ใครที่เคยอยู่ดี ๆ แล้วรู้สึกเหมือน ห้องทั้งห้องหมุน ตัวเองโคลง หรือเหมือนพื้นกำลังเอียง มาเช็กตัวเองกันครับ
อาการแบบนี้หลายคนตกใจมาก เพราะมันมาเร็ว บางคนลุกจากเตียงแล้วโลกหมุนทันที บางคนหันหัวแค่ครั้งเดียวก็ต้องรีบจับโต๊ะ บางคนคลื่นไส้จนแทบอาเจียน
แล้วคำถามที่ตามมาคือ
“เป็นน้ำในหูไม่เท่ากันหรือเปล่า?”
“หรือเกี่ยวกับสมอง?”
“ต้องกลัว Stroke ไหม?”
คำตอบคือ บ้านหมุนเกิดได้ทั้งจากหูชั้นในและจากสมองครับ
ส่วนใหญ่เกิดจากระบบทรงตัวที่หูชั้นใน แต่บางครั้งอาการบ้านหมุนก็เป็นหนึ่งในสัญญาณของโรคทางสมอง โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดสมองบริเวณก้านสมองหรือสมองน้อย
ดังนั้นอย่าใช้แค่คำว่า “เวียนหัว” แล้วเหมารวมทุกอย่างครับ
สิ่งแรกที่ต้องแยกคือ หมุนแบบไหน เกิดเมื่อไร และมีอาการอะไรเดินมาด้วย
1. ถ้าหมุนตอน “เปลี่ยนท่าศีรษะ” แล้วเป็นช่วงสั้น ๆ มักนึกถึงหูชั้นในก่อน
ภาพที่เจอบ่อยมากคือ
นอนอยู่ดี ๆ พลิกตัวไปอีกข้างแล้วบ้านหมุน
เงยหน้าหยิบของแล้วหมุน
ก้มเก็บของแล้วหมุน
ลุกจากเตียงแล้วเหมือนห้องหมุนรอบตัว
อาการมักมาแรง แต่ช่วงหนึ่งค่อนข้างสั้น ตั้งแต่ไม่กี่วินาทีไปจนประมาณหนึ่งนาที แล้วค่อย ๆ เบาลง
ลักษณะแบบนี้พบได้ใน BPPV หรือภาวะตะกอนหินปูนในหูชั้นในเคลื่อนผิดตำแหน่ง
ในหูชั้นในของเรามีระบบรับการเคลื่อนไหวและช่วยรักษาสมดุล ถ้าตะกอนเล็ก ๆ หลุดเข้าไปอยู่ในท่อครึ่งวงกลม เมื่อเราหันศีรษะ มันจะส่งสัญญาณผิดว่าร่างกายกำลังหมุนแรงกว่าความเป็นจริง
สมองเลยได้รับข้อมูลไม่ตรงกัน
ตาเห็นว่าห้องยังอยู่ที่เดิม แต่หูชั้นในบอกว่า “หมุนแล้วนะ”
บ้านก็เลยหมุนในความรู้สึกเราครับ
BPPV รักษาได้ด้วยท่าจัดตะกอน เช่น Epley maneuver ในคนที่ได้รับการประเมินแล้วว่าเป็นจริง ไม่ใช่เห็นคลิปแล้วทำทุกคน เพราะถ้าต้นเหตุไม่ใช่ BPPV ท่านี้ก็ไม่ได้แก้ปัญหาครับ
2. ถ้าบ้านหมุนต่อเนื่องเป็นชั่วโมงหรือเป็นวัน ต้องดูอาการร่วมให้ละเอียดขึ้น
อาการบ้านหมุนจากหูไม่ได้มีแต่แบบพลิกตัวแล้วหมุนไม่กี่วินาทีครับ
บางคนตื่นมาแล้วหมุนต่อเนื่อง
นั่งก็หมุน
นอนก็หมุน
เดินแทบไม่ได้
คลื่นไส้อาเจียนมาก
ถ้าเป็นต่อเนื่องหลายชั่วโมงถึงหลายวัน อาจเกี่ยวกับการอักเสบของเส้นประสาททรงตัว เช่น vestibular neuritis
คนกลุ่มนี้มักบ้านหมุนหนักมาก แต่โดยทั่วไปจะไม่มีอาการทางสมองอย่างแขนขาอ่อนแรงหรือพูดไม่ชัด
ถ้ามีการได้ยินลดลงหรือหูอื้อร่วมด้วย ก็ต้องคิดถึงปัญหาหูชั้นในชนิดอื่นเพิ่ม เช่น labyrinthitis
ตรงนี้สำคัญครับ
เพราะคนที่เป็นบ้านหมุนจากหูอาจดูอาการหนักมากจนเดินไม่ได้
แต่โรคหลอดเลือดสมองบางรายก็อาจมาด้วยบ้านหมุนหนักแบบคล้ายกันได้เหมือนกัน
ดังนั้นคำว่า
“หมุนแรงมาก แปลว่าเป็นหูแน่นอน”
ใช้ไม่ได้ครับ
3. ถ้าบ้านหมุนร่วมกับหูอื้อ แน่นหู หรือการได้ยินลด ต้องนึกถึงโรคของหูชั้นใน
อีกแบบหนึ่งคือบ้านหมุนเป็นช่วง ๆ แล้วมีอาการทางหูมาด้วย
หูอื้อ
รู้สึกแน่นหู
การได้ยินลดลง
บางช่วงเหมือนเสียงอื้อข้างเดียวเด่นขึ้น
