🙂แนะนำตัวให้เพื่อนๆ พันทิปรู้จักหน่อย
นักเรียนละคร : สวัสดีครับ ผมหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ล็อกอิน
นักเรียนละคร
🙂ความสัมพันธ์ระหว่าง นักเรียนละคร กับเว็บไซต์พันทิป เปรียบเหมือนอะไร
นักเรียนละคร : ผมเปรียบพันทิปเป็นบ้านเลยนะ ในยุคต้นการใช้เน็ตของผม และก็ตั้งคำถามเหมือนกันว่าทำไมวันนี้ผมอาจจะไม่ได้แวะเวียนไปบ้านหลังนี้บ่อยเท่าเมื่อก่อน หรือแวะเข้าไปก็แค่ ROM (Read Only Member) ผมไปอ่านอย่างเดียว มันอาจจะเป็นเพราะว่าบ้านมันหลังเดิม แต่ผู้คนในบ้านมันเปลี่ยนไป แล้วเราก็คงต้องเลือกเพื่อนที่ถูกใจไปอยู่ในบ้านที่เราสามารถฟีดข้อมูลไปหาได้ตลอดเวลาอย่างโซเชียลมีเดีย ถ้า มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก จะอ้างตนว่าเป็นคนสร้างให้โซเชียลมีเดียเกิด ผมก็ต้องบอกเลยว่า วันฉัตร ผดุงรัตน์ ทำให้วงการเว็บบอร์ดของไทยเนี่ยสั่นสะเทือน เป็นการเปิดศักราชการพูดคุยก่อนมีโซเชียลมีเดียอีก อย่าบอกว่าพันทิปไม่ใช่โซเชียลมีเดียนะ ผมเถียงขาดใจ นี่แหละโซเชียลมีเดียยุคแรก แค่ยังไม่ถูกตั้งชื่อเท่านั้นเอง แล้วเราก็มาเจอกันผ่านความสนใจ ที่เรียกว่า Common Interest โต๊ะหรือกลุ่มที่เราสามารถเข้าไปคุยในเรื่องที่เราสนใจได้
พี่วันฉัตรเคยรับโทรศัพท์ผม ตอนที่ผมเป็นนักศึกษาและไฟแรงอยากจะจัดมีตติ้ง เนื่องจากว่าโรงหนัง EGV พร้อมเป็นเจ้าภาพ เขาก็อยากให้คนไปกันเยอะที่สุด ผมก็รับอาสาเดี๋ยวผมโทรให้ ยุคนั้นยังโทรนาทีละ 3 บาทอยู่เลย ไปกดโทรสาธารณะที่หน้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พี่วันฉัตรบอกผมว่า “ผมไม่แน่ใจนะว่าการออกมาเจอกันมันดีไหม” อันนี้ผมพยายามแกะทุกคำของแกนะ “ผมไม่แน่ใจ ผมสร้างพื้นที่นี้ขึ้นมาและผมสังเกตเห็นได้ว่า หลายคนก็จัดแสง จัดสีสันบนเวที จัดเสื้อผ้าองค์ประกอบด้วยตัวเอง ผมไม่รู้หรอกว่าเมื่อเราต่างเห็นตัวตนจริงหลังล็อกอินของเรากันแล้วเนี่ย มันจะผิดหวังรึเปล่า” แน่นอนว่าเรามีคนเซอร์ไพรส์ “ห้ะ พี่เสือพี่เป็นอย่างนี้เองหรอเนี่ย” จะมีพี่คนหนึ่งชื่อ
little tiger ซึ่งอยู่มานานมาก พอเราเจอตัวจริงเป็นพี่ตัวป้อมๆ ใจดีคนหนึ่ง แต่ทำไมความจัดจ้านในตัวอักษรมันทำให้เราคิดเป็นอีกภาพนึง ซึ่งก็เหมือนการจัดแสง จัดสีที่พี่วันฉัตรเปรียบร้อยเปอร์เซ็น
