JJNY : ให้เงินทุเ-ศ ปิดปากปชช.│ปุ๊รับไม่ได้│พยาน'พลทหารเพรชรัตน์'โดนทำร้าย│รักชนกจี้ กทม.จัดระเบียบ│ทนายอั๋นยื่นกมธ.สอบ

ชาวบ้าน ฉะ นายก! ให้เงิน ทุเ-ศ เหมือนเอาเงินปิดปากประชาชน ไม่ให้ด่า
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10419590
.

.
ชาวบ้าน ฉะ นายก! ให้เงิน ทุเรศ เหมือนเอาเงินปิดปากประชาชน ไม่ให้ด่า ฝากถึงลิ่วล้อ มาให้น้อยๆหน่อย จะได้มีพื้นที่ใส่ของให้ผู้ประสบภัยเยอะๆ
.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 ก.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศ ที่ ชุมชนบ้านเอื้ออาทรคลองถนน ซ.เพิ่มสิน 24/1 เขตสายไหม ชาวบ้านเดินลุยน้ำท่วมออกมาต่อแถวรับข้าวจากโรงครัวพระราชทานที่ บริเวณหน้าหมู่บ้านทำให้มีแถวยาวกว่า 300 เมตร โดยสภาพอากาศเริ่มมีเมฆครึ้มปกคลุมในพื้นที่
.
ชาวบ้าน อาคาร 52 รายหนึ่ง กล่าวว่า ตนกำลังจะไปต่อแถวรับข้าวที่หน้าหมู่บ้าน แต่กว่าจะไปถึง คาดว่า ข้าวน่าจะหมดแล้ว จึงอยากฝากบอกถึงท่านนายกว่า โรงครัวทำไมไม่มาอยู่กึ่งกลางของหมู่บ้าน เพราะว่าด้านหน้าน้ำท่วมแค่นิดเดียว เค้าสามารถหากินเองได้ แต่คนด้านในหมู่บ้านจะต้องลุยน้ำออกไปเพื่อรับข้าวและให้เพียงแค่คน 1 กล่อง ซึ่งห้องนึงมีผู้พักอาศัยอยู่หลายคน
.
เมื่อวานตนไม่ได้ถุงยังชีพ และเงิน จากท่านนายกรัฐมนตรีเลย เพราะว่าหมดก่อน นายกบอกว่ามีเงินแค่นี้ไม่พอ ในเมื่อคุณจะเข้ามาคุณก็ต้องเตรียมให้พอ เหลือดีกว่าไม่พอ พอลุยน้ำออกไปไม่ได้ก็เสียความรู้สึก เงินเราไม่อยากได้แต่เราสามารถเอามากินได้หลายวัน เงินเอามาซื้ออะไรไม่ได้เพราะว่าเราออกไปไม่ได้ แม่ค้าก็ไม่ได้เข้ามาขายของในนี้
.
“มันทุเรศเหมือนเอาเงินมาปิดปาก ไม่ให้ด่า ไม่ให้ว่าจากคนที่ด่า ตอนนี้พอได้เงินไปเงียบกริบ ไม่พูดต่อ ถ้าหากเป็นฉัน ฉันไม่รับเงิน แต่ขอพูดในความถูกต้อง เหมือนของที่เตรียมมา เตรียมมาเพื่อ บอกว่า มาแล้ว ก็จะได้โดนด่าน้อยหน่อย เมื่อวานถุงยังชีพจากนายกรัฐมนตรีมีไม่ถึง 100 ถุงเลย ก็อยากฝากบอกว่าให้ลิ่วล้อมาน้อยๆ จะได้ใส่ของเยอะ ๆ เพราะเมื่อวานลิ่วล้อมาเยอะมาก ดักหน้าดักหลัง “ ชาวบ้านที่ประสบภัยน้ำท่วม กล่าวอย่างสุดทน
.

.
ปุ๊ ปิยะมาศ รับไม่ได้คนเดือดร้อนน้ำท่วม ไม่พอใจรัฐบาลทำงานช้ามาก ซัดไม่ทำอย่างที่พูด
.
