เปรียบเทียบ , ทำอย่างไร บิว ภูริพล บุญสอน ลมกรดเบอร์หนึ่งของไทยและเอเชีย จึงจะไปถึง ยูเซน โบลต์ มนุษย์ที่เร็วที่สุดในโลก

1. ยูเซน โบลต์ (Usain Bolt) — มนุษย์ที่เร็วที่สุดในโลกความเร็วสูงสุด
Top Speed : 44.72 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (บันทึกได้ในช่วงระยะ 60–80 เมตร ตอนที่เขาทำสถิติโลกวิ่ง 100 เมตร ด้วยเวลา 9.58 วินาที เมื่อปี 2009)ความเร็วเฉลี่ยตลอดระยะทาง (Average Speed): 37.58 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

2. "บิว" ภูริพล บุญสอน — ลมกรดเบอร์หนึ่งของไทยและเอเชีย
Top speed: 41.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในช่วงระยะเมตร 50–80 เมตร ความเร็วเฉลี่ยตลอดระยะทาง (Average Speed): ประมาณ 36.36 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (คำนวณจากสถิติที่ดีที่สุดในชีวิต (PB) ในระยะ 100 เมตร ที่เวลา 9.90 วินาที ซึ่งเขาเพิ่งวิ่งคว้าเหรียญทองในเอเชียนเกมส์ 2026

จำนวนก้าวและระยะก้าวของทั้งสองคน
-ยูเซน โบลต์ (สถิติโลก 9.58 วินาที): ใช้จำนวนก้าวทั้งหมด 41 ก้าว ตลอดระยะ 100 เมตร (เฉลี่ยก้าวละ 2.44 เมตร)
-บิว ภูริพล (สถิติที่ดีที่สุด 9.90 วินาที): ด้วยความสูงประมาณ 183 เซนติเมตร นักวิ่งระดับนี้มักใช้จำนวนก้าวเฉลี่ยประมาณ 44–45 ก้าว ในระยะ 100 เมตร (เฉลี่ยก้าวละประมาณ 2.22–2.27 เมตร)

เมื่อ ยูเซน โบลต์ วิ่งเข้าเส้นชัย (วินาทีที่ 9.58) บิวอยู่ตรงไหน เมื่อโบลต์แตะเส้นชัยที่เวลา 9.58 วินาที บิว ภูริพล (ซึ่งวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ยประมาณ 10.10 เมตรต่อวินาทีในช่วงท้าย) จะยังวิ่งไม่ถึงเส้นชัย โดยจะตามหลังโบลต์อยู่ประมาณ 3.2 เมตร
สรุป: บิวแพ้โบลต์กี่ก้าว?เมื่อแปลงระยะห่าง 3.2 เมตร ออกมาเป็น "จำนวนก้าววิ่งของบิว"บิวจะตามหลังอยู่ประมาณ 1.4 ถึง 1.5 ก้าววิ่ง ของตัวเขาเองหรือหากมองในมุมระยะทาง บิวจะวิ่งเข้าเส้นชัยตามหลัง ยูเซน โบลต์ อยู่ประมาณ 3 ช่วงตัว

ต้องสปีดกี่ก้าว/ก้าวอย่างไรให้ทัน?การจะลดเวลาจาก 9.90 ให้ได้ 9.58 วินาที (เร็วขึ้น 0.32 วินาที) ไม่ได้แปลว่าต้อง "สับเท้าให้ไวขึ้น" เพียงอย่างเดียว แต่ต้องปรับทั้ง รอบขา (Stride Rate) และ ระยะก้าว (Stride Length):
-จำนวนก้าวรวมตลอดเส้นทาง:ยูเซน โบลต์ (สูง 195 ซม.) ใช้ระเบิดพลังวิ่งเพียง 41 ก้าว ตลอด 100 เมตร (เฉลี่ยก้าวละ 2.44 เมตร)บิว ภูริพล (สูงประมาณ 183 ซม.) มักใช้จำนวนก้าวเฉลี่ยประมาณ 44–45 ก้าว ตลอดเส้นทางสิ่งที่ต้องเพิ่มเพื่อทำเวลาเท่ากัน:
-หากบิวต้องการทำเวลาให้ได้เท่าโบลต์ เขาต้องกดจำนวนก้าวลงให้เหลือประมาณ 42-43 ก้าว (เพิ่มระยะก้าวให้กว้างขึ้นอีกก้าวละประมาณ 5-10 เซนติเมตร) โดยที่ยังคงความเร็วในการสับเท้า (Frequency) เท่าเดิม หรือเพิ่มรอบขาให้ไวขึ้นในจำนวนก้าวที่เท่าเดิม

