เรื่อง ถังไวน์อามอนทิยาโด
(The Cask of Amontillado)
ผู้เขียน: เอดการ์ แอลลัน โพ (Edgar Allan Poe)
ประเทศ: สหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1846
ต้นฉบับ: วรรณกรรม Public Domain
แปลไทยโดย: เจ้าชายแห่งตัวอักษร
◆ 1 ◆
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ผมต้องทนรับการล่วงเกินจากฟอร์ทูนาโตนับพัน ๆ ครั้ง
ซึ่งผมอดกลั้นรับไว้เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะอดทนได้
แต่เมื่อคำพูดเขาก้าวล้ำเส้น
กลายเป็นดูหมิ่นชัดเจน
ผมก็สาบานกับตัวเอง
สักวันจะต้องแก้แค้น
คุณที่รู้จักนิสัยผมดี
ย่อมรู้
ผมไม่ใช่คนที่จะปล่อยคำขู่ลอย ๆ ออกมาให้ใครได้ยิน
ในใจผม
การแก้แค้นถูกปักตรึงไว้แล้วแน่นอน
ทว่าความแน่นอนนั่นเอง
บังคับให้ผมระมัดระวังอย่างที่สุด
ผมต้องลงโทษเขา
และการสำเร็จโทษ
ต้องไม่หวนกลับมาถึงตัวผม
การล้างแค้นที่แท้จริง
จะไม่สมบูรณ์
หากผู้ลงโทษกลายเป็นผู้รับโทษเสียเอง
และมันก็ไม่สมบูรณ์เช่นกัน
เมื่อผู้กระทำผิดไม่รู้
ว่าใครเป็นผู้ชำระแค้นนั้น
ผมไม่เคยปล่อยให้ฟอร์ทูนาโตระแคะระคายแม้แต่น้อย
ยังคงยิ้มให้เขาเช่นเดิม
แต่ฟอร์ทูนาโตไม่เคยรู้เลยว่า
เบื้องหลังรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร
คือภาพการตายของเขาในหัวผม
ฟอร์ทูนาโตมีจุดอ่อนอยู่ประการหนึ่ง
แม้ในเรื่องอื่น ๆ
เขาจะเป็นชายน่านับถือ น่าเกรงขาม
แต่เมื่อกล่าวถึงการชิมไวน์
เขาเชื่อมั่นตนเองคือผู้เชี่ยวชาญไวน์ชั้นยอด
ชาวอิตาลีส่วนใหญ่ไม่ได้มีจิตวิญญาณผู้รู้แท้จริง
พวกเขาเพียงทำทีว่าเข้าใจ
เพื่อหลอกเศรษฐีชาวอังกฤษหรือออสเตรีย
ในเรื่องศิลปะหรืออัญมณี
ฟอร์ทูนาโตก็ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมชาติ
อวดรู้มากกว่ารู้จริง
แต่เมื่อกล่าวถึงไวน์เก่า
เขากลับจริงจังกับมันอย่างยิ่ง
และในเรื่องนั้น
ผมเองก็มีความรู้ไม่ด้อยไปกว่าเขา
ผมมักซื้อไวน์อิตาลีเก็บสะสมไว้
ทุก ๆ ครั้ง ยามมีโอกาส
◆ 2 ◆
เย็นวันหนึ่ง
ระหว่างเทศกาลคาร์นิวัลที่ทั้งเมืองกำลังคลุ้มคลั่ง
ผมได้เจอฟอร์ทูนาโตโดยบังเอิญ
เขาทักผมอย่างร่าเริงเกินปกติ
เพราะเขาดื่มมาหนักแล้ว
ฟอร์ทูนาโตสวมชุดตัวตลกสีสันฉูดฉาด
เสื้อลายทาง
และหมวกปลายแหลมที่มีกระดิ่งเล็ก ๆ ห้อยอยู่
ผมจับมือเขาอยู่นาน
ก่อนกล่าวขึ้นว่า
“ฟอร์ทูนาโต เพื่อนรัก
วันนี้นับว่าโชคดีจริงที่พบแก
แต่ฉันมีเรื่องหนักใจอยู่…”
“อะไรเรอะ?” เขาถาม
“ฉันเพิ่งซื้อไวน์มา
เจ้าของร้านบอกเป็นอามอนทิยาโดทั้งถัง”
เขาจ้องผมเขม็ง
“อามอนทิยาโด?