ฉะนั้นมันเหมือนอ่านหนังสืออะครับ ผู้สร้างหนังจากหนังสือไม่เคยสร้างความถูกใจให้กับแฟนวรรณกรรมได้เลย เพราะว่าฉันมีจิตนาการของฉัน ฉันก็คิดแล้วว่า เจมส์ บอนด์ มันต้องหน้าตาอย่างนี้ ทำไมเอาไปทำซะเสียหมดเลยอะไรอย่างนี้เนอะ หรือต้องใช้เวลากว่าตัวละครที่ถูกเลือกมาจะเป็นที่ยอมรับ ผมก็เข้าใจแบบเดียวกันในมิตินั้น แต่ผมก็รั้นเพราะว่าวันนั้นยังเด็ก “ไม่ได้พี่ เราต้องออกมาเจอกัน เราจะได้รู้ไง ว่าหลังล็อกอินมันมีตัวตนจริงไง มันมีความเป็นมนุษย์อยู่ตรงนั้น ไม่ใช่แค่อักษรคุยกันหรอก เรามีเลือดเนื้อกันทุกๆ คน ออกมาเจอกันครับพี่” ซึ่งออกมาเจอกันครั้งหนึ่ง ครั้งสอง ครั้งสาม ครั้งสี่ มันมีแต่สนุกมากขึ้น วันแต่งงานอย่าเรียกว่าวันแต่งงานเลย พี่วันฉัตรเขาชิงไปแต่งงานก่อน เขาแต่งงานเงียบๆ สไตล์ Introvert ของเขากับภรรยา แล้วเราดันมีพันทิปมีตติ้งในเวลาใกล้เคียงกัน หลังจากงานแต่งนิดหน่อย พบก็ได้รับเกียรติดำเนินรายการ ชาวพันทิปเลือกผมว่า
นักเรียนละคร คุณไปเป็นพิธีกรนะ ผมก็ดำเนินการสัมภาษณ์พี่วันฉัตรกับภรรยาบนเวที มีคนที่ร่วมงานอยู่น่าจะพี่ดิ้ว ก็เป็นพนักงานกสิกรไทยมาก่อน เขาก็พิมพ์เข้ามา พี่
Rookie คือพี่เจิดเป็นผู้ใหญ่มากๆ แล้ว เป็นพี่เขยของคุณโอม ชาตรี คงสุวรรณ เราเจอบุคคลที่เราอาจจะเรียกว่า เราไม่มีทางจะรู้จักเขาได้ในวัยของเราในวันนั้น เขาเขียนชมเรา เขาบอกว่าดูการสัมภาษณ์ของ
นักเรียนละคร ที่มีต่อ Host Master ของเรา ก่อนมีคำว่าเว็บมาสเตอร์ พี่วันฉัตรแกตั้งชื่อตัวเองว่า Host Master นะ สัมภาษณ์พี่วันฉัตรกับภรรยาเหมือนเรากำลังดูรายการทไวไลท์โชว์อยู่ มันก็สร้างความภูมิใจให้ผม จากข้อความที่เห็นบนจอเนี่ย ผมมีโอกาสที่ผมจะทำอาชีพนี้ อันนี้ต้องขอบคุณสังคมพันทิป ขอบคุณเพื่อนพันทิปทุกคนที่ส่งเสริมผมมา หล่อหลอมทัศนคติจนมาเป็นหนุ่ยวันนี้ และผมก็มั่นใจจากการทำพิธีกรในงานมีตติ้งพันทิป ซึ่งเอาจริงๆ ก็คือไม่มีค่าตัวอะ เราทำเพราะเรารักอะเนอะ แล้วเราก็ได้กลายมาเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงชีวิตในวันนี้ครับ
🙂ถ้าให้พูดถึงล็อกอินในความทรงจำ
นักเรียนละคร : ล็อกอินในความทรงจำผม มันมีล็อกอินเดียว ก็คือ
นักเรียนละคร ผมไม่เคยเปลี่ยนล็อกอิน ส่วนคนที่อาจจะเรียกว่าสร้างความประทับใจให้ก็อย่าง
Ripmilla ก็คือ อ.ศุภเดช ก็เป็นเพื่อนกันจนถึงวันนี้ ทำงานด้วยกัน ปะ ฉะ ดะ มีกระทบกระทั่งกันบ้าง ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหมดหรอก แต่ว่าได้รู้จักกันจากพันทิป ยังจำกระทู้ที่เขาตั้งถึงผม แด่เพื่อนของผมนักเรียนละคร แล้วก็เขียนความรู้สึกที่เขามีต่อผมในช่วงเวลานั้นที่เขารู้จักผมใส่ลงไป และ
MacroArt อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารพันทิปอยู่ครับ บอยเนี่ยเขาก็เป็นดาวรุ่งของโปรแกรมเมอร์ยุคนั้น ม.เกษตร ผมจำได้ บอยก็มารับจ้างเขียนโค้ดให้กับพี่วันฉัตร เพื่อที่จะทำ HTML ขึ้นมาแล้วกลายเป็นเว็บบอร์ด บอยก็ใช้ชื่อคุยในพันทิปด้วยว่า
