อาจจะเป็นไปได้ ที่กระบะ1ตันเครื่องดีเซลยอดฮิตของบ้านเรา จะแพงขึ้นเรื่อยๆ จนเกินฐานะคนไทยโดยทั่วไป

โดยเฉพาะมาตรฐานยูโรที่สูงขึ้นและจะบังคับใช้ในกระกระบะgenต่อไปนี่แหล่ะ ที่มองว่าจะเป็นตัวทำลายตลาดกระบะดีเซลแท้จริง
ต้องดูต่อไปค่ายรถจะเลือกทางไหน  EV,REEV,PHEV,ดีเซล+แอดบลู ,ดีเซล+ไฮโดรเจน หรือ ดีเซล+มอเตอร์48V ฯลฯ

ซึ่งทางเลือกไหนก็ไม่มีทีท่าว่าจะทำให้รถมีราคาถูกได้เลย
มุมมองของผม มองว่าREEV ก็น่าน่าจะเวิคร์ดี  และอาจเป็นทาลือกของกระบะยุคต่อไป


แต่ถ้าถามค่ายโตโยต้า พวกกลับมองอีกแบบนึงเลย คือในกระบะgenต่อจากนี้
พวกจะไม่สนใจ EV หรือREEV เลย....กลับไปมองตัวเลือกอย่าง ดีเซล+ไฮโดรเจน ซะงั้น..?


หมายความว่าไง....ถ้าเป็นอย่างที่ค่ายโตโยต้าพูด ต่อไปนี้เราต้องเติมทั้งดีเซล และไฮโดรเจน(จากไหน  ราคาเท่าไหร่)
ซึ่งก็คงถูกและมีประสิทธิภาพแหล่ะ เพราะพี่โตเขาดูมั่นใจมาก ว่าจะมาทางนี้



กลับมาที่ราคาขาย ซึ่งถ้าการเอาไฮโดรเจนเข้ามาผสมกับดีเซลมันเวิคร์จริง ลดมลพิษได้เยอะกง่ามาตรฐานที่ตั้งไว้มาก
จนสามารถตัดพวกระบบกรอง บำบัดไอเสียต่างๆ(ที่เป็นภาระของเครื่องทุกวันนี้ออกได้)

ก็อาจจะทำให้ ดีเซล+ไฮโดรเจน ราคาขายอาจจะไม่ปรับขึ้นไปยังไงก็ได้มั้ง.....
(ตีซะว่าราคาพอกับเอาไปติดแก๊สนั่นแหล่ะ)


หรือไม่ สุดท้าย ถ้าราคามันเวอร์ไปมากจนทำตลาดต่อไปไม่ได้

เทรนด์ของรถกระบะบ้านเราก็อาจจะเปลี่ยนไปเลย  รถที่ใช้ในเมือง อาจจะหันมาใช้พวกรถตะกูล kei carมากขึ้น
ซึ่งเป็นรถออกแบบมาเพื่อประหยัดพื้นที่ ประหยัดน้ำมัน และเสียภาษีต่ำ

ลักษณะสำคัญของ Kei Car
ขนาดตัวรถ: ความยาวไม่เกิน 3.4 เมตร กว้างไม่เกิน 1.48 เมตร และสูงไม่เกิน 2 เมตร
ขนาดเครื่องยนต์: ไม่เกิน 660 ซีซี และมีกำลังสูงสุดไม่เกิน 64 แรงม้า
ข้อดี: คล่องตัวสูง จอดง่าย ประหยัดน้ำมัน และปัจจุบันเริ่มมีขุมพลังไฟฟ้า (EV) ออกมาทำตลาดมากขึ้น


กระบะ1ตันก็อาจจะไม่ใช่รถที่ได้รับความนิยมสำหรับประเทศไทยอีกต่อไป

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่