ทั้งถังเรอะ?
เป็นไปไม่ได้!”
ผมส่ายหน้า
“ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน
แต่เผลอจ่ายราคาเต็มไปแล้ว”
เขาแทบตะโกนขึ้นทันที
“อามอนทิยาโด!”
“ฉันเลยคิดจะลองถามลูเคซี”
ฟอร์ทูนาโตหัวเราะลั่น
“ลูเคซี?
หมอนั่นแยกเชอร์รี่ออกจากอามอนทิยาโดไม่เป็นด้วยซ้ำ!”
ผมทำทีลังเล
“แต่แกดูไม่ค่อยสบาย
ฉันเกรงว่าจะรบกวนแก…”
“เหลวไหล!”
เขาคว้าแขนผมไว้
“พาฉันไปดูเดี๋ยวนี้!”
◆ 3 ◆
คฤหาสน์ของผมเงียบสงัด
คนรับใช้ทุกคนหนีไปเที่ยวคาร์นิวัล
ดังที่ผมคาดไว้
ผมหยิบคบเพลิงสองอัน
แล้วพาฟอร์ทูนาโตลงไป
สุสานใต้ดินของตระกูลมอนเตรซอร์
บันไดยาวคดเคี้ยว
นำทางลงสู่ความชื้นเย็นของโลกเบื้องล่าง
เสียงกระดิ่งบนหมวกของเขาดังกรุ้งกริ๊ง
“ไวน์อยู่ไหนกัน?” ฟอร์ทูนาโตถาม
“ลึกลงเข้าไปอีกนิด”
ผมชี้ยังผนังซึ่งมีรอยสีขาว
“เห็นไหม คราบดินประสิวเกาะเต็มไปหมด”
เขาไอหนักทันที
ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“เรากลับขึ้นข้างบนกันดีกว่า
สุขภาพแกสำคัญที่สุด”
แต่คำว่า
อามอนทิยาโด
เหมือนมนตร์สะกดมืด
มันดึงเขาให้ก้าวลึกลงไป
ผมเปิดไวน์เมด็อกให้ฟอร์ทูนาโตดื่ม
เพื่อบรรเทาความชื้นในอากาศ
เขาดื่มหมดแค่อึกเดียว
เรายิ่งลงลึกไปเรื่อย ๆ
ผ่านกำแพงเรียงรายด้วยกระดูกมนุษย์
◆ 4 ◆
ในที่สุด
พวกเราก็มาหยุดอยู่ตรงซอกกำแพงแคบ ๆ
ผมพยักหน้าไปทางความมืด
“อามอนทิยาโดอยู่ในนั้น”
ฟอร์ทูนาโตก้าวเข้าไปทันที
พริบตาเดียว
ผมก็ล่ามโซ่เขาเข้ากับผนังหิน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเวลาไม่กี่วินาที
เขาเมามายเกินกว่าจะต่อต้าน
เมื่อฟอร์ทูนาโตเริ่มรู้สึกตัว
เขาพึมพำเบา ๆ
“อามอนทิยาโด…”
ผมหยิบก้อนหินกับปูน
พร้อมเกรียงก่ออิฐในมือ
แล้วก่อกำแพง
ชั้นที่หนึ่ง
ชั้นที่สอง
ชั้นที่สาม
เสียงโซ่สั่นไหว
ตามมาด้วยเสียงครวญต่ำ ๆ
ก่อนจะระเบิดเป็นเสียงกรีดร้องดังลั่น
เสียงนั้นสะท้อนก้องในสุสาน
ผมตะโกนสวนกลับ
ด้วยเสียงที่ดังยิ่งกว่า
ไม่นาน
ความเงียบก็กลับมา
◆ 5 ◆
กำแพงใกล้จะเสร็จสมบูรณ์
เหลือเพียงหินก้อนสุดท้าย
ทันใดนั้น
เสียงหัวเราะก็เล็ดมาจากด้านใน
“ฮ่า ๆ ๆ
ช่างเป็นเรื่องตลกจริง ๆ
วันหนึ่งพวกเราคงหัวเราะถึงมัน
ตอนนั่งดื่มไวน์…”
ผมเอ่ยเบา ๆ
“อามอนทิยาโด”
เขาหัวเราะอีกครั้ง
แต่เสียงเปลี่ยนไป
“เห็นแก่ความรักของพระเจ้า
มอนเตรซอร์!”
