แนะกลยุทธทางการเมืองให้เขียวและน้ำเงิน

กระทู้คำถาม
ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พรรคน้ำเงินกับพรรคเขียว  มีความสนิทชิดกันมากกว่าพรรคแดง
ฉะนั้นการรวมกันของน้ำเงินกับเขียว  ย่อมไม่เกิดการระแวงมากว่า รวมกับแดง

ถ้าน้ำเงินกับเขียวซูเอี๋ยกัน  ในการเลือกตั้งครั้งหน้า  เช่น แบ่งเขตกันลงสมัคร
ไม่แย่งคะแนนเสียงกันเอง  รับรองได้ทั้งสองพรรครวมกันต้องมีคะแนนเสียงเกินกึ่งพอจัดตั้งรัฐบาล

แต่ปัญหาคงไม่ง่ายเป็นปอกกล้วย  เพราะมนุษย์ย่อมหวังในอำนาจ  สสก็อยากเป็นรัฐมนตรี
ยิ่งเป็นเจ้าของพรรคเองด้วยแล้วย่อมต้องการสิ่งที่ลงทุนไปตอบแทน  ก็คือตำแหน่งรัฐมนตรี

ปัญหาที่ว่าก็คือตัวหัวหน้าพรรคเขียว ที่ยังมีปัญหากับคำว่า จริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
รับรองได้ว่า  เงื่อนไขร่วมรัฐบาลจะต้องมีข้อเรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับหัวหน้าพรรคเขียว
ประเด็นคือ  จะมีนายกคนไหนกล้าแต่งตั้ง

ผมแนะนำครับว่า  ทำไมไม่ทำให้ปัญหาหมดไปด้วยการให้สสหรือสว  
ไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นจริยธรรมของหัวหน้าพรรคเขียว ปัญหาคาราซังจะได้หมดไป

แต่การฟ้องไม่ใช่สักแต่จะฟ้องแบบนักร้องหิวแสงทั้งหลาย  เพราะศาลคงปฏิเสธด้วยคำว่าเหตุยังไม่เกิด
คือยังไม่มีการแต่งตั้ง

อยากให้มาดูสถานะของหัวหน้าพรรคเขียว  คือท่านอยู่ในสถานะของผู้แทนราษฏร์และแคดิเดตนายก
เหตุใดจึงไม่เอาความเป็นสองสถานะไปฟ้อง   ด้วยการใช้สถานะของผู้แทน(สส)เป็นหลัก คือฟ้องว่า..
การเป็นแคดิเดตนายกของสสท่านนี้  ผิดจริยธรรม เน้นที่ตำแหน่งสส
ศาลท่านต้องรับพิจารณาว่า  สถานะการเป็นแคดิเดตนายกของสสท่านนี้ชอบธรรมหรือไม่

นั้นก็คือศาลต้องเอาเรื่องคดีเก่าในต่างประเทศมาพิจารณาว่า เกี่ยวข้องกับจริยธรรมหรือไม่
เพราะสสมีสถานะแคดิเดตนายกร่วมอยู่ด้วย
ถ้าศาลวินิจฉัยว่า การกระทำในต่างประเทศในอดีตไม่เหมาะกับการเป็นแดคิเดต เท่ากับว่าสถานะสสก็ผิดจริยธรรม

ทั้งหมดทั้งมวลหวังเพียงให้การเมืองเดินไปแบบเรียบร้อยถูกครรลองคลองธรรม
ศาลไม่ควรตั้งแง่ว่า  อะไรรับได้ อะไรรับไม่ได้ กับประเด็นปัญหาทางการเมืองที่คาราซัง

เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว  อยากให้บ้านเมืองสงบ
เพราะการเมืองไม่ควรปล่อยให้มีปัญหา ไม่ควรเอาบ้านเมืองมาเล่นแง่
จนเกิดวาทกรรม "ตุลาการภิวัฒน์"

ปล.ใครมีข้อโต้แย้งเชิญร่วมสนทนา  เอาแบบปัญญาชน  ไม่เอาแบบIO
และอย่าลืมพกสติมาด้วย  อย่าใช้สันดาปตลาดล่าง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่