หนึ่งในโรคที่ต้องนึกถึงคือ Ménière’s disease
โรคนี้เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของระบบของเหลวในหูชั้นใน ทำให้เกิดบ้านหมุนเป็นตอน ๆ ร่วมกับอาการทางการได้ยิน
แต่แค่หูอื้ออย่างเดียวก็ยังสรุปไม่ได้ว่าเป็น Ménière นะครับ
ต้องดูระยะเวลาของบ้านหมุน ลักษณะการได้ยิน และตรวจหูร่วมด้วย
โดยเฉพาะถ้าการได้ยินลดลงแบบฉับพลันข้างเดียว ไม่ควรรอดูหลายวัน เพราะบางกรณีต้องรีบประเมินและรักษาเร็วครับ
4. ถ้าบ้านหมุนแล้วมี “อาการระบบประสาท” ร่วมด้วย ต้องคิดถึงสมองก่อน
ข้อนี้สำคัญที่สุดครับ
ถ้าบ้านหมุนแล้วมีอาการแบบ
พูดไม่ชัด
ปากเบี้ยว
แขนขาอ่อนแรง
ชาครึ่งซีก
เดินเซมากผิดปกติ
ยืนเองไม่ได้
เห็นภาพซ้อน
กลืนลำบาก
ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ
หรือการประสานงานของแขนขาแย่ลงทันที
แบบนี้อย่ารอดูว่าเป็น “น้ำในหู” ครับ
ต้องคิดถึง Stroke โดยเฉพาะบริเวณสมองน้อยหรือก้านสมอง
โรคหลอดเลือดสมองบริเวณนี้บางครั้งไม่ได้มาด้วยอาการแขนขาอ่อนแรงชัด ๆ เหมือน Stroke ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย
บางคนมาด้วยบ้านหมุนรุนแรง
เดินไม่ได้
ตากระตุกผิดปกติ
หรือเห็นภาพซ้อนเป็นหลัก
ดังนั้นถ้าบ้านหมุนครั้งนี้ “ไม่เหมือนเดิม” โดยเฉพาะในคนที่มีความดัน เบาหวาน ไขมันสูง สูบบุหรี่ หัวใจเต้นผิดจังหวะ หรือเคยมี Stroke มาก่อน ผมจะระวังมากขึ้นครับ
ถ้าอาการเข้าข่ายนี้ ไปโรงพยาบาลทันทีดีกว่า
อย่านอนรอให้หายเองครับ
5. “หน้ามืดตอนลุก” ไม่เหมือน “บ้านหมุน” และสาเหตุก็คนละกลุ่ม
ตรงนี้คนเรียกรวมกันว่าเวียนหัวหมดเลยครับ
แต่จริง ๆ ต้องแยก
ถ้าลุกจากเก้าอี้แล้วรู้สึก
ตาลาย
หน้ามืด
เหมือนจะเป็นลม
ภาพมืดลงชั่วคราว
แต่ไม่ได้รู้สึกว่าห้องหมุนรอบตัว
แบบนี้อาจเป็น ความดันตกตอนเปลี่ยนท่า หรือ orthostatic hypotension มากกว่าปัญหาระบบทรงตัว
พบได้จากหลายสาเหตุ เช่น
ร่างกายขาดน้ำ
เสียเลือด
ยาความดันบางชนิด
ยาขับปัสสาวะ
ภาวะซีด
หรือระบบประสาทอัตโนมัติผิดปกติ
ตรงนี้วิธีประเมินและรักษาแตกต่างจากบ้านหมุนจากหูครับ
ดังนั้นเวลาจะเล่าอาการให้แพทย์ฟัง อย่าพูดแค่
“เวียนหัว”
ลองบอกให้ละเอียดว่า
ห้องหมุนจริง ๆ หรือเหมือนจะเป็นลม
ข้อมูลนี้ช่วยแยกโรคได้เยอะมากครับ
6. อาการ “โคลง ๆ ลอย ๆ” ก็ไม่ได้แปลว่าเป็นหูทุกครั้ง
บางคนไม่ได้รู้สึกบ้านหมุนชัด
แต่บอกว่า
เดินเหมือนอยู่บนเรือ
หัวลอย ๆ
โคลงทั้งวัน
รู้สึกไม่มั่นคง
อาการแบบนี้เกิดได้จากหลายอย่างครับ
ทั้งระบบทรงตัว
สายตา
ยาบางชนิด
ไมเกรน
ความวิตกกังวล
ความดัน
หรือโรคทางระบบประสาทบางอย่าง
โดยเฉพาะ vestibular migraine หรือไมเกรนที่เกี่ยวกับระบบทรงตัว บางคนบ้านหมุนหรือโคลงได้โดยไม่ได้ปวดหัวทุกครั้ง
ถ้ามีประวัติไมเกรน แพ้แสง แพ้เสียง หรืออาการมาเป็นช่วง ๆ ยิ่งต้องนึกถึงครับ
เพราะฉะนั้นไม่ใช่ทุกคนที่เวียนหัวต้องไป “จัดหินปูนในหู”
ต้องให้รูปแบบอาการพาเราไปหาสาเหตุก่อนครับ
ถ้าบ้านหมุนขึ้นมาตอนนี้ ควรทำอะไร?
