โพสของ อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้บริหารพันทิป ; ประตูที่เปิดไม่ออก กับกลิ่นอับที่ไม่มีวันจาง: วิกฤตเงียบในบ้านหลังน้ำลด
วินาทีที่ระดับน้ำบนถนนเริ่มแห้งลง ความรู้สึกแรกของทุกคนคือความโล่งใจที่ได้กลับเข้าบ้านของตัวเองเสียที
แต่ภาพที่รออยู่หลังเปิดรั้วบ้านคือความจริงที่ชวนหดหู่ คราบโคลนเหนียวเคลือบพื้นกระเบื้อง กลิ่นอับชื้นฟุ้งทั่วห้อง บานประตูไม้บวมเป่งจนติดกรอบ ดึงอย่างไรก็เปิดไม่ออก โซฟาผ้าและที่นอนชุ่มน้ำจนหนักอึ้ง ส่วนตู้เสื้อผ้าไม้และโต๊ะทำงานเริ่มมีคราบเชื้อราสีดำและเขียวผุดขึ้นตามซอกหลืบ
สัญชาตญาณแรกของหลายคนคือ รีบเปิดหน้าต่างทุกบานเพื่อระบายลมโดยไม่ดูสภาพอากาศภายนอก ขนของออกไปตากแดดจัดนอกบ้าน เอาผ้าชุบน้ำยาฟอกขาวเช็ดถูทุกซอกทุกมุม แล้วเปิดพัดลมจ่อพื้นให้แห้งเร็วที่สุด
ทว่าผ่านไปหนึ่งสัปดาห์ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเลวร้ายลง
- โต๊ะไม้และตู้ที่ยกไปตากแดดจัดเริ่มบิดเบี้ยว แตกลายงา และแอ่นจนใช้งานไม่ได้
- กลิ่นอับชื้นไม่เคยหายไป แต่กลับมีกลิ่นฉุนรุนแรงขึ้นจนแสบจมูก
- จุดสีดำและเขียวเริ่มลุกลามบนแผ่นผนังเบาและตามหลังวอลเปเปอร์ กลายเป็นแหล่งสะสมเชื้อราที่อาจกระตุ้นอาการแพ้ ระคายเคือง และอาการทางเดินหายใจ
ทำไมยิ่งรีบทำความสะอาด ความเสียหายกลับยิ่งลุกลาม? การพยายามทำให้บ้านแห้งผิดวิธีส่งผลเสียต่อตัวบ้านอย่างไร และในวันที่บ้านกลายเป็นฟองน้ำอุ้มความชื้นมหาศาล มีวิธีไหนที่จะกู้คืนบ้านให้กลับมาปลอดภัยอย่างแท้จริง?
อ่านวิธีแก้ปัญหาในความคิดเห็นที่ ๑
โพสของ อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้บริหารพันทิป ; ประตูที่เปิดไม่ออก กับกลิ่นอับที่ไม่มีวันจาง: วิกฤตเงียบในบ้านหลังน้ำลด