เรียกว่าเป็นประเด็นร้อนในโลกโซเชียลอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีน้ำท่วม 2569 ที่ทำให้ประชาชนทั้งใน กทม. ปริมณฑล และอีกหลายจังหวัดต่างเดือดร้อนได้รับผลกระทบอย่างหนัก ในขณะที่ความช่วยเหลือจากภาครัฐยังไปไม่ทั่วถึง และทำงานช้ามาก จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์
.
ล่าสุด 2 นักแสดงอาวุโส ตุ๊ก ดวงตา ตุงคะมณี และ ปุ๊ ปิยะมาศ โมนยะกุล นำวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร พร้อมกับน้ำดื่ม เข้ามามอบให้กับชาวชุมชนบัวขาว รามคำแหง 174 แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งเปิดใจกับไทยรัฐทีวี ซึ่งตุ๊ก ดวงตา กล่าวว่า “ตอนนี้มาสองสาว คือสาวปุ๊ ปิยะมาศ กับสาวตุ๊ก ตุง ค่ะ แต่เดี๋ยวอีกสองสาวรออยู่ที่คลองจั่น ก็คือคุณโป้ย นิภาพร นงนุช และคุณกอบสุข จารุจินดา รออยู่ที่โน่นแล้ว เอาน้ำมาบริจาค”
.
เมื่อถามว่าคนกรุงเคยเห็นสถานการณ์ปี 2554 เป็นแบบนี้ไหม ตุ๊ก ดวงตา กล่าวว่า ปี 54 ยังไม่เป็นแบบนี้เลย ในหมู่บ้านที่อยู่ปี 54 ก็ไม่ท่วม ปีนี้ท่วม นี่บ้านแม่เพิ่งแห้งนะ แม่ถึงได้ออกมาได้ ไม่งั้นก็ออกมาไม่ได้เหมือนกัน เป็นผู้ประสบภัยเหมือนกัน ซึ่งไม่เคยท่วมมาก่อน ดารานักแสดงหลายคนก็โดนกันหมด แต่ปุ๊โชคดีไม่โดน ปุ๊ ปิยะมาศ กล่าวว่า ที่บ้านตนไม่โดน แต่เราเห็นข่าวแล้วรับไม่ได้
....
ถามว่าอยากส่งกำลังใจยังไง ตุ๊ก ดวงตา บอกว่า จริงๆ แล้วทุกคนพร้อมให้กำลังใจสำหรับคนที่ประสบภัยอยู่นะ ถ้าออกไปช่วยได้ก็จะไป พรุ่งนี้ก็จะไป ช่วยตรงไหนได้ก็ไป อย่างน้อยไปเป็นกำลังใจ มีของไปแจกบ้าง พอไปเห็นก็น้ำตาซึมไปแล้ว เห็นเขาลำบากกันจริงๆ ของเราน้ำท่วมในหมู่บ้าน พอดีที่บ้านมีซื้อของตุนไว้ ไม่ได้เดือดร้อน
.
จากนั้น ปุ๊ ปิยะมาศ กล่าวว่า “ขอพูดหน่อยนะ เราไม่สนใจนะ เพราะเราเสียภาษี เราไม่พอใจรัฐบาลเป็นอย่างมาก ช้ามาก (เน้นเสียง) แล้วก็พูดแล้วก็ไม่ทำอย่างที่พูด อ.เบียร์ (คนตื่นธรรม) พูดถูกทุกอย่าง ไม่มีใครกล้าพูดขนาด อ.เบียร์ นะ แต่เราเห็นด้วยหมดทุกอย่าง เราผ่านโลกมา 74 ปี ทำไมล่ะ ในเมื่อพวกเราไม่ใช่หน้าที่ต้องรับผิดชอบโดยตรง เพียงแต่เป็นเพื่อนมนุษย์ที่ต้องช่วยกัน ทำไมคนที่ต้องมีหน้าที่ เขาเลือกตัวเอง กินเงินเดือนเขา กินภาษีเขา” 
.
