคนอาจไม่ได้เข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะแรก


🧿สัญญาณเตือนที่ควรสังเกต :
อาการที่พบได้ ได้แก่
• คัดจมูกหรือหายใจไม่สะดวก โดยเฉพาะอาการที่เป็นเรื้อรัหรืองเด่นชัดข้างใดข้างหนึ่ง
• เลือดกำเดาไหลผิดปกติหรือมีเลือดปนในน้ำมูก
• หูอื้อหรือการได้ยินลดลง โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นข้างเดียว เนื่องจากตำแหน่งของก้อนมะเร็งอาจส่งผลต่อบริเวณที่เชื่อมต่อกับหูชั้นกลาง
• มีก้อนหรือก้อนบวมบริเวณคอ จากการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลือง
• ปวดศีรษะ ใบหน้าชาหรือเห็นภาพซ้อน ซึ่งอาจพบได้ เมื่อโรคลุกลาม และเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทบริเวณใกล้เคียง

อย่างไรก็ตาม อาการเหล่านี้ ไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเสมอไป เพราะมีโรคอื่นที่ทำให้เกิดอาการคล้ายกันได้ หากอาการผิดปกติเป็นต่อเนื่องหรือไม่ทราบสาเหตุ ควรพบแพทย์ โดยเฉพาะแพทย์ด้านหู คอ จมูก เพื่อประเมินเพิ่มเติม


🧿มะเร็งหลังโพรงจมูกระยะ 4 คืออะไร ?
• การแบ่งระยะของมะเร็งหลังโพรงจมูกใช้ระบบ TNM และระยะที่ 4 ยังแบ่งเป็นระยะ IVA และ IVB

🔘ระยะ IVA หมายถึง มะเร็งที่ลุกลามไปยังบริเวณสำคัญ เช่น สมอง เส้นประสาทสมอง กระดูกบริเวณรอบดวงตาหรือเนื้อเยื่อบริเวณขากรรไกร รวมถึงบางกรณีที่มีต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอขนาดใหญ่หรืออยู่ในตำแหน่งต่ำของคอ

🔘ระยะ IVB หมายถึง มะเร็งที่แพร่กระจายออกไปไกลกว่าต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอ เช่น ไปยังต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ไกลออกไปหรืออวัยวะอื่น เช่น ปอด กระดูกหรือตับ

ดังนั้น คำว่า “ระยะ 4” ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยทุกคนมีลักษณะหรือการแพร่กระจายเหมือนกัน แพทย์จะประเมินจากตำแหน่งของก้อนต่อมน้ำเหลือง และการแพร่กระจายของโรคเป็นรายบุคคล

🧿แนวทางการรักษา :
• การรักษาขึ้นอยู่กับระยะ ตำแหน่งของโรค สุขภาพโดยรวม และปัจจัยอื่นๆของผู้ป่วย โดยอาจใช้หลายวิธีร่วมกัน
1. รังสีรักษา และเคมีบำบัด
• มะเร็งหลังโพรงจมูกเป็นมะเร็งที่มีการใช้รังสีรักษาเป็นส่วนสำคัญของการรักษา โดยในระยะที่ลุกลามเฉพาะที่ แพทย์อาจใช้รังสีรักษาร่วมกับเคมีบำบัด และอาจมีการให้เคมีบำบัดก่อนหรือหลังตามแผนการรักษา

เทคนิคการฉายรังสีสมัยใหม่ เช่น IMRT สามารถช่วยกำหนดบริเวณที่ต้องการรักษาให้เหมาะสมกับตำแหน่งของก้อนมะเร็งและลดการได้รับรังสีของเนื้อเยื่อปกติที่อยู่ใกล้เคียง

2. ยาเคมีบำบัด และภูมิคุ้มกันบำบัด
• หากโรคมีการแพร่กระจายหรือกลับมาเป็นซ้ำ แพทย์อาจพิจารณาการรักษาด้วยยา เช่น เคมีบำบัดหรือภูมิคุ้มกันบำบัด โดยชนิดยา และสูตรการรักษา ขึ้นอยู่กับลักษณะของโรค และสภาพร่างกายของผู้ป่วย

3. การผ่าตัด
• การผ่าตัดไม่ได้เป็นวิธีหลักสำหรับผู้ป่วยมะเร็งหลังโพรงจมูกทุกราย เนื่องจากตำแหน่งของโรค และการตอบสนองต่อรังสีรักษา โดยอาจพิจารณาในผู้ป่วยบางกลุ่ม เช่น กรณีที่ยังมีโรคหลงเหลือหรือโรคกลับมาเป็นซ้ำในตำแหน่งที่สามารถผ่าตัดได้


🧿การดูแลระหว่างการรักษา :
นอกจากการควบคุมมะเร็งแล้ว การดูแลคุณภาพชีวิตก็มีความสำคัญ เช่น
• ดูแลภาวะปากแห้ง คอแห้งหรือกลืนลำบาก
• รับประทานอาหารให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
• หากรับประทานอาหารได้ยาก ควรปรึกษาทีมแพทย์ และนักโภชนาการ
• ดูแลสุขภาพช่องปาก และฟันตามคำแนะนำของทีมรักษา
• ดูแลสภาพจิตใจ และขอความช่วยเหลือ เมื่อมีความเครียดหรือความกังวล

⚠️สิ่งสำคัญที่สุดคือ อย่าตื่นตระหนกจากอาการเพียงอย่างเดียว

อาการอย่างคัดจมูก เลือดกำเดาไหลหรือหูอื้อไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกทันที แต่หากอาการผิดปกติเป็นเรื้อรัง เกิดซ้ำหรือมีอาการหลายอย่างร่วมกัน การไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุย่อมดีกว่าการปล่อยทิ้งไว้

การวินิจฉัยมะเร็งหลังโพรงจมูกอาศัยการตรวจโดยแพทย์ และการตรวจเพิ่มเติม เช่น การส่องกล้องบริเวณหลังโพรงจมูก และหากพบความผิดปกติอาจต้องตัดชิ้นเนื้อ เพื่อยืนยันการวินิจฉัย

แหล่งข้อมูล :
• National Cancer Institute (NCI)
• คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
• ข้อมูลแนวทางการรักษามะเร็งหลังโพรงจมูกจากแหล่งข้อมูลทางการแพทย์
• Thairath Online

ภาพประกอบ : Pixabay

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่