“AI Slop” คอนเทนต์ AI คุณภาพต่ำ เมื่อภาพและคลิปที่สร้างขึ้นด้วย AI ถูกผลิตและส่งต่อซ้ำโดยเฉพาะในช่วงเหตุการณ์วิกฤตที่ผู้คนต้องการข้อมูลอย่างรวดเร็ว จากคอนเทนต์เรียกยอดเอนเกจเมนต์ สู่ภาพลวงที่อาจทำให้เข้าใจเหตุการณ์จริงผิดไป

ภาพหมา-แมวได้รับการช่วยเหลือท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม กลายเป็นภาพที่สร้างความสนใจบนโลกออนไลน์ ตั้งแต่ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ปี 2568 ไปจนถึงภาพหมา-แมวถูกช่วยเหลือบนรถเมล์ท่ามกลางน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2569 ก็เป็นคอนเทนต์ที่ยังคงวนมาซ้ำ ๆ แม้ว่าบางพื้นที่น้ำจะลด แต่คอนเทนต์เหล่านี้ยังคงท่วมหน้าฟีดไปอีกหลายปี กลายเป็น “ร่องรอยดิจิทัล” ที่หลงเหลืออยู่บนโลกออนไลน์
.
ไม่ว่าจะภาพหมาคาบแมวหนีน้ำท่วม แมวซ่อมรถ ซ่อมไฟ ไปจนถึงคลิปปลานิลว่ายวนอยู่ในน้ำท่วมถนนสุขุมวิท กลาง กทม. ปรากฏการณ์นี้มีคำเรียกว่า “AI Slop” หรือ คอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI แบบไร้สาระ มีคุณภาพต่ำ ขาดบริบท หรือไม่ได้มุ่งให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แต่เน้นการดึงดูดความสนใจและการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มออนไลน์
.
ตั้งแต่การเข้ามาของ Sora AI ทำให้คอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI แพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะวิดีโอที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงหรือดึงดูดความสนใจ แม้ Sora จะยุติการให้บริการไปแล้ว แต่เครื่องมือสร้างภาพด้วย AI แพลตฟอร์มอื่น ๆ ยังคงสามารถสร้างภาพที่มีรายละเอียดและความสมจริงมากขึ้น ทำให้แยกแยะระหว่างภาพที่สร้างด้วย AI กับภาพเหตุการณ์จริงได้ยากขึ้นในบางกรณี
.
บางคอนเทนต์อาจมองด้วยตาเปล่าก็สังเกตได้ว่าเป็นภาพที่สร้างด้วย AI แต่บางภาพมีความสมจริงจนผู้ชมอาจแยกไม่ออก หรือเกิดความสับสนได้ โดยเฉพาะเมื่อภาพเหล่านั้นถูกเผยแพร่ท่ามกลางเหตุการณ์เร่งด่วนหรือสถานการณ์วิกฤต ซึ่งผู้คนต้องการข้อมูลอย่างรวดเร็ว และอาจไม่มีเวลาตรวจสอบที่มาของภาพอย่างละเอียด
.
“AI Slop” คืออะไร ทำไมถึงเรียกคอนเทนต์ “ขยะ”
.
“AI Slop” หมายถึง เนื้อหาดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นงานเขียน รูปภาพ เสียง วิดีโอที่ผลิตจำนวนมากด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI เช่น คลิปสัตว์กินอาหารมูมมามผิดธรรมชาติ ภาพโฆษณาที่ดูไม่สมจริง ข่าวปลอมปลุกกระแส คลิปดรามาเรียกน้ำตา ภาพหรือคลิปคนดังทำท่าทางตลกผิดไปจากธรรมชาติ โดยมีจุดประสงค์หลัก คือทำให้คนสนใจเกิดการคลิกเข้าไปดู เพิ่มยอดเอนเกจเมนต์และสร้างรายได้
.
ความหมายดั้งเดิมของคำว่า Slop ในศตวรรษที่ 18 คือ “โคลนอ่อน” ต่อมาความหมายของคำนี้ก็พัฒนาเป็น “ขยะอาหาร” “ขยะ” “ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าน้อยหรือไร้ค่า” และคอนเทนต์คุณภาพต่ำจาก AI ในปัจจุบัน
.