ผมตอบ
“ใช่
เห็นแก่ความรักของพระเจ้า”
หลังจากนั้น
ก็ไม่มีเสียงใดอีก
ผมเรียก
“ฟอร์ทูนาโต!”
เงียบ
ผมเรียกอีกครั้ง
เงียบสนิท
ผมวางหินก้อนสุดท้าย
ฉาบปูนทับ
แล้วเรียงกองกระดูกกลับเหมือนเดิม
เป็นเวลาห้าสิบปี
ไม่มีใครแตะต้องที่นั่น
ขอให้เขา
พักผ่อนอย่างสงบ
#TheCaskOfAmontillado
#EdgarAllanPoe
#เรื่องสั้นสยองขวัญ
#วรรณกรรมคลาสสิก
#เรื่องสั้น
#งานแปล
#แปลไทย
#เจ้าชายแห่งตัวอักษร
ถังไวน์อามอนทิยาโด (The Cask of Amontillado) - เรื่องสั้นของ เอดการ์ แอลลัน โพ (Edgar Allan Poe) [แปลไทย]
(The Cask of Amontillado)
ผู้เขียน: เอดการ์ แอลลัน โพ (Edgar Allan Poe)
ประเทศ: สหรัฐอเมริกา ค.ศ. 1846
ต้นฉบับ: วรรณกรรม Public Domain
แปลไทยโดย: เจ้าชายแห่งตัวอักษร
ตลอดเวลาที่ผ่านมา
ผมต้องทนรับการล่วงเกินจากฟอร์ทูนาโตนับพัน ๆ ครั้ง
ซึ่งผมอดกลั้นรับไว้เท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะอดทนได้
แต่เมื่อคำพูดเขาก้าวล้ำเส้น
กลายเป็นดูหมิ่นชัดเจน
ผมก็สาบานกับตัวเอง
สักวันจะต้องแก้แค้น
คุณที่รู้จักนิสัยผมดี
ย่อมรู้
ผมไม่ใช่คนที่จะปล่อยคำขู่ลอย ๆ ออกมาให้ใครได้ยิน
ในใจผม
การแก้แค้นถูกปักตรึงไว้แล้วแน่นอน
ทว่าความแน่นอนนั่นเอง
บังคับให้ผมระมัดระวังอย่างที่สุด
ผมต้องลงโทษเขา
และการสำเร็จโทษ
ต้องไม่หวนกลับมาถึงตัวผม
การล้างแค้นที่แท้จริง
จะไม่สมบูรณ์
หากผู้ลงโทษกลายเป็นผู้รับโทษเสียเอง
และมันก็ไม่สมบูรณ์เช่นกัน
เมื่อผู้กระทำผิดไม่รู้
ว่าใครเป็นผู้ชำระแค้นนั้น
ผมไม่เคยปล่อยให้ฟอร์ทูนาโตระแคะระคายแม้แต่น้อย
ยังคงยิ้มให้เขาเช่นเดิม
แต่ฟอร์ทูนาโตไม่เคยรู้เลยว่า
