JJNY : ปริญญาเขียนแย้งคำวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด│น้ำท่วมถล่มฟาร์มไก่│สรณแจ้งลาประชุมกสทช.หลังนัดเอง│เตือน 34 จว.ฝนฟ้าคะนอง

ปริญญา เขียนแย้งคำวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด ยกตปท.ชี้ ทำไมเลือกตั้งโดยลับของไทย ถึงไม่ควรมีเงื่อนไข
https://www.matichon.co.th/politics/news_5912001
.

.
ปริญญา เขียนแย้งคำวินิจฉัยคดีบาร์โค้ด ยกตปท.เทียบ ทำไมหลักการเลือกตั้งโดยลับ ถึงไม่ควรมีเงื่อนไข 
.
เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2569 ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ [ ข้อแย้งคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญคดีบาร์โค้ด: เชื่อมั่น กกต. มากไปหรือไม่ และปัญหาหลัก “ลับแบบมีเงื่อนไข” ที่คลาดเคลื่อน ] ผ่านเฟสบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้
.
สรุปคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวานนี้ (28 กันยายน 2569) คือ บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งไม่ขัดกับหลักการเลือกตั้งโดยลับ แต่มี ‘คำแนะนำ‘ ตอนท้ายว่า กกต. ควรทำบัตรเลือกตั้งให้ ”เหมาะสมยิ่งขึ้น“ ไม่ให้มีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ใดบนบัตรเลือกตั้ง ”ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผลการออกเสียงลงคะแนน”
..
ว่าง่ายๆ คือ ครั้งนี้ไม่เป็นไร แต่ครั้งต่อไปไม่ควรอีก ซึ่งทำให้ถูกวิจารณ์อยู่พอสมควร แม้คนส่วนใหญ่ไม่ได้คาดหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะสั่งให้เลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นโมฆะ โดยเฉพาะบัตรแบบแบ่งเขตที่มีคิวอาร์โค้ดนั้น เป็นคิวอาร์โค้ดเหมือนกันทั้งเล่ม ทำให้ย้อนกลับไปหาผู้เลือกไม่ได้ คนจึงไม่ติดใจ
.
แต่บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเป็นแบบรันตัวเลข แต่ละใบไม่เหมือนกันเลย จึงสามารถย้อนกลับไปตรวจสอบได้ว่าใครเลือกใคร จึงขัดกับหลักเลือกตั้งโดยลับแล้ว ถ้าศาลรัฐธรรมนูญจะไม่สั่งให้เป็นโมฆะ เหตุผลก็ควรต้องมีน้ำหนักรับฟังได้
.
แต่เหตุผลที่ออกมาผมคิดว่ามีปัญหาอยู่พอสมควร โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 2 ประเด็นที่สำคัญที่สุดคือ หนึ่ง แม้จะย้อนไปหาต้นขั้วและผู้เลือกได้ แต่ กกต. จัดเก็บบัตร และต้นขั้ว “แยกกันเป็นอย่างดี” ทั้งมีปิดผนึก มีเคเบิลไทมัดกล่องไ้ว้ จึงถือว่ายังลับอยู่ และ สอง การเลือกตั้งโดยลับนั้นไม่จำเป็นต้องลับโดยสมบูรณ์ แต่ “ลับแบบมีเงื่อนไข” ก็ได้
.
เหตุผลแรกนั้นผมขอแย้งว่า แม้ว่า กกต. เขตทั้ง 400 เขต จะเก็บบัตรเลือกตั้ง และต้นขั้วแยกกล่องกัน แต่กล่องเก็บบัตรและกล่องต้นขั้วเก็บไว้ที่เดียวกัน! ที่สำคัญคือเคเบิลไทของ กกต. นั้นสามารถใช้ไขควงเล็กๆ หรือเหล็กแหลมดันเปิดได้! (ดังที่ผมได้เคยแสดงให้ดูในรายการไล่ให้จน)
.
ที่สำคัญคือ ศาลรัฐธรรมนูญมั่นใจได้อย่างไรว่าทั้ง 400 เขตไม่มีเจ้าหน้าที่ กกต. คนใดไปเปิดสแกนดู ขณะที่ประชาชนทั่วไปมีความกังขาเรื่องความสุจริต เที่ยงธรรม โปร่งใสในการจัดการเลือกตั้ง แต่ทำไมท่านจึงมั่นใจใน กกต. ชนิดตรงข้ามกับประชาชนได้ถึงขนาดนี้ กกต. เป็นผู้บริหารจัดการเลือกตั้ง ต้องมีการตรวจสอบถ่วงดุลได้ตามหลักการแบ่งแยกอำนาจ ไม่ใช่ไปมอบความเชื่อมั่นให้ กกต. เช่นนี้
.