MacroArt อภิศิลป์ คือตั้งชื่อเก่งจังเลย เพราะว่าชื่อที่แม่ตั้งให้ อภิ ที่แปลว่าใหญ่ ศิลป์ ก็คือ Art ใหญ่ก็คือ Macro Art ตั้งชื่อดีมาก
กึ่งยิงกึ่งผ่าน ก็คือ โอเวอร์ ซึ่งเขาตั้งหลายล็อกอิน เพราะว่าล็อกอินดราม่ามั้งไม่แน่ใจ เดิมเขาชื่อ over เราก็เรียกเขา พี่เวอร์ๆ หรือ คุณ คมสัน นันทจิต ซึ่งเขาใช่ชื่อ JC ที่มาจาก John Coltrane ศิลปินแจ๊ซที่ชอบ ซึ่งก็จะมีคนที่ล่วงลับด้วย อย่างคุณ โน้ต ดนตรี
ec023 ซึ่งก็จะเป็นรหัสประจำรุ่นเขา คุณโน้ต ดนตรีก็จากไป เดินผ่านหิ้งปิ๊งเทปเด็ดกับ
jetboat หรือแม้แต่
JIMMY Headlightmag วิจารณ์รถที่เรียกว่าแซ่บ จัดที่สุดในสารระบบสื่อรถยนต์
ผมยังจำรอยยิ้มของเพื่อนพันทิปในวันที่ไม่ได้มีอีโก้อะไร ยังไม่มีตัวตนแผ่ขยายชัดเจน ว่าเราขำกันกลิ้งแค่ไหน ในวันที่เบราเซอร์ Internet Explorer มีฟังก์ชั่นแปลภาษา ในวันนั้นมันไม่ได้แปลเหมือนเอไอวันนี้ อ๋อ! ไม่ใช่แปลด้วยครับ เป็นการเปลี่ยนฟอนต์เท่านั้นเอง เปลี่ยนฟอนต์แสดงผล ในวันที่มันเลือกฟอนต์แสดงผล แล้วเปลี่ยนจากฟอนต์ไทยเป็นฟอนต์อังกฤษ อักษรทั้งหมดที่เป็น unicode ถูกเรียงไว้อย่างดีเป็นภาษาไทยเปลี่ยนออกมาเป็นภาษาอังกฤษ แล้วคุณจิมมี่เขาไปตั้งกระทู้ ว่าเขาเข้าใจผิดคิดว่านี่คือการสื่อสารพันทิปไปสู่โลก ต่อไปนี้คนทั้งโลกจะอ่านพันทิปได้แล้ว เพราะมันแปลได้แล้ว แต่จริงๆ ไม่ใช่ครับ มันเป็นแค่การเปลี่ยนอักขระซึ่งมันไม่ใช่การแปล แต่จิมมี่วันนั้นเขาเข้าใจแบบนั้น งานมีตติ้งมาถึงโดนอำเละ ขำกันร้องไห้ ผมยังจำคำว่า “จิมมี่ เอ้ย” วันนั้นโลกมันขำง่ายอะ มันเป็นโลกในวันที่คนยังไม่เครียดเท่าวันนี้ อะไรนิดหน่อยก็ขำ วันนี้ผมอาจจะไม่ใช่พิธีกรแนวขายขำนะ แต่วันที่เรามีตติ้งพันทิปขำทุก 15 วินาทีอะ มันมีเสียงตลกขบขัน เสียงฮาระดับระเบิดเข้ามาหากัน ผมยังจำความรู้สึกนั้นว่ามันเยี่ยมยอด จากคำถามว่าล็อกอินในความทรงจำไหน ผมก็คิดว่าว่าผมมีความประทับใจกับล็อกอินเหล่านี้ครับ
🙂แล้วถ้าเป็นกระทู้ในความจำจะนึกถึงกระทู้อะไร
นักเรียนละคร : ผมอยู่ในภาควิจารณ์หนังเนอะ ฉะนั้นส่วนใหญ่มันก็จะมีหนังต่างๆ ที่มาถกกัน แต่อยู่ในความทรงจำก็คือ การวิจารณ์ Starship Troopers หนังห่วยเรื่องหนึ่งของ เดนิส ริชาดส์ ซึ่งเป็นนางเอกทรงสะบึมวันนั้นของฮอลลีวูด เราพยายามหาเหตุผลในหนังอะ พี่ดี้พูดมาคำหนึ่งบอกว่า “หนังมันต้องมีเหตุผลนะ คนถึงเชื่อ แต่ชีวิตมันไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่” อันนี้พี่ดี้เขาเปรียบเปรยเหมือนนักแต่งเพลง แต่สุดท้ายหนังเรื่องนั้นมันไม่มีเหตุผลเท่าไหร่ คนก็เลยโขกสับกันเป็นวรรคเป็นเวร ปรากฎล็อกอินหนึ่งครับ
