10 อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น เอาออกก่อนสุขภาพพังไม่รู้ตัว



10 อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็น เอาออกก่อนสุขภาพพังไม่รู้ตัว

ของอะไรไม่ควรเอาเข้าตู้เย็น รวม 10 อาหารที่แช่แล้วอาจเสียรสชาติ พร้อมวิธีจัดเก็บให้ถูกต้อง และใช้ฟังก์ชันตู้เย็น อย่างคุ้มค่า

หลายคนอาจยังเข้าใจว่าการนำอาหารเข้าตู้เย็นเหมือนเป็นการหยุดอายุของอาหาร ทำให้เก็บไว้ได้นานโดยไม่มีวันเสีย แต่ความจริงแล้วความเย็นมีหน้าที่เพียงช่วยชะลอการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์และการเสื่อมคุณภาพของอาหารเท่านั้น ไม่ได้ทำให้อาหารอยู่ได้ตลอดไป ยิ่งไปกว่านั้น อาหารบางชนิดกลับไม่เหมาะกับการแช่เย็น เพราะอาจทำให้รสชาติ เนื้อสัมผัส หรือคุณภาพเปลี่ยนไป แล้วของอะไรไม่ควรเอาเข้าตู้เย็น รวมถึงควรแช่ของยังไงให้ตู้เย็นไม่พังไว บทความนี้รวบรวมคำตอบไว้ให้แล้ว


ทำไมอาหารบางชนิดถึงไม่ควรแช่ตู้เย็น

อาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็นบางชนิด อุณหภูมิต่ำอาจทำให้รสชาติ เนื้อสัมผัส หรือคุณค่าบางส่วนเปลี่ยนไป รวมถึงอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เหมาะกับการนำไปปรุงต่อ เช่น มันฝรั่งที่เก็บในอุณหภูมิต่ำอาจมีน้ำตาลเพิ่มขึ้น และเมื่อนำไปทอดหรืออบด้วยความร้อนสูงอาจเกิดสารอะคริลาไมด์ได้มากขึ้น ดังนั้น การเลือกวิธีเก็บให้เหมาะกับอาหารแต่ละชนิดจึงสำคัญทั้งต่อคุณภาพและความปลอดภัยในการรับประทาน

10 ของอะไรไม่ควรเอาเข้าตู้เย็น เก็บไว้ด้านนอกดีกว่าแน่นอน

1. มันฝรั่ง
มันฝรั่งเป็นอาหารที่ไม่ควรแช่ตู้เย็นเพราะอาจทำให้น้ำตาลในหัวมันเพิ่มขึ้น และเมื่อนำไปทอด อบ หรือปรุงด้วยความร้อนสูง อาจเกิดสารอะคริลาไมด์มากขึ้น ซึ่งเป็นสารที่ FDA เฝ้าระวังด้านผลกระทบต่อสุขภาพ ดังนั้นจึงควรเก็บมันฝรั่งในที่มืด เย็น แห้ง และอากาศถ่ายเทแทน

2. มะเขือเทศ
มะเขือเทศทั้งลูกไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพเมื่อแช่เย็น แต่ความเย็นอาจทำให้กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัสลดลง จึงควรเก็บมะเขือเทศที่ยังไม่สุกไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อน อย่างไรก็ตาม หากหั่นแล้วควรนำเข้าตู้เย็น เพราะมะเขือเทศที่ถูกหั่นสามารถเอื้อต่อการเจริญของเชื้อก่อโรคได้หากเก็บในอุณหภูมิไม่เหมาะสม

3. กระเทียม
กระเทียมทั้งหัวที่เก็บในตู้เย็นไม่ได้เป็นพิษหรืออันตรายโดยตรง แต่ความชื้นอาจทำให้เกิดการงอกหรือเกิดเชื้อราได้ง่ายขึ้น โดยควรเก็บกระเทียมทั้งหัวในที่แห้งและมีอากาศถ่ายเท ส่วนกระเทียมที่ปอกหรือหั่นแล้วควรเก็บในตู้เย็น

4. หัวหอม
หัวหอมทั้งหัวไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็น เพราะสภาพชื้นอาจทำให้เนื้อนิ่มและเสียเร็วขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องของคุณภาพมากกว่าความเป็นอันตรายจากความเย็น ควรเก็บในบริเวณแห้ง เย็น และอากาศถ่ายเท แต่หัวหอมที่ปอกหรือหั่นแล้วควรใส่ภาชนะปิดและแช่เย็น