เบื้องหลังรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตร
คือภาพการตายของเขาในหัวผม
ฟอร์ทูนาโตมีจุดอ่อนอยู่ประการหนึ่ง
แม้ในเรื่องอื่น ๆ
เขาจะเป็นชายน่านับถือ น่าเกรงขาม
แต่เมื่อกล่าวถึงการชิมไวน์
เขาเชื่อมั่นตนเองคือผู้เชี่ยวชาญไวน์ชั้นยอด
ชาวอิตาลีส่วนใหญ่ไม่ได้มีจิตวิญญาณผู้รู้แท้จริง
พวกเขาเพียงทำทีว่าเข้าใจ
เพื่อหลอกเศรษฐีชาวอังกฤษหรือออสเตรีย
ในเรื่องศิลปะหรืออัญมณี
ฟอร์ทูนาโตก็ไม่ต่างจากเพื่อนร่วมชาติ
อวดรู้มากกว่ารู้จริง
แต่เมื่อกล่าวถึงไวน์เก่า
เขากลับจริงจังกับมันอย่างยิ่ง
และในเรื่องนั้น
ผมเองก็มีความรู้ไม่ด้อยไปกว่าเขา
ผมมักซื้อไวน์อิตาลีเก็บสะสมไว้
ทุก ๆ ครั้ง ยามมีโอกาส
◆ 2 ◆
เย็นวันหนึ่ง
ระหว่างเทศกาลคาร์นิวัลที่ทั้งเมืองกำลังคลุ้มคลั่ง
ผมได้เจอฟอร์ทูนาโตโดยบังเอิญ
เขาทักผมอย่างร่าเริงเกินปกติ
เพราะเขาดื่มมาหนักแล้ว
ฟอร์ทูนาโตสวมชุดตัวตลกสีสันฉูดฉาด
เสื้อลายทาง
และหมวกปลายแหลมที่มีกระดิ่งเล็ก ๆ ห้อยอยู่
ผมจับมือเขาอยู่นาน
ก่อนกล่าวขึ้นว่า
“ฟอร์ทูนาโต เพื่อนรัก
วันนี้นับว่าโชคดีจริงที่พบแก
แต่ฉันมีเรื่องหนักใจอยู่…”
“อะไรเรอะ?” เขาถาม
“ฉันเพิ่งซื้อไวน์มา
เจ้าของร้านบอกเป็นอามอนทิยาโดทั้งถัง”
เขาจ้องผมเขม็ง
“อามอนทิยาโด?
ทั้งถังเรอะ?
เป็นไปไม่ได้!”
ผมส่ายหน้า
“ฉันก็สงสัยอยู่เหมือนกัน
แต่เผลอจ่ายราคาเต็มไปแล้ว”
เขาแทบตะโกนขึ้นทันที
“อามอนทิยาโด!”
“ฉันเลยคิดจะลองถามลูเคซี”
ฟอร์ทูนาโตหัวเราะลั่น
“ลูเคซี?
หมอนั่นแยกเชอร์รี่ออกจากอามอนทิยาโดไม่เป็นด้วยซ้ำ!”
ผมทำทีลังเล
“แต่แกดูไม่ค่อยสบาย
ฉันเกรงว่าจะรบกวนแก…”
“เหลวไหล!”
เขาคว้าแขนผมไว้
“พาฉันไปดูเดี๋ยวนี้!”