นอกจากนี้คำนี้ถูกเลือกให้เป็นศัพท์แห่งปี 2025 โดยพจนานุกรม Merriam-Webster ของสหรัฐ ซึ่งประธานบริษัทฯ ได้กล่าวกับสำนักข่าว AP ว่า Slop เป็นคำที่สะท้อนถึงความคิดเห็นของผู้คนที่มองว่า เนื้อหา AI เหล่านี้ “น่าตื่นตา แต่ก็น่ารำคาญใจและไร้สาระอยู่บ้างเช่นกัน” และได้ให้ความหมายว่า เป็น “เนื้อหาดิจิทัลคุณภาพต่ำที่ผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมากด้วยปัญญาประดิษฐ์ (digital content of low quality that is produced usually in quantity by means of artificial intelligence)”
ตัวอย่างการตรวจสอบข่าว ภาพ AI Slop จาก Thai PBS Verify
คอนเทนต์ AI ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง เมื่อถูกนำมาเผยแพร่หรือใช้ซ้ำในบริบทของเหตุการณ์วิกฤตและสถานการณ์ตึงเครียด ภาพหรือคลิปที่ดูไร้สาระอาจกลายเป็นข้อมูลที่สร้างความสับสน และทำให้ผู้รับสารเข้าใจเหตุการณ์ผิดไปได้ ยกตัวอย่างชิ้นงานจากที่ Thai PBS Verify ตรวจสอบพบ
.
ภาพ “หมา–แมวฮีโร่” พบลายน้ำ–ตัวอักษรเพี้ยน เครื่องมือตรวจสอบชี้ชัดถูกสร้างด้วย AI
.
ตรวจสอบพบภาพไวรัลอ้างหมา–แมวฮีโร่ ช่วยเหลือสัตว์ช่วงน้ำท่วมภาคใต้
ระบุว่าเป็นภาพซึ้งใจจากเหตุการณ์จริงในวันที่พายุถล่มภาคใต้ โดยมีสุนัขและแมวช่วยกันพาสัตว์ตัวเล็กหนีน้ำ จนเกิดเป็นกระแสการส่งต่อในโลกออนไลน์ มีทั้งคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะชื่นชมและให้ความคิดเห็นว่าภาพดังกล่าวสร้างจากเทคโนโลยี AI
.
ภาพหมา-แมวนั่งบนหลังคารถเมล์ลุยน้ำท่วม กทม. อ้างช่วยสัตว์จากเหตุการณ์จริง แท้จริงเป็นภาพ “AI Slop”
พบโพสต์อ้างภาพสุนัขและแมวนั่งบนหลังคารถเมล์ท่ามกลางน้ำท่วม กทม. พร้อมระบุว่าเป็นภาพเหตุการณ์ช่วยเหลือสัตว์ ตรวจสอบพบภาพมีแนวโน้มสร้างด้วย AI และพบจุดสังเกตหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับรถเมล์จริง ภาพดังกล่าวจึงเข้าลักษณะ AI Slop เพื่อเรียกยอดการมีส่วนร่วม (Engagement)

คลิปสุดซึ้ง “น้องหมาเลือกเจ้าของเอง” จนสะเทือนใจชาวเน็ตนับล้าน ที่แท้เป็นคลิป AIคลิปวิดีโอที่ถูกส่งต่อเป็นจำนวนมากในโลกโซเชียลฯ รวมถึงมีผู้เข้าชมไปกว่า 1.7 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นคลิปที่อ้างภาพเหตุการณ์สุนัขจากสถานสงเคราะห์สัตว์ ใช้ “สัญชาตญาณ” เลือกเจ้าของใหม่ด้วยตัวเอง Thai PBS Verify ตรวจสอบพบเป็นเพียงคลิปที่สร้างจาก AI
.
