ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พรรคน้ำเงินกับพรรคเขียว มีความสนิทชิดกันมากกว่าพรรคแดง
ฉะนั้นการรวมกันของน้ำเงินกับเขียว ย่อมไม่เกิดการระแวงมากว่า รวมกับแดง
ถ้าน้ำเงินกับเขียวซูเอี๋ยกัน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เช่น แบ่งเขตกันลงสมัคร
ไม่แย่งคะแนนเสียงกันเอง รับรองได้ทั้งสองพรรครวมกันต้องมีคะแนนเสียงเกินกึ่งพอจัดตั้งรัฐบาล
แต่ปัญหาคงไม่ง่ายเป็นปอกกล้วย เพราะมนุษย์ย่อมหวังในอำนาจ สสก็อยากเป็นรัฐมนตรี
ยิ่งเป็นเจ้าของพรรคเองด้วยแล้วย่อมต้องการสิ่งที่ลงทุนไปตอบแทน ก็คือตำแหน่งรัฐมนตรี
ปัญหาที่ว่าก็คือตัวหัวหน้าพรรคเขียว ที่ยังมีปัญหากับคำว่า จริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
รับรองได้ว่า เงื่อนไขร่วมรัฐบาลจะต้องมีข้อเรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับหัวหน้าพรรคเขียว
ประเด็นคือ จะมีนายกคนไหนกล้าแต่งตั้ง
ผมแนะนำครับว่า ทำไมไม่ทำให้ปัญหาหมดไปด้วยการให้สสหรือสว
ไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นจริยธรรมของหัวหน้าพรรคเขียว ปัญหาคาราซังจะได้หมดไป
แต่การฟ้องไม่ใช่สักแต่จะฟ้องแบบนักร้องหิวแสงทั้งหลาย เพราะศาลคงปฏิเสธด้วยคำว่าเหตุยังไม่เกิด
คือยังไม่มีการแต่งตั้ง
อยากให้มาดูสถานะของหัวหน้าพรรคเขียว คือท่านอยู่ในสถานะของผู้แทนราษฏร์และแคดิเดตนายก
เหตุใดจึงไม่เอาความเป็นสองสถานะไปฟ้อง ด้วยการใช้สถานะของผู้แทน(สส)เป็นหลัก คือฟ้องว่า..
การเป็นแคดิเดตนายกของสสท่านนี้ ผิดจริยธรรม เน้นที่ตำแหน่งสส
ศาลท่านต้องรับพิจารณาว่า สถานะการเป็นแคดิเดตนายกของสสท่านนี้ชอบธรรมหรือไม่
นั้นก็คือศาลต้องเอาเรื่องคดีเก่าในต่างประเทศมาพิจารณาว่า เกี่ยวข้องกับจริยธรรมหรือไม่
เพราะสสมีสถานะแคดิเดตนายกร่วมอยู่ด้วย
ถ้าศาลวินิจฉัยว่า การกระทำในต่างประเทศในอดีตไม่เหมาะกับการเป็นแดคิเดต เท่ากับว่าสถานะสสก็ผิดจริยธรรม
ทั้งหมดทั้งมวลหวังเพียงให้การเมืองเดินไปแบบเรียบร้อยถูกครรลองคลองธรรม
ศาลไม่ควรตั้งแง่ว่า อะไรรับได้ อะไรรับไม่ได้ กับประเด็นปัญหาทางการเมืองที่คาราซัง
เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว อยากให้บ้านเมืองสงบ
เพราะการเมืองไม่ควรปล่อยให้มีปัญหา ไม่ควรเอาบ้านเมืองมาเล่นแง่
จนเกิดวาทกรรม "ตุลาการภิวัฒน์"
ปล.ใครมีข้อโต้แย้งเชิญร่วมสนทนา เอาแบบปัญญาชน ไม่เอาแบบIO
