๏ ลุดตี่นี้น่าชม แผ่แผ่นกลมเพียงแผ่นแผง
โอชาน่าไก่แกง แคลงของแขกแปลกกลิ่นอายฯ
-กาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวาน
.
ชื่อของ “โรตี” ที่เราคงจะพบเห็นกันอยู่บ่อยครั้งตามรถเข็นข้างทาง เราก็อาจจะจดจำมันในฐานะของหวาน ซึ่งโรตีแบบนั้นมันก็เป็นโรตีที่ไทยเรารับอิทธิพลมาจาก “โรตีจาไน” ทางมลายูอีกทีหนึ่ง แต่ถ้าถามว่าไทยมีโรตีที่กินกันกับพวกแกงต่าง ๆ ไหม ในไทยเราก็มีมานานแล้วเหมือนกัน แต่ถูกเรียกขานในชื่อ “ลุดตี่” แทน
.
อันที่จริงแล้วลุดตี่ไม่เชิงว่าเป็นโรตีจิ้มแกงแบบที่เราอาจจะกินกันในร้านอาหารอินเดียแต่อย่างใด ส่วนตัวได้มีโอกาสไปกินลุดตี่ที่ย่านบ้านของอาจารย์ธีรนันท์ ช่วงพิชิต หรือก็คือเรือนพระยาราชานุประดิษฐ์ ปรากฏเป็นลุดตี่ที่ใส่แกงไว้ข้างใน (เน้นเป็นเนื้อ) แล้วม้วนเป็นคำเล็ก ๆ เหมือนเป็นเครปอย่างหนึ่งไป (คนละรูปแบบกันในภาพประกอบ)
.
ลุดตี่นี้ ยังคงพบเห็นได้ในปัจจุบันในแถบชุมชนมุสลิมคลองบางหลวง ตลอดจนย่านหัวแหลมในพระนครศรีอยุธยา โดยนิยมกินกับแกงไก่เหมือนอย่างที่กล่าวถึงในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานข้างต้นที่เรียกชื่อว่า “ลุดตี่หน้าไก่แกง” นั่นเอง
.
การปรากฏอยู่ในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานได้สะท้อนให้เห็นว่าอาหารชนิดนี้ได้เข้ามาสู่วัฒนธรรมการกินของคนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับชุมชนมุสลิมและในราชสำนักที่รับเอาอาหารดังกล่าวเข้ามา
.
ตัวแผ่นแป้งทำจากแป้งข้าวเจ้า โดยนำข้าวสารแช่น้ำไว้หนึ่งคืน ก่อนนำไปโม่กับน้ำจนเป็นน้ำแป้ง แล้วผสมไข่ไก่และหญ้าฝรั่นหรือขมิ้นเพื่อให้เกิดสีเหลืองนวล จากนั้นจึงหยอดลงบนกระทะร้อนและกลอกให้แผ่ออกเป็นแผ่นกลม เมื่อสุกแล้วจึงนำขึ้นจากกระทะ แล้วจัดเสิร์ฟ
.
นอกจากแบบของคาวแล้ว ลุดตี่ยังสามารถรับประทานเป็นของหวานหรือของว่าง เรียกว่า “แป้งกลอก” ด้วย ซึ่งเข้าใจว่าเป็นแบบเดียวกันกับที่ผู้เขียนได้ลิ้มลองที่เรือนพระยาราชานุประดิษฐ์นั่นเอง
.
แม้ปัจจุบัน ลุดตี่ จะเป็นอาหารที่ไม่ได้หากินง่ายนัก แต่ก็ยังคงมีอยู่ภายในชุมชนมุสลิมบางแห่งในภาคกลางที่มีประวัติศาสตร์และเป็นส่วนหนึ่งของสังคมพหุวัฒนธรรมนี้มาอย่างเนิ่นนาน
.
ลุดตี่ โรตีแกงไก่จากสำรับมุสลิมภาคกลาง