“ไร้สาระจนได้ดี” คอนเทนต์เหล่านี้สร้างรายได้มหาศาล
บางครั้ง AI Slop อาจเป็นเพียงคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นโดยขาดบริบทหรือสาระ แต่ในบางกรณี ผู้สร้างอาจหยิบฉวยความสนใจจากเหตุการณ์วิกฤตมาผลิตคอนเทนต์ เพื่อเพิ่มยอดเข้าชมและการมีส่วนร่วม (Engagement) บนแพลตฟอร์ม
ปี 2568 ผลการวิจัยของ Kapwing พบว่า วิดีโอมากกว่า 20% อัลกอริทึมของ YouTube แนะนำให้ผู้ใช้ใหม่ ๆ มองเห็นคอนเทนต์ประเภท “AI Slop”
โดยจากการสำรวจช่อง YouTube ยอดนิยม 15,000 ช่องทั่วโลก หรือ 100 อันดับแรกของแต่ละประเทศ พบว่า 278 ช่องเผยแพร่เนื้อหาที่สร้างด้วย AI คุณภาพต่ำเป็นหลัก
.
โดยรวมแล้ว ช่องที่เผยแพร่คอนเทนต์ AI Slop เหล่านี้มียอดเข้าชมรวมมากกว่า 63,000 ล้านครั้ง และมีผู้ติดตามรวม 221 ล้านคน โดยมีการประเมินว่าสามารถสร้างรายได้ประมาณ 117 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (90 ล้านปอนด์) ต่อปี หรือ 3.9 พันล้านบาทต่อปี
.
วิธีสังเกต AI Slop เบื้องต้น : วิธีสังเกตภาพที่สร้างจาก AI ง่าย ๆ ดังนี้
- ภาพดูสมจริง แต่มีบางอย่างที่ผิดธรรมชาติ หากเป็นภาพบุคคลไม่ว่าจะมือ นิ้ว ฟัน ดวงตา หรือใบหน้ามัดจะดูไม่เป็นธรรมชาติหากเป็นภาพสิ่งแวดล้อม ตัวหนังสือ ป้ายทะเบียน โลโก้ หรือข้อความในภาพอ่านไม่รู้เรื่อง วัตถุบางชิ้นมีรูปร่างผิดปกติ หรือรายละเอียดไม่ต่อเนื่อง
- รายละเอียดเล็ก ๆ ไม่สัมพันธ์กัน คนหรือสิ่งของในภาพมีเงาผิดทิศ แสงสะท้อนบนกระจกหรือน้ำไม่ตรงกับภาพ เสื้อผ้า เครื่องแบบ หรืออุปกรณ์เปลี่ยนรายละเอียดไปมา สิ่งของชิ้นเดียวกันมีจำนวนหรือรูปร่างไม่เท่ากัน
- ภาพ “สวยเกินเหตุ” หรือจัดองค์ประกอบเหมือนภาพสร้าง ทุกอย่างคมชัดและจัดวางสวยผิดธรรมชาติ ไปจนถึงสี แสง และบรรยากาศดูดราม่าเกินจริง
- ตรวจที่มาของภาพไม่ได้ โพสต์ต้นทางไม่ระบุสถานที่หรือวันที่ มีแต่การนำภาพไปแชร์ต่อ ๆ กัน เมื่อค้นหาภาพย้อนกลับแล้วไม่พบแหล่งข่าวต้นฉบับที่น่าเชื่อถือ
- ภาพไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่อ้าง ค้นด้วย
Google Lens หรือ reverse image search ตรวจว่าภาพเคยปรากฏมาก่อนหรือไม่ เปรียบเทียบกับภาพจากหน่วยงานหรือสำนักข่าวในพื้นที่เกิดเหตุ
- บริบทในภาพขัดกับข้อเท็จจริง เช่น อ้างว่าเป็นภาพน้ำท่วมในกรุงเทพฯ แต่ป้าย ถนน อาคาร หรือสภาพอากาศไม่สอดคล้องกับสถานที่นั้น
.
เมื่อภาพลวงอาจอยู่บนโลกออนไลน์ไปอีกนาน
สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact (ประเทศไทย) เคยเห็นข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบภาพที่สร้างจาก AI ว่าไม่ใช่ทุกคนจะสามารถมองออกว่าคอนเทนต์ชิ้นใดบ้างสร้างขึ้นด้วย AI และในโลกโซเชียลฯ คอนเทนต์หนึ่งชิ้นอาจถูกเก็บและเผยแพร่อยู่บนโลกออนไลน์ไปอีกนานนับสิบ ๆ ปี บางครั้งอาจถูกนำกลับมาเผยแพร่ซ้ำในบริบทใหม่ โดยที่ผู้รับสารไม่รู้ที่มา หรือไม่ทราบว่าภาพนั้นเคยถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อถึงเหตุการณ์ใด
.
