ข่าวการสูญเสีย ต๋อง วงทู (สุรพันธ์ จำลองกุล) อดีตนับร้องและดนตรีชื่อดังยุค 90 เจ้าของเสียงร้องในเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง รักเธอข้างเดียว และ คนละคนเดียวกัน สร้างความอาลัยให้กับแฟนเพลงและคนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก โดยการจากไปในวัย 56 ปีของเขา เกิดจากอาการป่วยด้วย “โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก” (Nasopharyngeal Carcinoma) ระยะที่ 4
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้พวกเราหันกลับมาสังเกตความผิดปกติของร่างกายตนเอง เพราะมะเร็งหลังโพรงจมูกถือเป็นหนึ่งใน
“ภัยเงียบ” ที่ตรวจพบได้ยาก เนื่องจากตำแหน่งของโรคตั้งอยู่ลึกบริเวณส่วนบนสุดของคอหอยหลังโพรงจมูก และในระยะแรกมักไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเน้นย้ำถึง 5 สัญญาณเตือนภัยที่ไม่ควรมองข้าม หากมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์ ควร รีบพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก ทันที
1. คัดจมูกข้างเดียวเรื้อรัง: รู้สึกแน่นจมูก หายใจไม่สะดวกข้างใดข้างหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่างจากโรคหวัดหรือภูมิแพ้ทั่วไปที่มักเป็นทั้งสองข้าง
2. เลือดกำเดาไหลผิดปกติ: มีเลือดกำเดาออกทางจมูกบ่อยครั้งอย่างไม่มีสาเหตุ หรือสังเกตเห็นเสมหะปนเลือดเมื่อขากเสมหะ
3. หูอื้อข้างเดียว: รู้สึกแน่นในหู การได้ยินลดลง หรือมีน้ำในหูชั้นกลาง เกิดจากก้อนเนื้อมะเร็งโตขึ้นจนไปอุดหรือกดทับท่อปรับความดันหู
4. คลำพบก้อนที่คอ: มีก้อนโตที่บริเวณข้างคอโดยคลำแล้วไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งเป็นผลจากการที่เซลล์มะเร็งกระจายไปตามต่อมน้ำเหลือง และเป็นสัญญาณเตือนแรกสุดที่ผู้ป่วยมักจะสังเกตเห็นและมาพบแพทย์มากที่สุด
5. อาการทางระบบประสาท: เมื่อก้อนเนื้อลุกลาม อาจกดทับเส้นประสาทสมอง ทำให้เกิดอาการหน้าชา มองเห็นภาพซ้อน หนังตาตก หรือมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง
ตรวจเจอช้า แต่ยังมีหวังในการรักษา
แม้หลายกรณีจะตรวจพบในระยะลุกลามหรือระยะที่ 4 เช่นเดียวกับกรณีของ ต๋อง วงทู แต่ทีมแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้ให้ข้อมูลว่า มะเร็งหลังโพรงจมูกเป็นชนิดที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยรังสีรักษา (การฉายแสง) และเคมีบำบัดได้ดีกว่ามะเร็งศีรษะและลำคอชนิดอื่นๆ
นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เข้ามาร่วมเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เช่น ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) และ ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ที่เข้าไปยับยั้งเซลล์มะเร็งอย่างแม่นยำและลดผลข้างเคียง ควบคู่ไปกับการดูแลประคับประคองคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ยาวนานและสมบูรณ์ที่สุด
การสังเกตตัวเองและคนรอบข้างอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากพบความผิดปกติที่เกิดขึ้น “ข้างเดียว” และ “เป็นเรื้อรังเกิน 2–3 สัปดาห์” อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์ เพราะการตรวจพบเร็ว เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้
ที่มา :
https://mgronline.com/goodhealth/detail/9690000094711?tbref=hp
