
ภก.เมฆา วีระวานิช อนุกรรมการวิชาการ สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) เขียนไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 541 (พฤษภาคม 2567) มาต่อในเรื่องที่สำคัญกว่านั้น นั่นคือ "ขนาดยาที่ถูกต้อง" เพราะยาตัวนี้ปลอดภัยก็จริง แต่ปลอดภัยเฉพาะเมื่อใช้ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้นครับ
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ พาราเซตามอลจัดเป็น "ยาสามัญประจำบ้าน" ที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ โดยเฉพาะแบบเม็ดที่บรรจุไม่เกิน 10 เม็ดต่อแผง และแบบน้ำที่บรรจุไม่เกิน 60 มิลลิลิตร จึงหาซื้อได้ง่ายแม้แต่ในร้านสะดวกซื้อ เป็นยาที่คนไทยรู้จักและใช้กันมากที่สุดเมื่อเทียบกับยาชนิดอื่น แต่ความง่ายในการเข้าถึงนี้เอง ที่ทำให้หลายคนมองข้ามเรื่องขนาดยาไปโดยไม่รู้ตัว
ในกลุ่มเด็ก ความเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือสูตรยาน้ำลดไข้ที่มักผสมยาลดน้ำมูกไว้ด้วยในขวดเดียวกัน ถ้าพ่อแม่ให้ยาซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ว่ามีพาราเซตามอลผสมอยู่แล้ว ก็อาจทำให้เด็กได้รับยาเกินขนาดโดยไม่ตั้งใจ ส่วนในผู้ใหญ่ที่มีภาวะตับบกพร่อง ติดแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ ร่างกายจะจัดการกับยาได้ช้าลงกว่าคนทั่วไป จึงต้องลดขนาดยาลงและกินเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น
ที่สำคัญคือยาทุกชนิด ไม่ว่าจะได้จากแพทย์สั่งหรือซื้อเองตามร้านขายยา ล้วนมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยงในตัวเดียวกัน ก่อนใช้ยาทุกครั้งจึงควรอ่านฉลากให้เข้าใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ
หากมีอาการเฉพาะตัว มีโรคประจำตัว หรือไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือเปล่า ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอนะครับ
ที่มา : ภก.เมฆา วีระวานิช, นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 541 (พฤษภาคม 2567)
⚠️ กินยาพาราเซตามอลผิดขนาด...อันตรายถึงตับพังจริงไหม?
สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือ พาราเซตามอลจัดเป็น "ยาสามัญประจำบ้าน" ที่ซื้อได้โดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ โดยเฉพาะแบบเม็ดที่บรรจุไม่เกิน 10 เม็ดต่อแผง และแบบน้ำที่บรรจุไม่เกิน 60 มิลลิลิตร จึงหาซื้อได้ง่ายแม้แต่ในร้านสะดวกซื้อ เป็นยาที่คนไทยรู้จักและใช้กันมากที่สุดเมื่อเทียบกับยาชนิดอื่น แต่ความง่ายในการเข้าถึงนี้เอง ที่ทำให้หลายคนมองข้ามเรื่องขนาดยาไปโดยไม่รู้ตัว
ในกลุ่มเด็ก ความเสี่ยงที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือสูตรยาน้ำลดไข้ที่มักผสมยาลดน้ำมูกไว้ด้วยในขวดเดียวกัน ถ้าพ่อแม่ให้ยาซ้ำซ้อนโดยไม่รู้ว่ามีพาราเซตามอลผสมอยู่แล้ว ก็อาจทำให้เด็กได้รับยาเกินขนาดโดยไม่ตั้งใจ ส่วนในผู้ใหญ่ที่มีภาวะตับบกพร่อง ติดแอลกอฮอล์ หรือใช้ยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ ร่างกายจะจัดการกับยาได้ช้าลงกว่าคนทั่วไป จึงต้องลดขนาดยาลงและกินเท่าที่จำเป็นจริงๆ เท่านั้น
ที่สำคัญคือยาทุกชนิด ไม่ว่าจะได้จากแพทย์สั่งหรือซื้อเองตามร้านขายยา ล้วนมีทั้งประโยชน์และความเสี่ยงในตัวเดียวกัน ก่อนใช้ยาทุกครั้งจึงควรอ่านฉลากให้เข้าใจและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดครับ
หากมีอาการเฉพาะตัว มีโรคประจำตัว หรือไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงหรือเปล่า ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอนะครับ
ที่มา : ภก.เมฆา วีระวานิช, นิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 541 (พฤษภาคม 2567)