“เราต้องยอมรับว่า AI เพิ่งจะมีบทบาทในประเทศไทยไม่กี่ปีนี่เอง เราอย่าไปทึกทักว่าทุกคนจะมองออกว่าเป็น AI หรือว่าไม่ใช่ AI เพราะว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อย ซึ่งยังเพิ่งจะเรียนรู้การใช้อินเทอร์เน็ต ใช้ LINE ซึ่งคนจำนวนไม่น่อยยังแยกไม่ออกว่าเป็นภาพจริงหรือภาพลวง และนำไปสู่ความเข้าใจผิด ทำให้เกิดผลตามมา สิ่งต่าง ๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาแล้วเผยแพร่ในโลกออนไลน์แล้วไปอยู่ตลอดไปยาวนาน”
.
“เราต้องอย่าดูเบาข่อมูลประดิษฐ์ ในโลกออนไลน์ ยกตัวอย่างเรื่องโซดามะนาว รักษามะเร็ง มันเป็นข้อมูลลวงในยุค Analog หรือดิจิทัล ที่ยังไม่ใช่ยุค AI ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลเลยที่คนจะเชื่อ แต่ทำไมข้อมูลนี้ มันถึงถูกแพร่ขยายวนซ้ำรวดเร็ว มาก แล้วก็มีคนมาแก้ข่าวเยอะมาก แต่ก็ยังมีคนเชื่อ มีคนดื่มโซดามะนาวเยอะ จนกลายเปนกรดไหลย้อน และโรคอื่น ๆ ที่ตามมา”
.
ที่มา : thaipbs
รู้จัก “AI Slop” คอนเทนต์ AI ขยะ ดูไร้สาระ แต่ไม่อาจดูเบาได้ในเหตุการณ์วิกฤต
ภาพหมา-แมวได้รับการช่วยเหลือท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วม กลายเป็นภาพที่สร้างความสนใจบนโลกออนไลน์ ตั้งแต่ภาพเหตุการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ปี 2568 ไปจนถึงภาพหมา-แมวถูกช่วยเหลือบนรถเมล์ท่ามกลางน้ำท่วมกรุงเทพฯ ปี 2569 ก็เป็นคอนเทนต์ที่ยังคงวนมาซ้ำ ๆ แม้ว่าบางพื้นที่น้ำจะลด แต่คอนเทนต์เหล่านี้ยังคงท่วมหน้าฟีดไปอีกหลายปี กลายเป็น “ร่องรอยดิจิทัล” ที่หลงเหลืออยู่บนโลกออนไลน์
.
ไม่ว่าจะภาพหมาคาบแมวหนีน้ำท่วม แมวซ่อมรถ ซ่อมไฟ ไปจนถึงคลิปปลานิลว่ายวนอยู่ในน้ำท่วมถนนสุขุมวิท กลาง กทม. ปรากฏการณ์นี้มีคำเรียกว่า “AI Slop” หรือ คอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI แบบไร้สาระ มีคุณภาพต่ำ ขาดบริบท หรือไม่ได้มุ่งให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แต่เน้นการดึงดูดความสนใจและการมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มออนไลน์
.
ตั้งแต่การเข้ามาของ Sora AI ทำให้คอนเทนต์ที่สร้างด้วย AI แพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะวิดีโอที่สร้างขึ้นเพื่อความบันเทิงหรือดึงดูดความสนใจ แม้ Sora จะยุติการให้บริการไปแล้ว แต่เครื่องมือสร้างภาพด้วย AI แพลตฟอร์มอื่น ๆ ยังคงสามารถสร้างภาพที่มีรายละเอียดและความสมจริงมากขึ้น ทำให้แยกแยะระหว่างภาพที่สร้างด้วย AI กับภาพเหตุการณ์จริงได้ยากขึ้นในบางกรณี
.
