15 สิงหาคม 2017
เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปร่วมฟังเสวนาวงเล็กๆที่พูดคุยกันในหัวเรื่อง
“ ตามรอยนาวาทัพพระเจ้าตาก ”
ซึ่งวันนั้นผมคิดลังเลตั้งแต่เช้า แต่สุดท้ายผมก็ไปร่วมรับฟัง
และก็ให้รู้สึกยินดีที่การไปครั้งนั้นไม่ได้ส่งผลเลวร้ายอย่างที่ผมกังวล
เพราะหลังการบรรยาย วิทยากรท่านใจกว้างพอจะรับฟังความเห็นต่างของผมอย่างสงบ ด้วยใจที่เปิดกว้าง ต่างจากครูอาจารย์บนเวทีในมหาวิทยาลัย ที่ท่านพร้อมจะดีเฟ้นความคิดเห็นด้วยใจเด็ดเดี่ยว...
ผมแสดงความเห็น ด้วยคิดว่า อีกไม่นานผมก็คงไม่ได้อยู่ละ
สิ่งที่ผมมีโอกาสเรียนรู้และส่งผ่าน น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆบ้าง ไม่มากก็น้อยหละหว่า...
ผมเรียนวิทยากรว่า
เรือเล็กที่ท่านสนใจไปศึกษาพร้อมกับกลุ่มนักประวัติศาสตร์ชาวทหารเรือ
( ที่ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่เหล่านาวิน ) ที่อู่ต่อเรือเสม็ดงาม
ไม่ใช่เรือที่พายออกทะเลเพื่อมาทำศึกที่ป้อมเมืองธนบุรี
อย่างที่หลายฝ่ายมีความเห็นเสนอเผยแพร่
“ เพราะมันเป็นไม่ได้
ที่ใครเหล่าใดจะพายเรือออก‘โต้คลื่นทะเล’
จากเมืองจันทร์เพื่อมารบที่ธนบุรี ”
ผมเรียนว่าเรือที่พบเหล่านั้น อาจจะสร้างและเตรียมมาใช้ยกพลในแม่น้ำ
เพื่อรบพม่าที่ธนบุรี แต่ไม่ใช่การพายเรือโต้คลื่นทะเลมาแต่เมืองจันทร์...
.
ครั้งนั้นหลายคนขมวดคิ้ว และวิทยากรท่านถามว่า
แล้วเรือยกพลเหล่านั้นถูกนำมาที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไร
ซึ่งผมตอบกลับไปว่า ก็ขนขึ้นเรือสำเภามาครับ.....
.
เรือสำเภาลำใหญ่ที่แล่นระหว่าง จีน-ไทย ลำหนึ่ง ที่กว้างประมาณ 10 เมตร
และยาวถึง 50 เมตร พอที่จะบรรทุกเรือยกพลได้คราวละหลายๆลำ
ทั้งในยามปกติเรือสำเภาจะขนเรือเล็กไปด้วยเป็นประจำ
ด้วยเรือสำเภามักจะไม่ได้เข้ามาเทียบท่าชายฝั่ง อย่างในหนัง
ทั้งไม่ได้เข้ามารับส่งสินค้าในแม่น้ำบ้านเราอย่างที่คุณครูหลายท่านสอนเด็ก....
.
เรือรบ อู่ต่อเรือเสม็ดงาม จันทบุรี
เมื่อกลางเดือนที่ผ่านมา ผมมีโอกาสไปร่วมฟังเสวนาวงเล็กๆที่พูดคุยกันในหัวเรื่อง
“ ตามรอยนาวาทัพพระเจ้าตาก ”
ซึ่งวันนั้นผมคิดลังเลตั้งแต่เช้า แต่สุดท้ายผมก็ไปร่วมรับฟัง
และก็ให้รู้สึกยินดีที่การไปครั้งนั้นไม่ได้ส่งผลเลวร้ายอย่างที่ผมกังวล
เพราะหลังการบรรยาย วิทยากรท่านใจกว้างพอจะรับฟังความเห็นต่างของผมอย่างสงบ ด้วยใจที่เปิดกว้าง ต่างจากครูอาจารย์บนเวทีในมหาวิทยาลัย ที่ท่านพร้อมจะดีเฟ้นความคิดเห็นด้วยใจเด็ดเดี่ยว...
ผมแสดงความเห็น ด้วยคิดว่า อีกไม่นานผมก็คงไม่ได้อยู่ละ
สิ่งที่ผมมีโอกาสเรียนรู้และส่งผ่าน น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนอื่นๆบ้าง ไม่มากก็น้อยหละหว่า...
ผมเรียนวิทยากรว่า
เรือเล็กที่ท่านสนใจไปศึกษาพร้อมกับกลุ่มนักประวัติศาสตร์ชาวทหารเรือ
( ที่ผมคิดว่าไม่น่าจะใช่เหล่านาวิน ) ที่อู่ต่อเรือเสม็ดงาม
ไม่ใช่เรือที่พายออกทะเลเพื่อมาทำศึกที่ป้อมเมืองธนบุรี
อย่างที่หลายฝ่ายมีความเห็นเสนอเผยแพร่
“ เพราะมันเป็นไม่ได้
ที่ใครเหล่าใดจะพายเรือออก‘โต้คลื่นทะเล’
จากเมืองจันทร์เพื่อมารบที่ธนบุรี ”
ผมเรียนว่าเรือที่พบเหล่านั้น อาจจะสร้างและเตรียมมาใช้ยกพลในแม่น้ำ
เพื่อรบพม่าที่ธนบุรี แต่ไม่ใช่การพายเรือโต้คลื่นทะเลมาแต่เมืองจันทร์...
.
ครั้งนั้นหลายคนขมวดคิ้ว และวิทยากรท่านถามว่า
แล้วเรือยกพลเหล่านั้นถูกนำมาที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยาอย่างไร
ซึ่งผมตอบกลับไปว่า ก็ขนขึ้นเรือสำเภามาครับ.....
.
เรือสำเภาลำใหญ่ที่แล่นระหว่าง จีน-ไทย ลำหนึ่ง ที่กว้างประมาณ 10 เมตร
และยาวถึง 50 เมตร พอที่จะบรรทุกเรือยกพลได้คราวละหลายๆลำ
ทั้งในยามปกติเรือสำเภาจะขนเรือเล็กไปด้วยเป็นประจำ
ด้วยเรือสำเภามักจะไม่ได้เข้ามาเทียบท่าชายฝั่ง อย่างในหนัง
ทั้งไม่ได้เข้ามารับส่งสินค้าในแม่น้ำบ้านเราอย่างที่คุณครูหลายท่านสอนเด็ก....
.