ทุกคนรู้แหล่ะ ว่าฝนจะตกหนัก แต่ส่วนใหญ่เลยก็ว่าได้ ที่ไม่รู้ว่าจะท่วม หรือท่วมหนักขนาดไหน
การเตรียมพร้อมรับมือ จะมีซัก10%เองมั้ง ที่จะพูดได้เจ็มปากเต็มคำว่าพร้อมรับมีอจริงๆ
เพราะส่วนใหญ่ ยิงดูข้อมูลเยอะยิ่งสับสน ยิ่งฟังมากยิ่งสติแตก เพราะคำว่า "มาก เยอะ หนัก" ของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน
ส่วนใหญ่ก็อาจจะแค่เตรียมตัว เตรียใจ เก็บนู่นนี่ ขยับนั่น ยกนี่ พอเป็นพิธี แล้วค่อยประเมินแก้ไขสถานการณ์ หน้างานเอา
สำหรับรถยนต์ นี่ก็แปลก รถคันนึงมูลค่าไม่ใช่น้อยๆ หลักแสนหลักล้านทั้งนั้น
แต่มีท้องพื้นที่ต่ำ ซึ่งรถทั่วไป น้ำท่วมแค่25-30ซม. แช่ไว้นานๆน้ำก็ซึมเข้ารถแล้ว
ถึงแม้รถจะเป็นสิ่งที่สามารถขยับ หรือขับเคลื่อนได้ง่ายกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆมากๆๆๆ
แต่หลายคันก็ถูกปล่อยให้ท่วมเสียหายอยู่ดี...หลายคนอาจจะแย้งว่าส่วนหนึ่งเกิดจากอุบัติเหตุด้วยก็คงไม่เถียง....แต่ก็อย่าลืมว่า แล้วที่ไม่มีประกันอีกไม่รู้เท่าไหร่ที่ยังไม่ได้เอามานับ
ซึ่งจากข้อมูลสถิติของธุรกิจประกันภัยในไทย ในปีปกติทั่วไปมีรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมเสียหายหนักจนต้องเข้าสู่กระบวนการ "คืนซาก" (Total Loss)
เฉลี่ยปีละประมาณ 2,000 คันเลยทีเดียว
และในวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ (เช่น ช่วงปี 2568) เฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนั้นครั้งเดียว มีรายงานรถยนต์แจ้งเคลมความเสียหายรวมกว่า 23,000–30,000 คัน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกประเมินความเสียหายเป็นแบบ Total Loss (จมมิดคัน/มิดหลังคา) เนื่องจากค่าซ่อมแซมระบบไฟฟ้า กล่องควบคุม (ECU) และเครื่องยนต์ เกินกว่า 70% ของมูลค่ารถ
เอาจริงๆรถยนต์ หรือพาหนะ มันควรจะเป็นสินทรัพย์แรกๆ ที่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงว่าน้ำจะท่วมเสียหาย
และยิงสมัยนี้ รถEV แข่น้ำ สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้อีก ฝนก็ตก น้ำก็ท่วม แต่ไฟก็ไหม้รถ ไหม้บ้านในคราเดียวกัน....เออ เอาเข้าไป
เป็นภาพแปลกๆ ที่อาจจะเห็นชินตามากขึ้น ในโลกยุกต่อไป.....
ความแปลก อย่างหนึ่งสำหรับน้ำท่วมในทุกๆครั้งเลยก็ว่าได้
การเตรียมพร้อมรับมือ จะมีซัก10%เองมั้ง ที่จะพูดได้เจ็มปากเต็มคำว่าพร้อมรับมีอจริงๆ
เพราะส่วนใหญ่ ยิงดูข้อมูลเยอะยิ่งสับสน ยิ่งฟังมากยิ่งสติแตก เพราะคำว่า "มาก เยอะ หนัก" ของแต่ละคนมันไม่เท่ากัน
ส่วนใหญ่ก็อาจจะแค่เตรียมตัว เตรียใจ เก็บนู่นนี่ ขยับนั่น ยกนี่ พอเป็นพิธี แล้วค่อยประเมินแก้ไขสถานการณ์ หน้างานเอา
สำหรับรถยนต์ นี่ก็แปลก รถคันนึงมูลค่าไม่ใช่น้อยๆ หลักแสนหลักล้านทั้งนั้น
แต่มีท้องพื้นที่ต่ำ ซึ่งรถทั่วไป น้ำท่วมแค่25-30ซม. แช่ไว้นานๆน้ำก็ซึมเข้ารถแล้ว
ถึงแม้รถจะเป็นสิ่งที่สามารถขยับ หรือขับเคลื่อนได้ง่ายกว่าสินทรัพย์ประเภทอื่นๆมากๆๆๆ
แต่หลายคันก็ถูกปล่อยให้ท่วมเสียหายอยู่ดี...หลายคนอาจจะแย้งว่าส่วนหนึ่งเกิดจากอุบัติเหตุด้วยก็คงไม่เถียง....แต่ก็อย่าลืมว่า แล้วที่ไม่มีประกันอีกไม่รู้เท่าไหร่ที่ยังไม่ได้เอามานับ
ซึ่งจากข้อมูลสถิติของธุรกิจประกันภัยในไทย ในปีปกติทั่วไปมีรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมเสียหายหนักจนต้องเข้าสู่กระบวนการ "คืนซาก" (Total Loss)
เฉลี่ยปีละประมาณ 2,000 คันเลยทีเดียว
และในวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ภาคใต้ (เช่น ช่วงปี 2568) เฉพาะเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนั้นครั้งเดียว มีรายงานรถยนต์แจ้งเคลมความเสียหายรวมกว่า 23,000–30,000 คัน ซึ่งส่วนใหญ่ถูกประเมินความเสียหายเป็นแบบ Total Loss (จมมิดคัน/มิดหลังคา) เนื่องจากค่าซ่อมแซมระบบไฟฟ้า กล่องควบคุม (ECU) และเครื่องยนต์ เกินกว่า 70% ของมูลค่ารถ
เอาจริงๆรถยนต์ หรือพาหนะ มันควรจะเป็นสินทรัพย์แรกๆ ที่ต้องตระหนักถึงความเสี่ยงว่าน้ำจะท่วมเสียหาย
และยิงสมัยนี้ รถEV แข่น้ำ สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้อีก ฝนก็ตก น้ำก็ท่วม แต่ไฟก็ไหม้รถ ไหม้บ้านในคราเดียวกัน....เออ เอาเข้าไป
เป็นภาพแปลกๆ ที่อาจจะเห็นชินตามากขึ้น ในโลกยุกต่อไป.....