5. กาแฟ
ถ้าถามว่าของอะไรไม่ควรเอาเข้าตู้เย็น กาแฟอาจเป็นสิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง แต่ความจริงแล้วเมล็ดและผงกาแฟสามารถดูดความชื้นและกลิ่นจากอาหารรอบข้างได้ ซึ่งอาจทำให้รสชาติและกลิ่นเปลี่ยนไป ดังนั้นควรเก็บในภาชนะปิดสนิท ห่างจากแสง ความร้อน และความชื้น

6. น้ำผึ้ง
น้ำผึ้งไม่ได้กลายเป็นอันตรายเมื่อแช่ตู้เย็น แต่ความเย็นจะเร่งให้เกิดการตกผลึกและทำให้เนื้อข้นขึ้นจนใช้งานยาก จึงไม่มีความจำเป็นต้องแช่เย็น แต่ควรเก็บในภาชนะปิดสนิทที่อุณหภูมิห้องและหลีกเลี่ยงแสงแดดโดยตรง

7. ขนมปัง
ขนมปังที่แช่ในช่องธรรมดาของตู้เย็นไม่ได้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แต่จะสูญเสียความนุ่มและแข็งเร็วขึ้น หากต้องการเก็บเพียงไม่กี่วันควรใส่ถุงหรือภาชนะปิดสนิท ส่วนการเก็บระยะยาวควรแช่แข็งแทน และไม่ควรรับประทานขนมปังที่มีเชื้อราขึ้นแล้ว

8. น้ำมันมะกอก
ความเย็นอาจทำให้น้ำมันมะกอกขุ่นหรือจับตัว แต่ไม่ได้ทำให้เกิดสารพิษขึ้นเพราะการแช่ตู้เย็น เมื่อกลับสู่อุณหภูมิห้องน้ำมันสามารถใสขึ้นได้อีก ควรเก็บในขวดปิดสนิท บริเวณที่มืดและไม่อยู่ใกล้แหล่งความร้อน

9. ผลไม้เมืองร้อนที่ยังไม่สุก
กล้วย มะม่วง หรืออะโวคาโดที่ยังไม่สุกไม่ได้เป็นอันตรายเมื่อแช่เย็น แต่ความเย็นสามารถชะลอกระบวนการสุก ทำให้สี เนื้อสัมผัส และรสชาติพัฒนาได้ไม่เต็มที่ จึงควรพักไว้ที่อุณหภูมิห้องจนสุกก่อน แล้วนำเข้าตู้เย็น

10. ใบโหระพาสด
ใบโหระพาค่อนข้างไวต่ออุณหภูมิต่ำ การแช่ตู้เย็นอาจทำให้ ใบช้ำ เปลี่ยนเป็นสีดำ และสูญเสียกลิ่นหอมได้เร็วขึ้น หากต้องการใช้ภายในไม่กี่วัน ควรตัดปลายก้านแล้วปักไว้ในแก้วน้ำสะอาด คล้ายการเก็บดอกไม้ และวางในบริเวณที่อากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงแสงแดดและความร้อนโดยตรง


5 วิธีแช่ของยังไงให้ตู้เย็นไม่พังไว ช่วยยืดอายุการใช้งานได้แบบยาว ๆ

- ไม่ใส่อาหารแน่นเกินไป ควรเว้นช่องว่างระหว่างอาหารและไม่วางของบังช่องลม เพื่อให้ความเย็นหมุนเวียนได้ทั่วถึงและช่วยลดภาระการทำงานของเครื่อง

- แบ่งอาหารร้อนเป็นส่วนเล็ก ๆ ก่อนแช่ หากอาหารยังร้อนมาก ควรแบ่งใส่ภาชนะตื้นหรือปริมาณเล็กลง เพื่อให้คลายความร้อนได้เร็วและไม่ทำให้อุณหภูมิภายในตู้สูงขึ้นมากเกินไป

- ปิดฝาภาชนะให้สนิท ช่วยลดความชื้น กลิ่นปะปน และการหกเลอะภายในตู้เย็น ทำให้ดูแลความสะอาดได้ง่ายขึ้น

- จัดของเป็นโซนและหยิบให้ง่าย แยกของสด อาหารพร้อมกิน เครื่องดื่ม และผักผลไม้ให้เป็นสัดส่วน เพื่อลดเวลาการเปิดประตูและไม่ต้องรื้อของบ่อย

- ไม่เปิดประตูตู้เย็นค้างไว้นาน ควรคิดก่อนว่าจะหยิบอะไร แล้วเปิดเฉพาะเท่าที่จำเป็น เพื่อไม่ให้ความเย็นรั่วออกและลดการทำงานหนักของคอมเพรสเซอร์



ที่มา

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่