Amadeus Chung(king)
ก็คือต้นเหตุของการที่ผมเป็น
นักเรียนละคร ได้เนี่ย เพราะมันมีล็อกอินก่อนหน้าชื่อ นักเรียนหนัง เขาเรียนนิเทศศสาตร์จุฬาฯ สายภาพยนตร์ ผมเรียนการแสดงการละคร ที่มศว. ผมเลยตั้งชื่อตามว่า
นักเรียนละคร เพื่อหวังจะฟัดการวิจารณ์หนังกับนักเรียนหนัง ปรากฎนักเรียนหนังเปลี่ยนล็อกอินเฉย เป็น
Amadeus Chung(king) เพราะเขาชื่อ ช้ง ก็ยังอยู่ในแวดวงการผลิตสื่อนี่แหละ
ผมได้ไปบ้านเขาจากการที่ขอความช่วยเหลือการทำกราฟฟิกโปสเตอร์ ซึ่งยุคนั้นมันทำยากมากนะ ผมทำละครเป็นหน่วยประชาสัมพันธ์ ผมต้องทำโปสเตอร์ ผมก็ไปขอให้เด็กนิเทศจุฬาฯ ทำให้หน่อย ตีหนึ่งเที่ยงคืนก็เปิดบ้านต้อนรับ แล้วเราก็ขึ้นไปบนร้านขายของชำที่อยู่ในซอยเย็นอากาศ เขาก็นั่งโม่ผ่านคอมพิวเตอร์เขา กลิ่นเครื่อง กลิ่นการอ่านของฮาร์ดดิสก์ก็ยังอยู่ในความทรงจำ ว่าเนี่ยน้ำใจเพื่อนพันทิป แล้วกระทู้นั้นก็ฟัดกันกับทาง
little tiger หรือพี่เสือน้อย พี่เสือก็เชียร์ Starship Troopers มันมีเหตุผล คุณช้งก็ด่าในเชิงความเป็นภาพยนตร์ที่มันหวยแตก มันยาวซะจนกระทู้ด๋อยอะ ก็คืออยู่ๆ มันเดี้ยงไปเลยมันต่อไม่ได้ เพราะว่าหน่วยความจำมันอาจจะไม่พอก็ไม่แน่ใจ แต่ว่ามันเป็นปรากฎการณ์เลยว่า คนพันทิปทั้งปูเสื่อรอ รออ่าน ต่อความยืดสายความยาวกันใหญ่ คือสนุกกันมากๆ นะ กับโมเมนต์เถียงกินกันไม่ลง พอเจอหน้ากันที่มีตติ้งก็ทักทายกันอย่างดีครับ จะจูบปากกันก็ไม่ได้ขนาดนั้น แต่ว่าก็ไม่เห็นทะเลาะกัน ก็เป็นเพื่อนกัน แล้วก็รู้จักกัน อาจจะไม่เหมือนวันนี้ ถ้าวันนี้มันเกิดขึ้นก็คงไม่เผาผี เผลอๆ ฟ้องใช่ไหม เพราะมีพ.ร.บ.คอมฯ หรือหมื่นประมาทใช่ไหม แต่ในวันนั้นมันเหมือนกับว่า โลกอนุญาตให้คุณทำผิดกฎหมายได้นิดนึงอะ (หัวเราะ) มันยังไม่มีใครถือสาอะ เป็นอะไรที่สนุก
อย่างท่านมุ้ย
Cinephile เข้ามาเขียนร่ายแง่งามของความเป็นหนังต่างๆ โดยไม่เคยโปรโมทหนังตัวเอง และก็มีคนพยายามจะขอว่า ท่านมุ้ย เอาเพชรพระอุมาไปสร้างหน่อยเถอะอะไรอย่างนี้ ท่านมุ้ยก็มาหย่อนความเป็นไปได้ไว้ คนก็ตื่นเต้นดีใจ เรารีเฟรช F5 กันทุกๆ วิ เราอยากรู้จะมีใครมาต่อ เราโพสต์เสร็จเรารัวปุ่มเลย ซึ่งพี่ชายผมเนี่ย คุณ ทินกร หิรัญพฤกษ์ ซึ่งเป็นพ่อของคุณ ภูริ หิรัญพฤกษ์ ยังพูดกับผมว่า หนุ่ย เขามีสื่อเป็นของตัวเองแล้วนะ เขาไปพูดกับญาติว่าน้องเขามีบทความตีพิมพ์ ยุคนั้นมันเหมือนกับตีพิมพ์อะเนอะ แต่ไม่ได้เป็นกระดาษนะ ไม่ได้เป็นสือหนังสือนะ อยู่ในพันทิปดอทคอม บอกทุกคนว่าน้องมีตัวตนอยู่ในโลกไซเบอร์ ผมก็ประทับใจครับ