บางคอนเทนต์อาจมองด้วยตาเปล่าก็สังเกตได้ว่าเป็นภาพที่สร้างด้วย AI แต่บางภาพมีความสมจริงจนผู้ชมอาจแยกไม่ออก หรือเกิดความสับสนได้ โดยเฉพาะเมื่อภาพเหล่านั้นถูกเผยแพร่ท่ามกลางเหตุการณ์เร่งด่วนหรือสถานการณ์วิกฤต ซึ่งผู้คนต้องการข้อมูลอย่างรวดเร็ว และอาจไม่มีเวลาตรวจสอบที่มาของภาพอย่างละเอียด
.
“AI Slop” คืออะไร ทำไมถึงเรียกคอนเทนต์ “ขยะ”
.
“AI Slop” หมายถึง เนื้อหาดิจิทัลไม่ว่าจะเป็นงานเขียน รูปภาพ เสียง วิดีโอที่ผลิตจำนวนมากด้วยปัญญาประดิษฐ์ AI เช่น คลิปสัตว์กินอาหารมูมมามผิดธรรมชาติ ภาพโฆษณาที่ดูไม่สมจริง ข่าวปลอมปลุกกระแส คลิปดรามาเรียกน้ำตา ภาพหรือคลิปคนดังทำท่าทางตลกผิดไปจากธรรมชาติ โดยมีจุดประสงค์หลัก คือทำให้คนสนใจเกิดการคลิกเข้าไปดู เพิ่มยอดเอนเกจเมนต์และสร้างรายได้
.
ความหมายดั้งเดิมของคำว่า Slop ในศตวรรษที่ 18 คือ “โคลนอ่อน” ต่อมาความหมายของคำนี้ก็พัฒนาเป็น “ขยะอาหาร” “ขยะ” “ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าน้อยหรือไร้ค่า” และคอนเทนต์คุณภาพต่ำจาก AI ในปัจจุบัน
.
นอกจากนี้คำนี้ถูกเลือกให้เป็นศัพท์แห่งปี 2025 โดยพจนานุกรม Merriam-Webster ของสหรัฐ ซึ่งประธานบริษัทฯ ได้กล่าวกับสำนักข่าว AP ว่า Slop เป็นคำที่สะท้อนถึงความคิดเห็นของผู้คนที่มองว่า เนื้อหา AI เหล่านี้ “น่าตื่นตา แต่ก็น่ารำคาญใจและไร้สาระอยู่บ้างเช่นกัน” และได้ให้ความหมายว่า เป็น “เนื้อหาดิจิทัลคุณภาพต่ำที่ผลิตขึ้นมาเป็นจำนวนมากด้วยปัญญาประดิษฐ์ (digital content of low quality that is produced usually in quantity by means of artificial intelligence)”
ตัวอย่างการตรวจสอบข่าว ภาพ AI Slop จาก Thai PBS Verify
คอนเทนต์ AI ถูกสร้างขึ้นเพื่อความบันเทิง เมื่อถูกนำมาเผยแพร่หรือใช้ซ้ำในบริบทของเหตุการณ์วิกฤตและสถานการณ์ตึงเครียด ภาพหรือคลิปที่ดูไร้สาระอาจกลายเป็นข้อมูลที่สร้างความสับสน และทำให้ผู้รับสารเข้าใจเหตุการณ์ผิดไปได้ ยกตัวอย่างชิ้นงานจากที่ Thai PBS Verify ตรวจสอบพบ
.
ภาพ “หมา–แมวฮีโร่” พบลายน้ำ–ตัวอักษรเพี้ยน เครื่องมือตรวจสอบชี้ชัดถูกสร้างด้วย AI
.
ตรวจสอบพบภาพไวรัลอ้างหมา–แมวฮีโร่ ช่วยเหลือสัตว์ช่วงน้ำท่วมภาคใต้
ระบุว่าเป็นภาพซึ้งใจจากเหตุการณ์จริงในวันที่พายุถล่มภาคใต้ โดยมีสุนัขและแมวช่วยกันพาสัตว์ตัวเล็กหนีน้ำ จนเกิดเป็นกระแสการส่งต่อในโลกออนไลน์ มีทั้งคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะชื่นชมและให้ความคิดเห็นว่าภาพดังกล่าวสร้างจากเทคโนโลยี AI
.