การที่ "บิว" ภูริพล บุญสอน (สูง 182-183 ซม.) จะวิ่งให้ทัน ยูเซน โบลต์ (สูง 195 ซม.) แม้สรีระความสูงจะเสียเปรียบ แต่ในทางวิทยาศาสตร์การกีฬาสามารถแก้เกมได้ด้วย "พิมพ์เขียวของคนตัวเตี้ยกว่า" เหมือนที่ ซู บิงเทียน (Su Bingtian) ยอดนักวิ่งชาวจีนที่สูงเพียง 172 เซนติเมตร แต่สามารถวิ่งทำสถิติเอเชียไว้ได้ถึง 9.83 วินาที

1. ชิงความได้เปรียบตอนออกตัว (Block Start & Acceleration)จุดอ่อนคนตัวสูง: ยูเซน โบลต์ มีข้อต่อและขาทีค่อนข้างยาว ทำให้ในช่วง 10-30 เมตรแรก เขาจะพับมุมขาและขยับตัวได้ช้ากว่า (ออกตัวอืด)สิ่งที่บิวต้องทำ: บิวต้องใช้จุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำกว่าระเบิดพลังออกจากบล็อกสตาร์ทให้เร็วที่สุด เพื่อทิ้งห่างโบลต์ให้ได้มากที่สุดในระยะ 30 เมตรแรก ก่อนที่โบลต์จะเริ่มใช้ช่วงขาที่ยาวเร่งความเร็วปลายขึ้นมา

2. เพิ่ม "พลังการถีบพื้น" (Ground Applied Force) เพื่อยืดระยะก้าวความเข้าใจผิด: คนตัวเตี้ยกว่าต้องสับขาให้ไวขึ้น? ไม่ใช่ครับ สิ่งที่ต้องทำคือ เพิ่มแรงส่งสิ่งที่บิวต้องทำ: บิวต้องเข้าโปรแกรมเวทเทรนนิ่งกลุ่ม Plyometrics และ Olympic Lifts หนักๆ เพื่อสร้างกล้ามเนื้อสะโพกและก้นให้ระเบิดพลังได้รุนแรงขึ้น เมื่อเท้ากระทบพื้นในเวลาเพียง 0.08 วินาที แรงถีบส่งนั้นจะผลักให้ตัวลอยไปข้างหน้าได้ไกลขึ้น (ช่วยเพิ่มระยะก้าวให้ยาวขึ้นโดยธรรมชาติ โดยที่รอบขาไม่ตก)

3. รักษารอบขาในช่วงความเร็วสูงสุด (Max Velocity Maintenance)ความลับของความเร็ว: การวิ่งระยะสั้นคือการบาลานซ์ระหว่าง ระยะก้าว × รอบขาสิ่งที่บิวต้องทำ: ในเมื่อระยะก้าวตามธรรมชาติของบิวสั้นกว่าโบลต์ บิวต้องฝึกระบบประสาทส่วนกลาง (Central Nervous System) ให้สั่งการกล้ามเนื้อให้สับเท้าด้วยความถี่ที่เสถียรและทนทานกว่า เพื่อไม่ให้ความเร็วปลายแผ่วในช่วง 20 เมตรสุดท้าย ซึ่งเป็นช่วงที่คนตัวสูงมักจะเริ่มได้เปรียบข้อดีวัย 20 ปี