ตุ๊ก ดวงตา รีบเบรก บอกว่าพอๆๆ แต่ปุ๊ ปิยะมาศ พูดต่อ “ขอพูด ไม่สนใจ เพราะเราเป็นประชาชนคนนึง” จากนั้นตุ๊กบอกว่า “ก็คือทำอะไรให้มันเร็วๆ หน่อยแล้วกัน ช้ามาก จริงๆ ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้ากระทรวงเท่านั้นนะ สั่งได้เลย นายกฯ ชี้นิ้วสั่งใครก็ได้ หน่วยงานไหนก็ได้” 
ปุ๊เสริมว่า “สั่งเลยไม่ต้องมารอ ให้เหตุผลมาหน่อยทำไมถึงช้าอย่างนี้ ตอบมา” ก่อนจะพูดให้กำลังใจว่า “ขอให้สู้ๆ ทุกคนนะคะ พวกเราดูแลกันเอง เราจะไม่ทอดทิ้งกันนะคะ”
.

.
พยานปากสำคัญ ให้การ 'พลทหารเพรชรัตน์' โดนทำร้ายในค่าย ก่อนเสียชีวิต
.
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเปิดผลคำสั่งศาลจังหวัดปราจีนบุรีในคดีไต่สวนการตายของ “พลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง” ศาลระบุ พลทหารเพรชรัตน์เสียชีวิตจากอาการหัวใจวายแบบคั่งเลือดจากกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ ในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่ ระหว่างการไต่สวนการตายเพื่อนพลทหารซึ่งอยู่กับพลทหารเพรชรัตน์ก่อนเสียชีวิตได้ขึ้นให้การเป็นพยานปากสำคัญ ยืนยันว่าในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ พลทหารเพรชรัตน์ถูกทำร้ายร่างกายก่อนเสียชีวิต แต่จากผลรายงานแพทย์กลับไม่ปรากฏร่องรอยฟกช้ำและบาดแผล โดยญาติจะนำคำให้การของพยานปากสำคัญดังกล่าวมาใช้พิจารณาในคดีอาญา เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษต่อไป
 .
30 ก.ย. 2569 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเปิดผลคำสั่งศาลจังหวัดปราจีนบุรีในคดีไต่สวนการตายของ “พลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง” อายุ 22 ปี ที่เสียชีวิตขณะถูกควบคุมตัวในเรือนจำมณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อปี 2568 โดยศาลได้พิเคราะห์แล้ว เห็นว่าเหตุและพฤติการณ์ของการเสียชีวิตคือ "หัวใจวายแบบคั่งเลือดจากกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ ในระหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติราชการตามหน้าที่"
นอกจากนี้ ศาลยังยอมรับว่าเพื่อนของพลทหารเพรชรัตน์ ซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุ เป็นพยานปากสำคัญที่ยืนยันว่าในช่วงเวลาที่เกิดเหตุ พลทหารเพรชรัตน์ถูกทำร้ายร่างกาย แต่จากผลรายงานแพทย์กลับไม่ปรากฏร่องรอยฟกช้ำและบาดแผล จึงมีความเห็นยืนยันตามความเห็นแพทย์ คือเสียชีวิตจากหัวใจวายแบบคั่งเลือดจากกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวผิดปกติ
.
อย่างไรก็ตาม ญาติจะนำคำให้การของพยานปากสำคัญดังกล่าวมาใช้พิจารณาในกระบวนการยุติธรรมในคดีอาญา เพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ
พลทหารเพรชรัตน์ กำลังยิ่ง เสียชีวิตเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 โดยแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจโตผิดปกติ จากนั้นกรณีของพลทหารเพรชรัตน์ได้รับการเปิดเผยในสื่อเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พร้อมกับประเด็นเรื่องการพบช้อนสั้นในเถ้ากระดูกของพลทหารเพรชรัตน์ ภายหลังจากการฌาปนกิจ นำไปสู่การพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของพลทหารเพรชรัตน์ในที่สุด
.