ย้อนวันวานความทรงจำพันทิป กับล็อกอิน นักเรียนละคร
🙂แนะนำตัวให้เพื่อนๆ พันทิปรู้จักหน่อย
นักเรียนละคร : สวัสดีครับ ผมหนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ ล็อกอิน นักเรียนละคร
🙂ความสัมพันธ์ระหว่าง นักเรียนละคร กับเว็บไซต์พันทิป เปรียบเหมือนอะไร
นักเรียนละคร : ผมเปรียบพันทิปเป็นบ้านเลยนะ ในยุคต้นการใช้เน็ตของผม และก็ตั้งคำถามเหมือนกันว่าทำไมวันนี้ผมอาจจะไม่ได้แวะเวียนไปบ้านหลังนี้บ่อยเท่าเมื่อก่อน หรือแวะเข้าไปก็แค่ ROM (Read Only Member) ผมไปอ่านอย่างเดียว มันอาจจะเป็นเพราะว่าบ้านมันหลังเดิม แต่ผู้คนในบ้านมันเปลี่ยนไป แล้วเราก็คงต้องเลือกเพื่อนที่ถูกใจไปอยู่ในบ้านที่เราสามารถฟีดข้อมูลไปหาได้ตลอดเวลาอย่างโซเชียลมีเดีย ถ้า มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก จะอ้างตนว่าเป็นคนสร้างให้โซเชียลมีเดียเกิด ผมก็ต้องบอกเลยว่า วันฉัตร ผดุงรัตน์ ทำให้วงการเว็บบอร์ดของไทยเนี่ยสั่นสะเทือน เป็นการเปิดศักราชการพูดคุยก่อนมีโซเชียลมีเดียอีก อย่าบอกว่าพันทิปไม่ใช่โซเชียลมีเดียนะ ผมเถียงขาดใจ นี่แหละโซเชียลมีเดียยุคแรก แค่ยังไม่ถูกตั้งชื่อเท่านั้นเอง แล้วเราก็มาเจอกันผ่านความสนใจ ที่เรียกว่า Common Interest โต๊ะหรือกลุ่มที่เราสามารถเข้าไปคุยในเรื่องที่เราสนใจได้
พี่วันฉัตรเคยรับโทรศัพท์ผม ตอนที่ผมเป็นนักศึกษาและไฟแรงอยากจะจัดมีตติ้ง เนื่องจากว่าโรงหนัง EGV พร้อมเป็นเจ้าภาพ เขาก็อยากให้คนไปกันเยอะที่สุด ผมก็รับอาสาเดี๋ยวผมโทรให้ ยุคนั้นยังโทรนาทีละ 3 บาทอยู่เลย ไปกดโทรสาธารณะที่หน้ามหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ พี่วันฉัตรบอกผมว่า “ผมไม่แน่ใจนะว่าการออกมาเจอกันมันดีไหม” อันนี้ผมพยายามแกะทุกคำของแกนะ “ผมไม่แน่ใจ ผมสร้างพื้นที่นี้ขึ้นมาและผมสังเกตเห็นได้ว่า หลายคนก็จัดแสง จัดสีสันบนเวที จัดเสื้อผ้าองค์ประกอบด้วยตัวเอง ผมไม่รู้หรอกว่าเมื่อเราต่างเห็นตัวตนจริงหลังล็อกอินของเรากันแล้วเนี่ย มันจะผิดหวังรึเปล่า” แน่นอนว่าเรามีคนเซอร์ไพรส์ “ห้ะ พี่เสือพี่เป็นอย่างนี้เองหรอเนี่ย” จะมีพี่คนหนึ่งชื่อ little tiger ซึ่งอยู่มานานมาก พอเราเจอตัวจริงเป็นพี่ตัวป้อมๆ ใจดีคนหนึ่ง แต่ทำไมความจัดจ้านในตัวอักษรมันทำให้เราคิดเป็นอีกภาพนึง ซึ่งก็เหมือนการจัดแสง จัดสีที่พี่วันฉัตรเปรียบร้อยเปอร์เซ็น