5 สัญญาณเตือนภัย ‘มะเร็งหลังโพรงจมูก’ โรคร้ายใกล้ตัวที่พรากชีวิต ต๋อง วงทู
ข่าวการสูญเสีย ต๋อง วงทู (สุรพันธ์ จำลองกุล) อดีตนับร้องและดนตรีชื่อดังยุค 90 เจ้าของเสียงร้องในเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง รักเธอข้างเดียว และ คนละคนเดียวกัน สร้างความอาลัยให้กับแฟนเพลงและคนในวงการบันเทิงเป็นอย่างมาก โดยการจากไปในวัย 56 ปีของเขา เกิดจากอาการป่วยด้วย “โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก” (Nasopharyngeal Carcinoma) ระยะที่ 4
เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้พวกเราหันกลับมาสังเกตความผิดปกติของร่างกายตนเอง เพราะมะเร็งหลังโพรงจมูกถือเป็นหนึ่งใน “ภัยเงียบ” ที่ตรวจพบได้ยาก เนื่องจากตำแหน่งของโรคตั้งอยู่ลึกบริเวณส่วนบนสุดของคอหอยหลังโพรงจมูก และในระยะแรกมักไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจึงเน้นย้ำถึง 5 สัญญาณเตือนภัยที่ไม่ควรมองข้าม หากมีอาการเหล่านี้ติดต่อกันต่อเนื่องเกิน 2–3 สัปดาห์ ควร รีบพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก ทันที
1. คัดจมูกข้างเดียวเรื้อรัง: รู้สึกแน่นจมูก หายใจไม่สะดวกข้างใดข้างหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งต่างจากโรคหวัดหรือภูมิแพ้ทั่วไปที่มักเป็นทั้งสองข้าง
2. เลือดกำเดาไหลผิดปกติ: มีเลือดกำเดาออกทางจมูกบ่อยครั้งอย่างไม่มีสาเหตุ หรือสังเกตเห็นเสมหะปนเลือดเมื่อขากเสมหะ
3. หูอื้อข้างเดียว: รู้สึกแน่นในหู การได้ยินลดลง หรือมีน้ำในหูชั้นกลาง เกิดจากก้อนเนื้อมะเร็งโตขึ้นจนไปอุดหรือกดทับท่อปรับความดันหู
4. คลำพบก้อนที่คอ: มีก้อนโตที่บริเวณข้างคอโดยคลำแล้วไม่รู้สึกเจ็บ ซึ่งเป็นผลจากการที่เซลล์มะเร็งกระจายไปตามต่อมน้ำเหลือง และเป็นสัญญาณเตือนแรกสุดที่ผู้ป่วยมักจะสังเกตเห็นและมาพบแพทย์มากที่สุด
5. อาการทางระบบประสาท: เมื่อก้อนเนื้อลุกลาม อาจกดทับเส้นประสาทสมอง ทำให้เกิดอาการหน้าชา มองเห็นภาพซ้อน หนังตาตก หรือมีอาการปวดศีรษะเรื้อรัง
ตรวจเจอช้า แต่ยังมีหวังในการรักษา
แม้หลายกรณีจะตรวจพบในระยะลุกลามหรือระยะที่ 4 เช่นเดียวกับกรณีของ ต๋อง วงทู แต่ทีมแพทย์จากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีได้ให้ข้อมูลว่า มะเร็งหลังโพรงจมูกเป็นชนิดที่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยรังสีรักษา (การฉายแสง) และเคมีบำบัดได้ดีกว่ามะเร็งศีรษะและลำคอชนิดอื่นๆ
นอกจากนี้ ในปัจจุบันยังมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่เข้ามาร่วมเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา เช่น ยามุ่งเป้า (Targeted Therapy) และ ภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) ที่เข้าไปยับยั้งเซลล์มะเร็งอย่างแม่นยำและลดผลข้างเคียง ควบคู่ไปกับการดูแลประคับประคองคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ยาวนานและสมบูรณ์ที่สุด
การสังเกตตัวเองและคนรอบข้างอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด หากพบความผิดปกติที่เกิดขึ้น “ข้างเดียว” และ “เป็นเรื้อรังเกิน 2–3 สัปดาห์” อย่าลังเลที่จะไปพบแพทย์ เพราะการตรวจพบเร็ว เพิ่มโอกาสในการรักษาให้หายขาดได้
ที่มา : https://mgronline.com/goodhealth/detail/9690000094711?tbref=hp