ข้อมูลผมมีการดัดแปลงในบางจุดเพื่อไม่ให้ทราบตัวตนนะครับ
ผมทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง หน้าที่การงานดีครับ เงินเก็บมีมากพอสมควร
ผมกับภรรยาแต่งงานกันมาเกือบ 30 ปีแล้ว มีลูกด้วยกันสองคน ผมจะเกษียณในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าครับ
วางแผนเอาไว้แล้วว่าหลังเกษียณจะใช้ชีวิตกับภรรยา ไปเที่ยวรอบโลก เพราะลูกๆเองก็โตหมดแล้ว
แต่ประมาณ 3 เดือนก่อน ผมก็ไปตรวจร่างกายตามปกติ แต่ผลออกมาบอกว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งตับ พอไปเช็คละเอียดที่โรงพยาบาลอีกที่
ผลออกมาก็ตรงกันครับ คือเป็นมะเร็งตับอ่อนเข้าสู้ระยะ 3 แล้ว หมอบอกโอกาสรักษาหายน้อยมาก
และมันเป็นความสะเพร่าของผมที่ผมไม่ได้ทำประกันสุขภาพอะไรเอาไว้เลย ทำเอาไว้แต่ประกันชีวิตเมื่อเสียชีวิตเท่านั้น
ที่ผมไม่ทำก็เพราะปกติผมจะสามารถเบิกเงินค่ารักษาจากบริษัทที่ทำงานได้เกือบเต็ม 100% ตลอด ก็เลยไม่ได้ทำเอาไว้
ตอนนี้น้ำหนักผมลดลงมา 5-6 กิโลแล้ว และปัสสาวะกับอุจจาระก็มีกลิ่นเหม็นมาก มีอาการปวดทั่วทั้งตัวตลอด
หมอแนะนำให้ผมรีบทำเคมีบำบัด แต่หมอก็แจ้งตามตรงว่าโอกาสหายมีน้อยมาก แถมต้องทำเป็นระยะเวลานานด้วย
ผมน่าจะเกษียณก่อนแล้ว ถ้ารักษาผมต้องเอาเงินเก็บมารักษาตัวตรงนี้ ซึ่งผมไม่อยากเอาเงินมาใช้ตรงนี้เลย
ยิ่งหาข้อมูลในเน็ตก็ยิ่งรู้ว่าโอกาสหายนั้นน้อยมากไม่ถึง 5%
ผมกับภรรยาเหนื่อยกันมาตลอด เพราะเริ่มจากไม่มีอะไรเลย กว่าจะมีบ้าน มีรถเป็นของตัวเอง
กว่าจะเลี้ยงลูกให้เรียนจบมหาลัย มีงานทำ กว่าจะเริ่มมีเงินเก็บ
วางแผนจะไปเที่ยวตอนเกษียณด้วยกัน แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้เลย
ถ้าผมรักษาโดยใช้เงินเก็บที่มี ก็เหมือนเอาเงินไปละลายน้ำ ผมเลยอยากเก็บเงินก้อนนี้เอาไว้ให้ภรรยามากกว่า
แต่ทุกวันนี้ผมทรมานมาก ทรมานจนแทบทำงานไม่ได้เลย ความอยากอาหารก็แทบไม่มี ร่างกายก็เหมือนไม่มีแรง
จนบางทีคิดว่าทำให้มันจบๆ (กินยานอนหลับ) ไปเลยจะดีกว่ารึเปล่า ผมไม่อยากเป็นภาระให้ภรรยากับลูกเลย
แต่ก็ไม่คิดว่าควรจะไปโดยไม่บอกอะไรภรรยาแบบนี้ รู้ว่าเธอคงยินดีให้ผมใช้เงินเก็บเพื่อรักษาตัวแน่ แต่มันเหมือนจะเป็นการใช้เงินทิ้ง
ผมอยากให้เธอเก็บเอาไว้ใช้ให้สบายตอนแก่มากกว่า
แต่คิดว่าพูดไปเธอก็คงไม่ยอมแน่ เครียดจนไม่รู้จะทำไงดีแล้วครับ เลยมาระบายในนี้แหละ