ฉะนั้นมันเหมือนอ่านหนังสืออะครับ ผู้สร้างหนังจากหนังสือไม่เคยสร้างความถูกใจให้กับแฟนวรรณกรรมได้เลย เพราะว่าฉันมีจิตนาการของฉัน ฉันก็คิดแล้วว่า เจมส์ บอนด์ มันต้องหน้าตาอย่างนี้ ทำไมเอาไปทำซะเสียหมดเลยอะไรอย่างนี้เนอะ หรือต้องใช้เวลากว่าตัวละครที่ถูกเลือกมาจะเป็นที่ยอมรับ ผมก็เข้าใจแบบเดียวกันในมิตินั้น แต่ผมก็รั้นเพราะว่าวันนั้นยังเด็ก “ไม่ได้พี่ เราต้องออกมาเจอกัน เราจะได้รู้ไง ว่าหลังล็อกอินมันมีตัวตนจริงไง มันมีความเป็นมนุษย์อยู่ตรงนั้น ไม่ใช่แค่อักษรคุยกันหรอก เรามีเลือดเนื้อกันทุกๆ คน ออกมาเจอกันครับพี่” ซึ่งออกมาเจอกันครั้งหนึ่ง ครั้งสอง ครั้งสาม ครั้งสี่ มันมีแต่สนุกมากขึ้น วันแต่งงานอย่าเรียกว่าวันแต่งงานเลย พี่วันฉัตรเขาชิงไปแต่งงานก่อน เขาแต่งงานเงียบๆ สไตล์ Introvert ของเขากับภรรยา แล้วเราดันมีพันทิปมีตติ้งในเวลาใกล้เคียงกัน หลังจากงานแต่งนิดหน่อย พบก็ได้รับเกียรติดำเนินรายการ ชาวพันทิปเลือกผมว่า นักเรียนละคร คุณไปเป็นพิธีกรนะ ผมก็ดำเนินการสัมภาษณ์พี่วันฉัตรกับภรรยาบนเวที มีคนที่ร่วมงานอยู่น่าจะพี่ดิ้ว ก็เป็นพนักงานกสิกรไทยมาก่อน เขาก็พิมพ์เข้ามา พี่ Rookie คือพี่เจิดเป็นผู้ใหญ่มากๆ แล้ว เป็นพี่เขยของคุณโอม ชาตรี คงสุวรรณ เราเจอบุคคลที่เราอาจจะเรียกว่า เราไม่มีทางจะรู้จักเขาได้ในวัยของเราในวันนั้น เขาเขียนชมเรา เขาบอกว่าดูการสัมภาษณ์ของนักเรียนละคร ที่มีต่อ Host Master ของเรา ก่อนมีคำว่าเว็บมาสเตอร์ พี่วันฉัตรแกตั้งชื่อตัวเองว่า Host Master นะ สัมภาษณ์พี่วันฉัตรกับภรรยาเหมือนเรากำลังดูรายการทไวไลท์โชว์อยู่ มันก็สร้างความภูมิใจให้ผม จากข้อความที่เห็นบนจอเนี่ย ผมมีโอกาสที่ผมจะทำอาชีพนี้ อันนี้ต้องขอบคุณสังคมพันทิป ขอบคุณเพื่อนพันทิปทุกคนที่ส่งเสริมผมมา หล่อหลอมทัศนคติจนมาเป็นหนุ่ยวันนี้ และผมก็มั่นใจจากการทำพิธีกรในงานมีตติ้งพันทิป ซึ่งเอาจริงๆ ก็คือไม่มีค่าตัวอะ เราทำเพราะเรารักอะเนอะ แล้วเราก็ได้กลายมาเป็นอาชีพที่หล่อเลี้ยงชีวิตในวันนี้ครับ
🙂ถ้าให้พูดถึงล็อกอินในความทรงจำ
นักเรียนละคร : ล็อกอินในความทรงจำผม มันมีล็อกอินเดียว ก็คือ นักเรียนละคร ผมไม่เคยเปลี่ยนล็อกอิน ส่วนคนที่อาจจะเรียกว่าสร้างความประทับใจให้ก็อย่าง Ripmilla ก็คือ อ.ศุภเดช ก็เป็นเพื่อนกันจนถึงวันนี้ ทำงานด้วยกัน ปะ ฉะ ดะ มีกระทบกระทั่งกันบ้าง ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหมดหรอก แต่ว่าได้รู้จักกันจากพันทิป ยังจำกระทู้ที่เขาตั้งถึงผม แด่เพื่อนของผมนักเรียนละคร แล้วก็เขียนความรู้สึกที่เขามีต่อผมในช่วงเวลานั้นที่เขารู้จักผมใส่ลงไป และ MacroArt อภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ปัจจุบันเป็นผู้บริหารพันทิปอยู่ครับ บอยเนี่ยเขาก็เป็นดาวรุ่งของโปรแกรมเมอร์ยุคนั้น ม.