ภาพหมา-แมวนั่งบนหลังคารถเมล์ลุยน้ำท่วม กทม. อ้างช่วยสัตว์จากเหตุการณ์จริง แท้จริงเป็นภาพ “AI Slop”
พบโพสต์อ้างภาพสุนัขและแมวนั่งบนหลังคารถเมล์ท่ามกลางน้ำท่วม กทม. พร้อมระบุว่าเป็นภาพเหตุการณ์ช่วยเหลือสัตว์ ตรวจสอบพบภาพมีแนวโน้มสร้างด้วย AI และพบจุดสังเกตหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับรถเมล์จริง ภาพดังกล่าวจึงเข้าลักษณะ AI Slop เพื่อเรียกยอดการมีส่วนร่วม (Engagement)
คลิปสุดซึ้ง “น้องหมาเลือกเจ้าของเอง” จนสะเทือนใจชาวเน็ตนับล้าน ที่แท้เป็นคลิป AIคลิปวิดีโอที่ถูกส่งต่อเป็นจำนวนมากในโลกโซเชียลฯ รวมถึงมีผู้เข้าชมไปกว่า 1.7 ล้านครั้ง ซึ่งเป็นคลิปที่อ้างภาพเหตุการณ์สุนัขจากสถานสงเคราะห์สัตว์ ใช้ “สัญชาตญาณ” เลือกเจ้าของใหม่ด้วยตัวเอง Thai PBS Verify ตรวจสอบพบเป็นเพียงคลิปที่สร้างจาก AI
.
“ไร้สาระจนได้ดี” คอนเทนต์เหล่านี้สร้างรายได้มหาศาล
บางครั้ง AI Slop อาจเป็นเพียงคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นโดยขาดบริบทหรือสาระ แต่ในบางกรณี ผู้สร้างอาจหยิบฉวยความสนใจจากเหตุการณ์วิกฤตมาผลิตคอนเทนต์ เพื่อเพิ่มยอดเข้าชมและการมีส่วนร่วม (Engagement) บนแพลตฟอร์ม
ปี 2568 ผลการวิจัยของ Kapwing พบว่า วิดีโอมากกว่า 20% อัลกอริทึมของ YouTube แนะนำให้ผู้ใช้ใหม่ ๆ มองเห็นคอนเทนต์ประเภท “AI Slop”
โดยจากการสำรวจช่อง YouTube ยอดนิยม 15,000 ช่องทั่วโลก หรือ 100 อันดับแรกของแต่ละประเทศ พบว่า 278 ช่องเผยแพร่เนื้อหาที่สร้างด้วย AI คุณภาพต่ำเป็นหลัก
.
โดยรวมแล้ว ช่องที่เผยแพร่คอนเทนต์ AI Slop เหล่านี้มียอดเข้าชมรวมมากกว่า 63,000 ล้านครั้ง และมีผู้ติดตามรวม 221 ล้านคน โดยมีการประเมินว่าสามารถสร้างรายได้ประมาณ 117 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (90 ล้านปอนด์) ต่อปี หรือ 3.9 พันล้านบาทต่อปี
.