: ปัจจุบันบิวอายุเพียง 20 ปี (เกิดปี 2006) ร่างกายและมวลกล้ามเนื้อของเขายังเติบโตและพัฒนาความแข็งแกร่งได้อีกมากจนถึงช่วงพีค (อายุประมาณ 24-26 ปี) หากได้รับการสนับสนุนด้านวิทยาศาสตร์การกีฬาระดับโลก สถิติต่ำกว่า 9.90 วินาทีก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

นี่คือกรณีศึกษาที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์กรีฑาโลกครับ เมื่อ ซู บิงเทียน (Su Bingtian) ยอดนักวิ่งจากประเทศจีนที่มีส่วนสูงเพียง 172 เซนติเมตร (เตี้ยกว่า ยูเซน โบลต์ ถึง 23 ซม. และเตี้ยกว่าเทพบิว 10 ซม.) สามารถระเบิดพลังวิ่ง 100 เมตร ด้วยเวลา 9.83 วินาที ในโอลิมปิกเกมส์ที่โตเกียว
ตัวแปรชีวกลศาสตร์ 100m.

ซู บิงเทียน (ตัวเล็ก) / ยูเซน โบลต์ (ตัวใหญ่)
ส่วนสูง. 172 cm.   Vs. 195 cm
เวลา 9.83 วิ.         Vs. 9.58 วิ
จำนวนก้าว 48 ก้าว.   Vs. 41 ก้าว
ระยะก้าว. 2.08 m      Vs. 2.44 m
สับเท้า 4.9 ก้าว         Vs 4.28 ก้าว
ช่วงเร็ว 60 mแรก       Vs. 60 เมตรหลัง

3 คีย์หลักที่ ซู บิงเทียน ใช้คว่ำคนตัวใหญ่ (พิมพ์เขียวที่บิวสามารถใช้ได้)
1. ระเบิดพลังออกตัวให้เร็วที่สุดในโลก (Super Acceleration)ด้วยความที่จุดศูนย์ถ่วงต่ำและขาที่สั้นกว่า ทำให้ซู บิงเทียน สามารถพับมุมข้อต่อและถีบตัวออกจากบล็อกสตาร์ทได้ไวมาก ในการวิ่งรอบรองชนะเลิศที่โตเกียว ซู บิงเทียน ทำสถิติวิ่ง 60 เมตรแรกด้วยเวลาเพียง 6.29 วินาที ซึ่งเป็นเวลาช่วง 60 เมตรแรกที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ (เร็วกว่าตอนที่ ยูเซน โบลต์ วิ่งทำสถิติโลก 9.58 วินาทีเสียด้วยซ้ำ!)
2. เปลี่ยนความเสียเปรียบเป็น "รอบขามหาโหด" (Extreme Stride Rate)ในเมื่อระยะก้าวยังไงก็ยาวไม่เท่าคนตัวสูง ซู บิงเทียน จึงพัฒนาการทำงานของสมองและระบบประสาทสั่งการขาทั้งสองข้างให้สับถี่ถึง 4.9 ก้าวต่อวินาที (เกือบ 5 ก้าวใน 1 วินาที) ซึ่งถือเป็นความเร็วในการขยับขาที่แทบจะเกินขีดจำกัดของมนุษย์ เพื่อชดเชยระยะก้าวที่หายไป
3. การลงเท้าที่ทรงพลังและสั้นที่สุด (Minimal Ground Contact Time)คนตัวเล็กจะชนะได้ เท้าต้องแตะพื้นให้น้อยที่สุด ซู บิงเทียน ฝึกฝนข้อเท้าและเอ็นร้อยหวายให้แข็งแรงเหมือนสปริงเหล็ก เวลาเท้าสัมผัสพื้นจะใช้เวลาเพียงแค่ประมาณ 0.07 วินาที แล้วสะท้อนแรงส่งตัวพุ่งไปข้างหน้าทันที ทำให้ไม่เสียความเร็ว




แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่