หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ธุรกิจปั๊มน้ำมันที่เราเห็นรถจอดต่อคิวยาวเหยียดและมีผู้เข้าใช้บริการตลอดทั้งวันนั้น จะสร้างรายได้และกำไรมหาศาลขนาดไหน ล่าสุดเพจ BrandCase ได้สรุปผลประกอบการ ทั้งรายได้ กำไรสุทธิ และอัตรากำไร (Profit Margin) ของบริษัทเจ้าของสถานีบริการน้ำมันยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงตัวเลขทางธุรกิจที่น่าสนใจอย่างมาก
สรุปตัวเลขผลประกอบการปั๊มน้ำมัน 5 เจ้าดังในไทย
1. PTT Station (บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน))
แบรนด์อื่น ๆ ในเครือ: Café Amazon, Jiffy, โอ๋กะจู๋ (ร่วมทุน), Pacamara
รายได้: 660,891 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 11,304 ล้านบาท
อัตรากำไร: 1.71%
2. Bangchak (บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน))
แบรนด์อื่น ๆ ในเครือ: Inthanin, Lemon Green Mart
รายได้: 512,350 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 2,880 ล้านบาท
อัตรากำไร: 0.56%
3. PT (บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน))
แบรนด์อื่น ๆ ในเครือ: กาแฟพันธุ์ไทย, Subway, Coffee World, Max Mart
รายได้: 224,918 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 1,021 ล้านบาท
อัตรากำไร: 0.45%
4. Caltex (บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด)
รายได้: 135,851 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 132 ล้านบาท
อัตรากำไร: 0.09%
5. SUSCO (บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน))
รายได้: 31,381 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 120 ล้านบาท
อัตรากำไร: 0.38%
ข้อสังเกตและวิเคราะห์เจาะลึก
1. รายได้สูง แต่อัตรากำไรสุทธิต่ำมาก (Low Margin Business):
จะเห็นได้ว่าทุกแบรนด์มีรายได้ระดับหมื่นล้านถึงแสนล้านบาท แต่อัตรากำไรสุทธิกลับอยู่ที่ไม่ถึง 2% เท่านั้น โดย PTT Station มีอัตรากำไรสูงสุดที่ 1.71% ในขณะที่ Caltex มีอัตรากำไรเพียง 0.09% เนื่องจากธุรกิจการค้าปลีกน้ำมันมีต้นทุนจากราคาเนื้อน้ำมันดิบและการควบคุมค่าการตลาดที่ค่อนข้างสูง
2. สมรภูมิ Non-Oil คือกุญแจสำคัญในการสร้างกำไร:
แบรนด์ชั้นนำอย่าง PTT Station, Bangchak และ PT ต่างหันมาลุยธุรกิจ Non-Oil อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ (Café Amazon, Inthanin, กาแฟพันธุ์ไทย) ร้านสะดวกซื้อ (Jiffy, Max Mart) รวมถึงร้านอาหารแบรนด์ดังต่าง ๆ เพราะธุรกิจกลุ่ม Non-Oil มักจะมีอัตรากำไรสุทธิที่สูงกว่าการขายน้ำมันเพียงอย่างเดียว
อ้างอิงข้อมูล: SET และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(ที่มาโดย IG BrandCase.th)
ส่องผลประกอบการ “ปั๊มน้ำมัน” เจ้าดังในไทย: รายได้หลักแสนล้าน แต่ทำไมกำไรเฉลี่ยไม่ถึง 2%?
สรุปตัวเลขผลประกอบการปั๊มน้ำมัน 5 เจ้าดังในไทย
1. PTT Station (บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน))
แบรนด์อื่น ๆ ในเครือ: Café Amazon, Jiffy, โอ๋กะจู๋ (ร่วมทุน), Pacamara
รายได้: 660,891 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 11,304 ล้านบาท
อัตรากำไร: 1.71%
2. Bangchak (บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน))
แบรนด์อื่น ๆ ในเครือ: Inthanin, Lemon Green Mart
รายได้: 512,350 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 2,880 ล้านบาท
อัตรากำไร: 0.56%
3. PT (บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน))
แบรนด์อื่น ๆ ในเครือ: กาแฟพันธุ์ไทย, Subway, Coffee World, Max Mart
รายได้: 224,918 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 1,021 ล้านบาท
อัตรากำไร: 0.45%
4. Caltex (บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด)
รายได้: 135,851 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 132 ล้านบาท
อัตรากำไร: 0.09%
5. SUSCO (บริษัท ซัสโก้ จำกัด (มหาชน))
รายได้: 31,381 ล้านบาท
กำไรสุทธิ: 120 ล้านบาท
อัตรากำไร: 0.38%
ข้อสังเกตและวิเคราะห์เจาะลึก
1. รายได้สูง แต่อัตรากำไรสุทธิต่ำมาก (Low Margin Business):
จะเห็นได้ว่าทุกแบรนด์มีรายได้ระดับหมื่นล้านถึงแสนล้านบาท แต่อัตรากำไรสุทธิกลับอยู่ที่ไม่ถึง 2% เท่านั้น โดย PTT Station มีอัตรากำไรสูงสุดที่ 1.71% ในขณะที่ Caltex มีอัตรากำไรเพียง 0.09% เนื่องจากธุรกิจการค้าปลีกน้ำมันมีต้นทุนจากราคาเนื้อน้ำมันดิบและการควบคุมค่าการตลาดที่ค่อนข้างสูง
2. สมรภูมิ Non-Oil คือกุญแจสำคัญในการสร้างกำไร:
แบรนด์ชั้นนำอย่าง PTT Station, Bangchak และ PT ต่างหันมาลุยธุรกิจ Non-Oil อย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ (Café Amazon, Inthanin, กาแฟพันธุ์ไทย) ร้านสะดวกซื้อ (Jiffy, Max Mart) รวมถึงร้านอาหารแบรนด์ดังต่าง ๆ เพราะธุรกิจกลุ่ม Non-Oil มักจะมีอัตรากำไรสุทธิที่สูงกว่าการขายน้ำมันเพียงอย่างเดียว
อ้างอิงข้อมูล: SET และ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
(ที่มาโดย IG BrandCase.th)