วิธีสังเกต AI Slop เบื้องต้น : วิธีสังเกตภาพที่สร้างจาก AI ง่าย ๆ ดังนี้
- ภาพดูสมจริง แต่มีบางอย่างที่ผิดธรรมชาติ หากเป็นภาพบุคคลไม่ว่าจะมือ นิ้ว ฟัน ดวงตา หรือใบหน้ามัดจะดูไม่เป็นธรรมชาติหากเป็นภาพสิ่งแวดล้อม ตัวหนังสือ ป้ายทะเบียน โลโก้ หรือข้อความในภาพอ่านไม่รู้เรื่อง วัตถุบางชิ้นมีรูปร่างผิดปกติ หรือรายละเอียดไม่ต่อเนื่อง
- รายละเอียดเล็ก ๆ ไม่สัมพันธ์กัน คนหรือสิ่งของในภาพมีเงาผิดทิศ แสงสะท้อนบนกระจกหรือน้ำไม่ตรงกับภาพ เสื้อผ้า เครื่องแบบ หรืออุปกรณ์เปลี่ยนรายละเอียดไปมา สิ่งของชิ้นเดียวกันมีจำนวนหรือรูปร่างไม่เท่ากัน
- ภาพ “สวยเกินเหตุ” หรือจัดองค์ประกอบเหมือนภาพสร้าง ทุกอย่างคมชัดและจัดวางสวยผิดธรรมชาติ ไปจนถึงสี แสง และบรรยากาศดูดราม่าเกินจริง
- ตรวจที่มาของภาพไม่ได้ โพสต์ต้นทางไม่ระบุสถานที่หรือวันที่ มีแต่การนำภาพไปแชร์ต่อ ๆ กัน เมื่อค้นหาภาพย้อนกลับแล้วไม่พบแหล่งข่าวต้นฉบับที่น่าเชื่อถือ
- ภาพไม่ตรงกับเหตุการณ์ที่อ้าง ค้นด้วย Google Lens หรือ reverse image search ตรวจว่าภาพเคยปรากฏมาก่อนหรือไม่ เปรียบเทียบกับภาพจากหน่วยงานหรือสำนักข่าวในพื้นที่เกิดเหตุ
- บริบทในภาพขัดกับข้อเท็จจริง เช่น อ้างว่าเป็นภาพน้ำท่วมในกรุงเทพฯ แต่ป้าย ถนน อาคาร หรือสภาพอากาศไม่สอดคล้องกับสถานที่นั้น
.
เมื่อภาพลวงอาจอยู่บนโลกออนไลน์ไปอีกนาน
สุภิญญา กลางณรงค์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Cofact (ประเทศไทย) เคยเห็นข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสอบภาพที่สร้างจาก AI ว่าไม่ใช่ทุกคนจะสามารถมองออกว่าคอนเทนต์ชิ้นใดบ้างสร้างขึ้นด้วย AI และในโลกโซเชียลฯ คอนเทนต์หนึ่งชิ้นอาจถูกเก็บและเผยแพร่อยู่บนโลกออนไลน์ไปอีกนานนับสิบ ๆ ปี บางครั้งอาจถูกนำกลับมาเผยแพร่ซ้ำในบริบทใหม่ โดยที่ผู้รับสารไม่รู้ที่มา หรือไม่ทราบว่าภาพนั้นเคยถูกสร้างขึ้นเพื่อสื่อถึงเหตุการณ์ใด
.
“เราต้องยอมรับว่า AI เพิ่งจะมีบทบาทในประเทศไทยไม่กี่ปีนี่เอง เราอย่าไปทึกทักว่าทุกคนจะมองออกว่าเป็น AI หรือว่าไม่ใช่ AI เพราะว่ายังมีคนจำนวนไม่น้อย ซึ่งยังเพิ่งจะเรียนรู้การใช้อินเทอร์เน็ต ใช้ LINE ซึ่งคนจำนวนไม่น่อยยังแยกไม่ออกว่าเป็นภาพจริงหรือภาพลวง และนำไปสู่ความเข้าใจผิด ทำให้เกิดผลตามมา สิ่งต่าง ๆ ที่ประดิษฐ์ขึ้นมาแล้วเผยแพร่ในโลกออนไลน์แล้วไปอยู่ตลอดไปยาวนาน”
.
“เราต้องอย่าดูเบาข่อมูลประดิษฐ์ ในโลกออนไลน์ ยกตัวอย่างเรื่องโซดามะนาว รักษามะเร็ง มันเป็นข้อมูลลวงในยุค Analog หรือดิจิทัล ที่ยังไม่ใช่ยุค AI ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลเลยที่คนจะเชื่อ แต่ทำไมข้อมูลนี้ มันถึงถูกแพร่ขยายวนซ้ำรวดเร็ว มาก แล้วก็มีคนมาแก้ข่าวเยอะมาก แต่ก็ยังมีคนเชื่อ มีคนดื่มโซดามะนาวเยอะ จนกลายเปนกรดไหลย้อน และโรคอื่น ๆ ที่ตามมา”
.
ที่มา : thaipbs