◆ 3 ◆
คฤหาสน์ของผมเงียบสงัด
คนรับใช้ทุกคนหนีไปเที่ยวคาร์นิวัล
ดังที่ผมคาดไว้
ผมหยิบคบเพลิงสองอัน
แล้วพาฟอร์ทูนาโตลงไป
สุสานใต้ดินของตระกูลมอนเตรซอร์
บันไดยาวคดเคี้ยว
นำทางลงสู่ความชื้นเย็นของโลกเบื้องล่าง
เสียงกระดิ่งบนหมวกของเขาดังกรุ้งกริ๊ง
“ไวน์อยู่ไหนกัน?” ฟอร์ทูนาโตถาม
“ลึกลงเข้าไปอีกนิด”
ผมชี้ยังผนังซึ่งมีรอยสีขาว
“เห็นไหม คราบดินประสิวเกาะเต็มไปหมด”
เขาไอหนักทันที
ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง
“เรากลับขึ้นข้างบนกันดีกว่า
สุขภาพแกสำคัญที่สุด”
แต่คำว่า
อามอนทิยาโด
เหมือนมนตร์สะกดมืด
มันดึงเขาให้ก้าวลึกลงไป
ผมเปิดไวน์เมด็อกให้ฟอร์ทูนาโตดื่ม
เพื่อบรรเทาความชื้นในอากาศ
เขาดื่มหมดแค่อึกเดียว
เรายิ่งลงลึกไปเรื่อย ๆ
ผ่านกำแพงเรียงรายด้วยกระดูกมนุษย์
◆ 4 ◆
ในที่สุด
พวกเราก็มาหยุดอยู่ตรงซอกกำแพงแคบ ๆ
ผมพยักหน้าไปทางความมืด
“อามอนทิยาโดอยู่ในนั้น”
ฟอร์ทูนาโตก้าวเข้าไปทันที
พริบตาเดียว
ผมก็ล่ามโซ่เขาเข้ากับผนังหิน
ทุกอย่างเกิดขึ้นเพียงเวลาไม่กี่วินาที
เขาเมามายเกินกว่าจะต่อต้าน
เมื่อฟอร์ทูนาโตเริ่มรู้สึกตัว
เขาพึมพำเบา ๆ
“อามอนทิยาโด…”
ผมหยิบก้อนหินกับปูน
พร้อมเกรียงก่ออิฐในมือ
แล้วก่อกำแพง
ชั้นที่หนึ่ง
ชั้นที่สอง
ชั้นที่สาม
เสียงโซ่สั่นไหว
ตามมาด้วยเสียงครวญต่ำ ๆ
ก่อนจะระเบิดเป็นเสียงกรีดร้องดังลั่น
เสียงนั้นสะท้อนก้องในสุสาน
ผมตะโกนสวนกลับ
ด้วยเสียงที่ดังยิ่งกว่า
ไม่นาน
ความเงียบก็กลับมา
◆ 5 ◆
กำแพงใกล้จะเสร็จสมบูรณ์
เหลือเพียงหินก้อนสุดท้าย
ทันใดนั้น
เสียงหัวเราะก็เล็ดมาจากด้านใน
“ฮ่า ๆ ๆ
ช่างเป็นเรื่องตลกจริง ๆ
วันหนึ่งพวกเราคงหัวเราะถึงมัน
ตอนนั่งดื่มไวน์…”
ผมเอ่ยเบา ๆ
“อามอนทิยาโด”
เขาหัวเราะอีกครั้ง
แต่เสียงเปลี่ยนไป
“เห็นแก่ความรักของพระเจ้า
มอนเตรซอร์!”
ผมตอบ
“ใช่
เห็นแก่ความรักของพระเจ้า”
หลังจากนั้น
ก็ไม่มีเสียงใดอีก
ผมเรียก
“ฟอร์ทูนาโต!”
เงียบ
ผมเรียกอีกครั้ง
เงียบสนิท
ผมวางหินก้อนสุดท้าย
ฉาบปูนทับ
แล้วเรียงกองกระดูกกลับเหมือนเดิม
เป็นเวลาห้าสิบปี
ไม่มีใครแตะต้องที่นั่น
ขอให้เขา
พักผ่อนอย่างสงบ
#TheCaskOfAmontillado