เกษตร ผมจำได้ บอยก็มารับจ้างเขียนโค้ดให้กับพี่วันฉัตร เพื่อที่จะทำ HTML ขึ้นมาแล้วกลายเป็นเว็บบอร์ด บอยก็ใช้ชื่อคุยในพันทิปด้วยว่า MacroArt อภิศิลป์ คือตั้งชื่อเก่งจังเลย เพราะว่าชื่อที่แม่ตั้งให้ อภิ ที่แปลว่าใหญ่ ศิลป์ ก็คือ Art ใหญ่ก็คือ Macro Art ตั้งชื่อดีมาก กึ่งยิงกึ่งผ่าน ก็คือ โอเวอร์ ซึ่งเขาตั้งหลายล็อกอิน เพราะว่าล็อกอินดราม่ามั้งไม่แน่ใจ เดิมเขาชื่อ over เราก็เรียกเขา พี่เวอร์ๆ หรือ คุณ คมสัน นันทจิต ซึ่งเขาใช่ชื่อ JC ที่มาจาก John Coltrane ศิลปินแจ๊ซที่ชอบ ซึ่งก็จะมีคนที่ล่วงลับด้วย อย่างคุณ โน้ต ดนตรี ec023 ซึ่งก็จะเป็นรหัสประจำรุ่นเขา คุณโน้ต ดนตรีก็จากไป เดินผ่านหิ้งปิ๊งเทปเด็ดกับ jetboat หรือแม้แต่ JIMMY Headlightmag วิจารณ์รถที่เรียกว่าแซ่บ จัดที่สุดในสารระบบสื่อรถยนต์
ผมยังจำรอยยิ้มของเพื่อนพันทิปในวันที่ไม่ได้มีอีโก้อะไร ยังไม่มีตัวตนแผ่ขยายชัดเจน ว่าเราขำกันกลิ้งแค่ไหน ในวันที่เบราเซอร์ Internet Explorer มีฟังก์ชั่นแปลภาษา ในวันนั้นมันไม่ได้แปลเหมือนเอไอวันนี้ อ๋อ! ไม่ใช่แปลด้วยครับ เป็นการเปลี่ยนฟอนต์เท่านั้นเอง เปลี่ยนฟอนต์แสดงผล ในวันที่มันเลือกฟอนต์แสดงผล แล้วเปลี่ยนจากฟอนต์ไทยเป็นฟอนต์อังกฤษ อักษรทั้งหมดที่เป็น unicode ถูกเรียงไว้อย่างดีเป็นภาษาไทยเปลี่ยนออกมาเป็นภาษาอังกฤษ แล้วคุณจิมมี่เขาไปตั้งกระทู้ ว่าเขาเข้าใจผิดคิดว่านี่คือการสื่อสารพันทิปไปสู่โลก ต่อไปนี้คนทั้งโลกจะอ่านพันทิปได้แล้ว เพราะมันแปลได้แล้ว แต่จริงๆ ไม่ใช่ครับ มันเป็นแค่การเปลี่ยนอักขระซึ่งมันไม่ใช่การแปล แต่จิมมี่วันนั้นเขาเข้าใจแบบนั้น งานมีตติ้งมาถึงโดนอำเละ ขำกันร้องไห้ ผมยังจำคำว่า “จิมมี่ เอ้ย” วันนั้นโลกมันขำง่ายอะ มันเป็นโลกในวันที่คนยังไม่เครียดเท่าวันนี้ อะไรนิดหน่อยก็ขำ วันนี้ผมอาจจะไม่ใช่พิธีกรแนวขายขำนะ แต่วันที่เรามีตติ้งพันทิปขำทุก 15 วินาทีอะ มันมีเสียงตลกขบขัน เสียงฮาระดับระเบิดเข้ามาหากัน ผมยังจำความรู้สึกนั้นว่ามันเยี่ยมยอด จากคำถามว่าล็อกอินในความทรงจำไหน ผมก็คิดว่าว่าผมมีความประทับใจกับล็อกอินเหล่านี้ครับ
🙂แล้วถ้าเป็นกระทู้ในความจำจะนึกถึงกระทู้อะไร
นักเรียนละคร : ผมอยู่ในภาควิจารณ์หนังเนอะ ฉะนั้นส่วนใหญ่มันก็จะมีหนังต่างๆ ที่มาถกกัน แต่อยู่ในความทรงจำก็คือ การวิจารณ์ Starship Troopers หนังห่วยเรื่องหนึ่งของ เดนิส ริชาดส์ ซึ่งเป็นนางเอกทรงสะบึมวันนั้นของฮอลลีวูด เราพยายามหาเหตุผลในหนังอะ พี่ดี้พูดมาคำหนึ่งบอกว่า “หนังมันต้องมีเหตุผลนะ คนถึงเชื่อ แต่ชีวิตมันไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไหร่” อันนี้พี่ดี้เขาเปรียบเปรยเหมือนนักแต่งเพลง แต่สุดท้ายหนังเรื่องนั้นมันไม่มีเหตุผลเท่าไหร่ คนก็เลยโขกสับกันเป็นวรรคเป็นเวร ปรากฎล็อกอินหนึ่งครับ Amadeus Chung(king)