ขอบคุณครับ
ผมป่วยเป็นมะเร็งระยะ 3 แต่ไม่กล้าบอกภรรยา
ผมทำงานอยู่บริษัทแห่งหนึ่ง หน้าที่การงานดีครับ เงินเก็บมีมากพอสมควร
ผมกับภรรยาแต่งงานกันมาเกือบ 30 ปีแล้ว มีลูกด้วยกันสองคน ผมจะเกษียณในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าครับ
วางแผนเอาไว้แล้วว่าหลังเกษียณจะใช้ชีวิตกับภรรยา ไปเที่ยวรอบโลก เพราะลูกๆเองก็โตหมดแล้ว
แต่ประมาณ 3 เดือนก่อน ผมก็ไปตรวจร่างกายตามปกติ แต่ผลออกมาบอกว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งตับ พอไปเช็คละเอียดที่โรงพยาบาลอีกที่
ผลออกมาก็ตรงกันครับ คือเป็นมะเร็งตับอ่อนเข้าสู้ระยะ 3 แล้ว หมอบอกโอกาสรักษาหายน้อยมาก
และมันเป็นความสะเพร่าของผมที่ผมไม่ได้ทำประกันสุขภาพอะไรเอาไว้เลย ทำเอาไว้แต่ประกันชีวิตเมื่อเสียชีวิตเท่านั้น
ที่ผมไม่ทำก็เพราะปกติผมจะสามารถเบิกเงินค่ารักษาจากบริษัทที่ทำงานได้เกือบเต็ม 100% ตลอด ก็เลยไม่ได้ทำเอาไว้
ตอนนี้น้ำหนักผมลดลงมา 5-6 กิโลแล้ว และปัสสาวะกับอุจจาระก็มีกลิ่นเหม็นมาก มีอาการปวดทั่วทั้งตัวตลอด
หมอแนะนำให้ผมรีบทำเคมีบำบัด แต่หมอก็แจ้งตามตรงว่าโอกาสหายมีน้อยมาก แถมต้องทำเป็นระยะเวลานานด้วย
ผมน่าจะเกษียณก่อนแล้ว ถ้ารักษาผมต้องเอาเงินเก็บมารักษาตัวตรงนี้ ซึ่งผมไม่อยากเอาเงินมาใช้ตรงนี้เลย
ยิ่งหาข้อมูลในเน็ตก็ยิ่งรู้ว่าโอกาสหายนั้นน้อยมากไม่ถึง 5%
ผมกับภรรยาเหนื่อยกันมาตลอด เพราะเริ่มจากไม่มีอะไรเลย กว่าจะมีบ้าน มีรถเป็นของตัวเอง
กว่าจะเลี้ยงลูกให้เรียนจบมหาลัย มีงานทำ กว่าจะเริ่มมีเงินเก็บ
วางแผนจะไปเที่ยวตอนเกษียณด้วยกัน แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างมันเป็นไปไม่ได้เลย
ถ้าผมรักษาโดยใช้เงินเก็บที่มี ก็เหมือนเอาเงินไปละลายน้ำ ผมเลยอยากเก็บเงินก้อนนี้เอาไว้ให้ภรรยามากกว่า
แต่ทุกวันนี้ผมทรมานมาก ทรมานจนแทบทำงานไม่ได้เลย ความอยากอาหารก็แทบไม่มี ร่างกายก็เหมือนไม่มีแรง
จนบางทีคิดว่าทำให้มันจบๆ (กินยานอนหลับ) ไปเลยจะดีกว่ารึเปล่า ผมไม่อยากเป็นภาระให้ภรรยากับลูกเลย
แต่ก็ไม่คิดว่าควรจะไปโดยไม่บอกอะไรภรรยาแบบนี้ รู้ว่าเธอคงยินดีให้ผมใช้เงินเก็บเพื่อรักษาตัวแน่ แต่มันเหมือนจะเป็นการใช้เงินทิ้ง
ผมอยากให้เธอเก็บเอาไว้ใช้ให้สบายตอนแก่มากกว่า
แต่คิดว่าพูดไปเธอก็คงไม่ยอมแน่ เครียดจนไม่รู้จะทำไงดีแล้วครับ เลยมาระบายในนี้แหละ
ขอบคุณครับ