และอย่าลืมพกสติมาด้วย อย่าใช้สันดาปตลาดล่าง
แนะกลยุทธทางการเมืองให้เขียวและน้ำเงิน
ฉะนั้นการรวมกันของน้ำเงินกับเขียว ย่อมไม่เกิดการระแวงมากว่า รวมกับแดง
ถ้าน้ำเงินกับเขียวซูเอี๋ยกัน ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เช่น แบ่งเขตกันลงสมัคร
ไม่แย่งคะแนนเสียงกันเอง รับรองได้ทั้งสองพรรครวมกันต้องมีคะแนนเสียงเกินกึ่งพอจัดตั้งรัฐบาล
แต่ปัญหาคงไม่ง่ายเป็นปอกกล้วย เพราะมนุษย์ย่อมหวังในอำนาจ สสก็อยากเป็นรัฐมนตรี
ยิ่งเป็นเจ้าของพรรคเองด้วยแล้วย่อมต้องการสิ่งที่ลงทุนไปตอบแทน ก็คือตำแหน่งรัฐมนตรี
ปัญหาที่ว่าก็คือตัวหัวหน้าพรรคเขียว ที่ยังมีปัญหากับคำว่า จริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
รับรองได้ว่า เงื่อนไขร่วมรัฐบาลจะต้องมีข้อเรียกร้องตำแหน่งรัฐมนตรีให้กับหัวหน้าพรรคเขียว
ประเด็นคือ จะมีนายกคนไหนกล้าแต่งตั้ง
ผมแนะนำครับว่า ทำไมไม่ทำให้ปัญหาหมดไปด้วยการให้สสหรือสว
ไปฟ้องศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นจริยธรรมของหัวหน้าพรรคเขียว ปัญหาคาราซังจะได้หมดไป
แต่การฟ้องไม่ใช่สักแต่จะฟ้องแบบนักร้องหิวแสงทั้งหลาย เพราะศาลคงปฏิเสธด้วยคำว่าเหตุยังไม่เกิด
คือยังไม่มีการแต่งตั้ง
อยากให้มาดูสถานะของหัวหน้าพรรคเขียว คือท่านอยู่ในสถานะของผู้แทนราษฏร์และแคดิเดตนายก
เหตุใดจึงไม่เอาความเป็นสองสถานะไปฟ้อง ด้วยการใช้สถานะของผู้แทน(สส)เป็นหลัก คือฟ้องว่า..
การเป็นแคดิเดตนายกของสสท่านนี้ ผิดจริยธรรม เน้นที่ตำแหน่งสส
ศาลท่านต้องรับพิจารณาว่า สถานะการเป็นแคดิเดตนายกของสสท่านนี้ชอบธรรมหรือไม่
นั้นก็คือศาลต้องเอาเรื่องคดีเก่าในต่างประเทศมาพิจารณาว่า เกี่ยวข้องกับจริยธรรมหรือไม่
เพราะสสมีสถานะแคดิเดตนายกร่วมอยู่ด้วย
ถ้าศาลวินิจฉัยว่า การกระทำในต่างประเทศในอดีตไม่เหมาะกับการเป็นแดคิเดต เท่ากับว่าสถานะสสก็ผิดจริยธรรม
ทั้งหมดทั้งมวลหวังเพียงให้การเมืองเดินไปแบบเรียบร้อยถูกครรลองคลองธรรม
ศาลไม่ควรตั้งแง่ว่า อะไรรับได้ อะไรรับไม่ได้ กับประเด็นปัญหาทางการเมืองที่คาราซัง
เป็นเพียงความเห็นส่วนตัว อยากให้บ้านเมืองสงบ
เพราะการเมืองไม่ควรปล่อยให้มีปัญหา ไม่ควรเอาบ้านเมืองมาเล่นแง่
จนเกิดวาทกรรม "ตุลาการภิวัฒน์"
ปล.ใครมีข้อโต้แย้งเชิญร่วมสนทนา เอาแบบปัญญาชน ไม่เอาแบบIO
และอย่าลืมพกสติมาด้วย อย่าใช้สันดาปตลาดล่าง