วันที่ 28 กันยายน 2569 คุณยุทธิยง ลิ้มเลิศวาที หรือ “พี่หมี” เล่าให้บรรณาธิการข่าว NEWS1 ฟังถึงเบื้องหลังแนวคิดการสร้างเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยเฉพาะแนวคิดการเลือกพื้นที่ก่อสร้างให้สัมพันธ์กับภูมิประเทศและแนวภูเขา
พี่หมีเล่าว่า ความรู้และเรื่องราวดังกล่าวได้รับการถ่ายทอดมาจาก ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร หรือ “อาจารย์ยักษ์” ผู้เคยถวายงานใกล้ชิดในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยทำงานด้านการพัฒนาและเกษตรตามแนวพระราชดำริมาเป็นเวลายาวนาน ซึ่งประวัติจากหน่วยงานรัฐระบุว่า ดร.วิวัฒน์เคยทำงานในสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ หรือ กปร. ก่อนมีบทบาทขับเคลื่อนศาสตร์พระราชาและเกษตรทฤษฎีใหม่ในเวลาต่อมา
ตามคำบอกเล่าที่พี่หมีได้รับการถ่ายทอดมา แนวทางการสร้างเขื่อนในช่วงแรกมีการพิจารณาตำแหน่งที่ต่ำลงมา แต่เมื่อคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดกับประชาชนในพื้นที่ จึงมีแนวพระราชดำริให้ปรับตำแหน่งขึ้นไป โดยนำลักษณะภูมิประเทศและความแข็งแกร่งของแนวภูเขามาประกอบการออกแบบ
พี่หมีอธิบายว่า จุดที่น่าสนใจคือ การใช้ภูเขาเข้ามาช่วยรับและถ่ายแรงจากมวลน้ำบริเวณตัวเขื่อน ทำให้ภูมิประเทศไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ตั้ง แต่ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดในการจัดการกับแรงมหาศาลของน้ำ
ส่วนข้อมูลที่หน่วยงานรัฐยืนยัน ระบุว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2536 ให้ดำเนินโครงการอ่างเก็บน้ำบริเวณแม่น้ำนครนายก เพื่อช่วยแก้ปัญหาน้ำ ทั้งการบรรเทาอุทกภัย เป็นแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภค ตลอดจนช่วยแก้ปัญหาดินเปรี้ยว
เขื่อนขุนด่านปราการชลก่อสร้างเป็น เขื่อนคอนกรีตบดอัด หรือ RCC สูงประมาณ 93 เมตร สันเขื่อนยาวประมาณ 2.7 กิโลเมตร เก็บกักน้ำได้ประมาณ 224 ล้านลูกบาศก์เมตร และได้รับการระบุว่าเป็น เขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวที่สุดในโลก
เรื่องราวที่พี่หมีถ่ายทอดให้บรรณาธิการข่าว NEWS1 ฟัง จึงเป็นอีกมุมหนึ่งของเขื่อนขุนด่านปราการชล ที่ไม่ได้มีเพียงสถิติด้านขนาดและความยาว แต่ยังมีเรื่องราวของแนวคิดการจัดการน้ำ การใช้ภูมิประเทศ และการคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งพี่หมีระบุว่าได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์ยักษ์ ผู้เคยทำงานถวายงานด้านการพัฒนาและเกษตรตามแนวพระราชดำริในรัชกาลที่ 9
ชวนดูพระอัจฉริยภาพ ร.9 “ขุนด่านฯ” ใช้ภูเขารับแรงมวลน้ำ ยาวที่สุดในโลก โดย พี่หมี