สำหรับเหตุผลที่สองที่ว่า การเลือกตั้งโดยลับนั้น แค่ “ลับแบบมีเงื่อนไข” ก็ได้ แม้จะฟังดูเป็นหลักวิชาการกว่า แต่ก็อาจจะสร้างความเสียหายได้มาก หาก กกต. ยึดถือจริงจังว่าการเลือกตั้งโดย “ลับแบบมีเงื่อนไข“ เป็นสิ่งที่ทำได้ บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งแม้จะมีต่อไปไม่ได้แล้ว แต่ก็อาจจะมี ”ลับแบบมีเงื่อนไข“ ในจุดอื่นๆ ได้
.
ด้วยความเคารพ ”เลือกตั้งโดยลับแบบมีเงื่อนไข“ หรือ conditional secret vote นั้น มีใช้แค่ไม่กี่ประเทศ เช่น สหราชอาณาจักร นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ และที่สำคัญคือเขาแยกเก็บบัตรและต้นขั้วอย่างจริงจัง ไม่ใช่ปิดผนึกหีบต่อหน้าผู้สังเกตการณ์ไปแล้ว พอขนไปที่เก็บก็เปิดหีบเพื่อ ”ยุบรวมหีบ“ กันเองลับหลังประชาชนเหมือนที่ กกต. ทำ ที่สิงคโปร์นั้นเมื่อเลือกตั้งเสร็จเขาจะเอาบัตรและต้นขั้วไปเก็บไว้ที่ Supreme Court คือศาลสูงของเขาเลย แล้วก็มีหลักเหมือนกันกับอังกฤษคือ เปิดดูได้เมื่อมีคำสั่งศาลโดยมีเหตุหรือ ”เงื่อนไข“ ตามกฎหมายเท่านั้น
.
ว่าง่ายๆ ”ลับแบบมีเงื่อนไข“ คือ การจะย้อนกลับไปที่ผู้เลือกจะต้องเป็นไปตาม ”เงื่อนไขตามกฎหมาย“ โดยมีศาลควบคุม ถ้าสรุปเป็นสูตรก็คือ
.
ลับแบบมีเงื่อนไข = ย้อนกลับไปผู้เลือกได้ + ศาลควบคุม
.
แต่ของไทย กกต. จัดเก็บเอง ระเบียบจัดเก็บ กกต. ก็ออกเอง เงื่อนไข กกต. ก็กำหนดเอง โดยไม่มีศาลมาควบคุมตรงไหนได้ เมื่อไปร้องศาลรัฐธรรมสูญโดยหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญจะควบคุม ก็ยกคำร้องเสียอีก
.
ผมจึงขอแย้งศาลรัฐธรรมนูญ และมีความเห็นว่า ประเทศไทยควรต้องกลับไปใช้หลักการเลือกตั้งโดยลับโดยสมบูรณ์ ไม่ควรจะเป็นลับแบบมีเงื่อนไขที่แล้ว กกต. จะกำหนดอย่างไรเช่นนี้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเรายังไม่สามารถทำให้คนเชื่อมั่นว่า กกต. จัดการเลือกตั้ง (และการเลือก ส.ว.) ได้อย่างสุจริต เที่ยงธรรม และโปร่งใสได้ครับ
.
https://www.facebook.com/prinya.thaewanarumitkul/posts/pfbid02perq88pEF1JNwKoqYQR5GvEXiYRDtEHi9LGhCRCAucPdTqiL24iqRzu4CrruuFsHl
.

.
น้ำท่วมถล่มฟาร์มไก่ จมน้ำตายนับหมื่นตัว ขาดทุนยับเป็นล้าน ยอมขนขายถูก เร่งระบาย
https://www.matichon.co.th/region/news_5911793
.
น้ำท่วมฉับพลันถล่มฟาร์มไก่ ไก่จมน้ำตายนับหมื่น ขาดทุนยับกว่าล้านบาท ยอมขนขายถูกเร่งระบาย
.
เมื่อวันที่ 29 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงาน เกิดเหตุอุทกภัยน้ำท่วมฉับพลัน เข้าทะลักพัดถล่มฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อ ในพื้นที่หมู่ 1 ตำบลทรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ส่งผลกระทบอย่างหนักให้เจ้าของฟาร์มต้องเผชิญภาวะขาดทุนป่นปี้กว่า 1 ล้านบาท หลังมวลน้ำมาเร็วเกินตั้งรับ จนไก่ที่เลี้ยงไว้นับหมื่นตัวจมน้ำตายเกือบยกฟาร์ม
.