ก็คือต้นเหตุของการที่ผมเป็น นักเรียนละคร ได้เนี่ย เพราะมันมีล็อกอินก่อนหน้าชื่อ นักเรียนหนัง เขาเรียนนิเทศศสาตร์จุฬาฯ สายภาพยนตร์ ผมเรียนการแสดงการละคร ที่มศว. ผมเลยตั้งชื่อตามว่า นักเรียนละคร เพื่อหวังจะฟัดการวิจารณ์หนังกับนักเรียนหนัง ปรากฎนักเรียนหนังเปลี่ยนล็อกอินเฉย เป็น Amadeus Chung(king) เพราะเขาชื่อ ช้ง ก็ยังอยู่ในแวดวงการผลิตสื่อนี่แหละ
ผมได้ไปบ้านเขาจากการที่ขอความช่วยเหลือการทำกราฟฟิกโปสเตอร์ ซึ่งยุคนั้นมันทำยากมากนะ ผมทำละครเป็นหน่วยประชาสัมพันธ์ ผมต้องทำโปสเตอร์ ผมก็ไปขอให้เด็กนิเทศจุฬาฯ ทำให้หน่อย ตีหนึ่งเที่ยงคืนก็เปิดบ้านต้อนรับ แล้วเราก็ขึ้นไปบนร้านขายของชำที่อยู่ในซอยเย็นอากาศ เขาก็นั่งโม่ผ่านคอมพิวเตอร์เขา กลิ่นเครื่อง กลิ่นการอ่านของฮาร์ดดิสก์ก็ยังอยู่ในความทรงจำ ว่าเนี่ยน้ำใจเพื่อนพันทิป แล้วกระทู้นั้นก็ฟัดกันกับทาง little tiger หรือพี่เสือน้อย พี่เสือก็เชียร์ Starship Troopers มันมีเหตุผล คุณช้งก็ด่าในเชิงความเป็นภาพยนตร์ที่มันหวยแตก มันยาวซะจนกระทู้ด๋อยอะ ก็คืออยู่ๆ มันเดี้ยงไปเลยมันต่อไม่ได้ เพราะว่าหน่วยความจำมันอาจจะไม่พอก็ไม่แน่ใจ แต่ว่ามันเป็นปรากฎการณ์เลยว่า คนพันทิปทั้งปูเสื่อรอ รออ่าน ต่อความยืดสายความยาวกันใหญ่ คือสนุกกันมากๆ นะ กับโมเมนต์เถียงกินกันไม่ลง พอเจอหน้ากันที่มีตติ้งก็ทักทายกันอย่างดีครับ จะจูบปากกันก็ไม่ได้ขนาดนั้น แต่ว่าก็ไม่เห็นทะเลาะกัน ก็เป็นเพื่อนกัน แล้วก็รู้จักกัน อาจจะไม่เหมือนวันนี้ ถ้าวันนี้มันเกิดขึ้นก็คงไม่เผาผี เผลอๆ ฟ้องใช่ไหม เพราะมีพ.ร.บ.คอมฯ หรือหมื่นประมาทใช่ไหม แต่ในวันนั้นมันเหมือนกับว่า โลกอนุญาตให้คุณทำผิดกฎหมายได้นิดนึงอะ (หัวเราะ) มันยังไม่มีใครถือสาอะ เป็นอะไรที่สนุก
อย่างท่านมุ้ย Cinephile เข้ามาเขียนร่ายแง่งามของความเป็นหนังต่างๆ โดยไม่เคยโปรโมทหนังตัวเอง และก็มีคนพยายามจะขอว่า ท่านมุ้ย เอาเพชรพระอุมาไปสร้างหน่อยเถอะอะไรอย่างนี้ ท่านมุ้ยก็มาหย่อนความเป็นไปได้ไว้ คนก็ตื่นเต้นดีใจ เรารีเฟรช F5 กันทุกๆ วิ เราอยากรู้จะมีใครมาต่อ เราโพสต์เสร็จเรารัวปุ่มเลย ซึ่งพี่ชายผมเนี่ย คุณ ทินกร หิรัญพฤกษ์ ซึ่งเป็นพ่อของคุณ ภูริ หิรัญพฤกษ์ ยังพูดกับผมว่า หนุ่ย เขามีสื่อเป็นของตัวเองแล้วนะ เขาไปพูดกับญาติว่าน้องเขามีบทความตีพิมพ์ ยุคนั้นมันเหมือนกับตีพิมพ์อะเนอะ แต่ไม่ได้เป็นกระดาษนะ ไม่ได้เป็นสือหนังสือนะ อยู่ในพันทิปดอทคอม บอกทุกคนว่าน้องมีตัวตนอยู่ในโลกไซเบอร์ ผมก็ประทับใจครับ