อย่างแรกคือ อย่าฝืนเดินครับ
นั่งหรือนอนในที่ปลอดภัยก่อน เพราะคนที่บ้านหมุนหนักมีความเสี่ยงล้มได้มาก
จากนั้นสังเกตว่าอาการเกิดจากการขยับศีรษะหรือไม่ และมีอาการทางสมองร่วมด้วยหรือเปล่า
ถ้ารู้สึกคลื่นไส้มาก หลีกเลี่ยงการขับรถเองครับ
ถ้าอาการเป็นแบบที่เคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น BPPV มาก่อนและแพทย์เคยสอนท่าจัดตะกอนให้แล้ว อาจทำตามคำแนะนำเดิมได้
แต่ถ้าเป็นครั้งแรก อาการแปลกไป หรือหมุนต่อเนื่องหนักมาก อย่าเพิ่งรักษาตัวเองจากคลิปในอินเทอร์เน็ตครับ
หาสาเหตุให้ชัดก่อนดีกว่า
แบบไหนต้องไปโรงพยาบาลทันที?
ถ้ามีบ้านหมุนร่วมกับอาการเหล่านี้ อย่ารอครับ
• พูดไม่ชัด ปากเบี้ยว หรือแขนขาอ่อนแรง
• เดินไม่ได้หรือยืนเองไม่ได้แบบเฉียบพลัน
• เห็นภาพซ้อนหรือการมองเห็นผิดปกติใหม่ ๆ
• ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติ โดยเฉพาะแบบมาเร็วมาก
• หมดสติหรือเกือบหมดสติ
• เจ็บหน้าอกหรือใจสั่นรุนแรงร่วมด้วย
• อาเจียนต่อเนื่องจนกินน้ำไม่ได้
• การได้ยินลดลงแบบฉับพลันข้างเดียว
อาการพวกนี้ต้องประเมินสาเหตุที่จริงจังก่อนครับ
สรุปครับ
บ้านหมุนไม่ได้แปลว่า “น้ำในหูไม่เท่ากัน” ทุกคน
ถ้าหมุนสั้น ๆ ตอนพลิกตัวหรือหันศีรษะ อาจไปทาง BPPV
ถ้าหมุนต่อเนื่องหลายชั่วโมงถึงหลายวัน อาจเป็นระบบทรงตัวอักเสบ แต่ต้องแยกโรคสมองด้วย
ถ้ามีหูอื้อ แน่นหู หรือการได้ยินเปลี่ยน ต้องดูโรคของหูชั้นใน
และถ้ามีอาการทางระบบประสาทร่วมกับบ้านหมุน ต้องคิดถึง Stroke ก่อนครับ
สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่จำชื่อโรคให้หมด
แต่ให้จำว่า บ้านหมุนแบบเดิมที่เคยเป็น กับบ้านหมุนครั้งใหม่ที่มีอาการแปลก ๆ เดินไม่ได้ พูดไม่ชัด หรือเห็นภาพซ้อน ความหมายไม่เหมือนกัน
ใครที่มีอาการแบบนี้อยู่ อย่าฝืนเดินหรือขับรถเอง และถ้าอาการผิดปกติจากเดิมมาก ให้ตรวจให้ชัดดีกว่ารอจนหนักครับ
Cr. FBหมอเจด
อยู่ดี ๆ บ้านหมุน โลกหมุน! เกิดจากหูหรือสมอง เช็กได้ที่โพสต์นี้!