ผู้ประกอบการเจ้าของฟาร์ม เปิดเผยว่า ทางฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อไว้ทั้งหมดประมาณ 20,000 ตัว ทว่ามวลน้ำได้ไหลทะลักเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็วและไม่ทันตั้งตัว ทำให้คนงานและเจ้าหน้าที่ต้องเร่งอพยพไก่ออกจากโรงเรือนอย่างยากลำบาก ซึ่งสามารถช่วยย้ายไก่ออกไปอยู่ในที่ปลอดภัยได้เพียงประมาณ 8,000 ตัวเท่านั้น
.
ส่วนไก่ที่เหลืออีกนับหมื่นตัวถูกน้ำท่วมขัง และจมน้ำเสียชีวิตทั้งหมด จากการประเมินความเสียหายเบื้องต้น รวมมูลค่าไก่ที่ตาย ต้นทุนอาหารสัตว์ที่จมเสียหาย และค่าใช้จ่ายแฝงอื่นๆ ส่งผลให้ฟาร์มต้องแบกรับภาระขาดทุนสะสมพุ่งสูงกว่า 1 ล้านบาท
.
อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการบรรเทาความเสียหายและลดภาระขาดทุนบางส่วน ทางฟาร์มจึงได้นำไก่เนื้อที่เพิ่งจมน้ำตาย มาเร่งเปิดจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาถูกพิเศษ เพียง 5 ตัว 100 บาท ซึ่งทันทีที่ข่าวแพร่ออกไป ได้มีชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงเดินทางมาช่วยอุดหนุนและทยอยซื้อกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปประกอบอาหาร
.

.
สรณ แจ้งลาประชุมบอร์ด กสทช. หลังนัดเอง 2 วันรวด เปิดทางกรรมการจัดถก-เลือกปธ.ชั่วคราว
https://www.matichon.co.th/economy/news_5912072
.
‘สรณ’ ส่งบันทึกแจ้งลาประชุมบอร์ด กสทช. หลังนัดรวมบอร์ด 2 วันรวด เปิดทางกรรมการที่เหลือจัดประชุม-เลือกประธานประชุมชั่วคราว
.
เมื่อวันที่ 29 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีหมายเลขดำที่ 1455/2569 คดีหมายเลขแดงที่ 1590/2569 ซึ่ง ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่ผ่านมา นพ.สรณ ได้ออกหนังสื่อด่วน นัด กสทช. ประชุมล่วงหน้า 2 ครั้งรวด โดยนัดประชุมครั้งที่ 15/2569 ในวันพฤหัสบดีทที่ 1 และ วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคมนี้ เวลา 09.00 – 16.30 น. ที่ห้องประชุมสายลม 1020 ชั้น 2 อาคารอำนวยการสำนักงานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. โดยปัจจุบัน กสทช. ยังไม่สามารถจัดประชุมได้กว่า 12 ครั้ง มีวาระค้างพิจารณากว่า 198 วาระ
.
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.สรณ ได้ส่งบันทึกด่วนที่สุดแจ้งขอลาการประชุมบอร์ด กสทช. นัดวันที่ 1-2 ตุลาคม 2569 พร้อมแนะที่ประชุมเลือกกรรมการทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อขับเคลื่อนวาระคั่งค้างให้ต่อเนื่อง
.
ความว่า ตามที่ สำนักงาน กสทช. เผยแพร่บันทึกข้อความจากงานเลขานุการประธาน กสทช. (ที่ สทช 1001/27) ลงวันที่ 29 กันยายน 2569 แจ้งถึงเลขาธิการ กสทช. ตามที่ประธาน กสทช. ได้กำหนดให้มีการประชุม กสทช. ครั้งที่ 25/2569 ขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 1 และวันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม 2569 ระหว่างเวลา 09.30–16.30 น. ณ ห้องประชุมสายลม 1021 ชั้น 2 อาคารอำนวยการ สำนักงาน กสทช. นั้น
.
เนื่องจากศาสตราจารย์คลินิก สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีภารกิจสำคัญในระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2569 ถึงวันที่ 4 ตุลาคม 2569 จึงไม่สามารถเข้าร่วมประชุมและทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมได้ด้วยตนเอง
.
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันมีระเบียบวาระการประชุมค้างพิจารณาอยู่เป็นจำนวนมาก เพื่อให้การดำเนินงานของสำนักงาน กสทช. เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและต่อเนื่อง ประธาน กสทช. จึงได้ขอให้ที่ประชุมดำเนินการเลือกกรรมการท่านใดท่านหนึ่งขึ้นทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมเฉพาะสำหรับการประชุมนี้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่