ที่ผ่านมา การเสียชีวิตของพลทหารขณะเข้ารับการฝึกอยู่ในค่ายมักจบลงที่การเจรจาไกล่เกลี่ย และจ่ายเงินชดเชยเยียวยา มีเพียงไม่กี่กรณีเท่านั้นที่ได้เข้าสู่กระบวนการไต่สวนการชันสูตรพลิกศพโดยศาล ทำให้หลายกรณีในอดีตไม่สามารถนำตัวผู้ที่กระทำให้เกิดการเสียชีวิต รวมทั้งผู้บังคับบัญชามาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ คำสั่งศาลในกรณีการเสียชีวิตของพลทหารเพรชรัตน์จึงอาจเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในการค้นหาความจริงและนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตมาเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งอาจนำไปสู่การแก้ไขปัญหาการเสียชีวิตของพลทหารในระหว่างเข้ารับการฝึก รวมทั้งการปฏิรูประบบสวัสดิภาพและความปลอดภัยของพลทหารภายในค่ายได้
.
https://www.facebook.com/CrCF.Thailand/posts/pfbid02T83QkdRNLXEZ9S4G6Yc6YyWCycNyDpNitujKjeRQqAAHZEJ4C92aYa2UzYfK9HwUl
.

.
รักชนก จี้กทม.จัดระเบียบช่วยน้ำท่วม ปัดตอบนายกฯแจกเงิน บอก ออดดังต้องรีบไปโหวตกม.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5912474
.
‘ไอซ์’ วิ่งขาขวิดขึ้นห้องประชุมสภา ทันที ปัดตอบนายกฯ แจกเงินน้ำท่วม อ้าง ออดดังต้องรีบไปโหวตกฎหมาย ฝาก ‘ชัชชาติ’ แก้ระเบียบเยียวยาหลังต้องไปแจ้งความก่อน ชี้ ชีวิต ปชช.ลำบากอยู่แล้ว ลั่น ไม่ได้ว่าใคร แต่หน้างานไม่มีคนจัดการ ทำคนซอยย่อยไม่ได้รับความช่วยเหลือ
 .
เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 30 กันยายน ที่รัฐสภา น.ส.รักชนก ศรีนอก ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในกรุงเทพมหานคร ว่า ตามที่กรุงเทพมหานครได้ประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติไป ขณะนี้ได้แบ่งพื้นที่สีแดง สีเหลืองและสีเขียวแล้ว ซึ่งตนเข้าใจความเดือดร้อนของคนกรุงเทพมหานคร เราไม่เคยโดนน้ำท่วมหนักขนาดนี้มาหลายปีแล้ว ซึ่งตนคิดว่าการแบ่งโซนของกรุงเทพมหานคร ก็พอเข้าใจได้ แต่สิ่งที่ต้องตั้งคำถามกันคือ การบริหารจัดการหน้างานในพื้นที่ที่น้ำยังท่วมสูงอยู่ เช่น เคหะร่มเกล้าและคลองจั่น จริงๆ แล้วน้ำใจของประชาชน ภาคประชาสังคม มูลนิธิต่างๆ พร้อมที่จะเข้าไปช่วยเหลือ มีน้ำใจหลั่งไหลไม่ขาดสาย แต่ปัญหาคือการบริหารจัดการหน้างาน ตนไม่แน่ใจว่าในวันนี้กรุงเทพมหานครเข้าไปควบคุมดูแลแล้วหรือไม่
.
“ตรงนี้เราไม่ว่าใครเนอะ แต่อยากให้มีการบริหารหน้างาน เวลาเข้าไปหน้างานจะมีประชาชนทั่วไป มีมูลนิธิอีกหลายสิบมูลนิธิ และมีภาครัฐไม่ว่าจะเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กองทัพ หรือแม้กระทั่งกรุงเทพมหานครเอง เมื่อทุกคนเข้าไปหน้างาน และถาโถมกันเข้าไปหมด ปัญหาคือไม่มีคนจัดการงานว่าแต่ละคนที่เอาทรัพยากรมา ควรจะบรรจุเอาไปวางไว้ตรงไหน และในพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ยังไม่มีการแบ่งโซนทำงานว่าในหน่วยงานไหนควรจะไปพื้นที่ไหน พอไม่มีการบริหารจัดการ คนที่อยู่แถบบริเวณรอบนอก ก็จะได้รับความช่วยเหลือ แต่คนที่อยู่ในซอยย่อย จะไม่ได้รับความช่วยเหลือ” น.ส.รักชนกกล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่