One Day Trip จาก Almaty เที่ยว Kolsai, Kaindy & Charyn Canyon แบบ Small Group Tour

K.Natri Blogger

ถ้าคุณมาเที่ยว Kazakhstan เอง แล้วไม่ได้เช่ารถ ไม่มีไกด์ส่วนตัว แต่อยากประหยัดงบ 
และอยากเก็บสถานที่เที่ยวสำคัญนอกเมือง Almaty ให้ได้มากที่สุด
ต้องมาดูรีวิวการใช้บริการ Small Group Tour ที่เราไปเลย

เราเลือกจองทัวร์ผ่าน Online Travel Agency เจ้านึง ราคาทัวร์อยู่ที่ประมาณ 1,680 บาท
ราคานี้รวม อาหารกลางวัน น้ำดื่ม และค่าเข้าชมต่าง ๆ แล้ว
ส่วนที่ต้องจ่ายเพิ่มจะเป็นกิจกรรมอย่าง ขี่ม้า ที่ไม่ได้รวมอยู่ในราคาทัวร์

ทัวร์ที่เราไปชื่อ Kazakhstan Very Nice
ก่อนวันเดินทางประมาณ 1 วัน ทางทัวร์จะติดต่อเราผ่าน WhatsApp เพื่อยืนยันการมารับ 
และแจ้งข้อมูลที่ควรรู้ก่อนเดินทาง เช่น ต้องพก Passport เพราะเส้นทางอยู่ใกล้ชายแดน, 
สภาพอากาศในวันเดินทาง, คำแนะนำเรื่องการแต่งตัว, แนะนำให้เตรียมเงินสด, 
ห้องน้ำบางจุดมีค่าบริการประมาณ 100–150 KZT แล้วแต่สถานที่


🚐 วันเดินทาง | 11 สิงหาคม 2026
เขานัดรับเราประมาณ 05:15 น. โดยทัวร์จะมารับเราถึงโรงแรมเลย 
หรือบางกรณีจะนัดจุดใกล้ ๆ โรงแรม เพื่อให้รับลูกทัวร์ที่อยู่ละแวกเดียวกันได้สะดวก

รถที่เราได้เป็นรถตู้ มีคนขับผู้ชาย 1 คน และไกด์ผู้หญิง 1 คน
พอรับลูกทัวร์ครบ ไกด์ก็ให้ทุกคนแนะนำตัวสั้น ๆ ว่า ชื่ออะไร และมาจากประเทศไหน
ทริปนี้เรียกได้ว่า International มาก เพราะมีคนจากหลายประเทศ 
ทั้งอเมริกา อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น อิตาลี และเบลเยียม รวมทั้งหมด 12 คน

ไกด์พูดกับพวกเราประมาณว่า
“Today, we are family.” ❤️
โอเค…หนึ่งวันต่อจากนี้ก็ฝากชีวิตไว้กับ Family Kazakhstan กันเลย 😂

⛽ แวะพักระหว่างทาง
หลังออกจากเมือง Almaty มาประมาณ 1 ชั่วโมง รถก็แวะปั๊มให้เราเข้าห้องน้ำ
และซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ มีเวลาพักประมาณ 20 นาที
ถือว่าเป็นจุดพักสำคัญ เพราะหลังจากนี้เราจะนั่งรถยาว ๆ ไปยังสถานที่ต่าง ๆ

- 🏔️ Stop 1: Lake Kolsai -
จริง ๆ ตามแพลนเดิม ทัวร์จะพาเราไปบริเวณ Canyon ก่อน
แต่วันที่เราไป ฝนตก เลยมีการปรับลำดับสถานที่ และเปลี่ยนมา Lake Kolsai เป็นจุดแรก
รถจะจอดที่ลานจอดรถ จากนั้นเราต้องเดินลงไปที่ทะเลสาบเองอีกนิดหน่อย แต่ระยะทางไม่ไกล

Lake Kolsai เป็นหนึ่งในจุดธรรมชาติชื่อดังของ Kazakhstan และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น 
เขตสงวนชีวมณฑลของ UNESCO ตัวทะเลสาบตั้งอยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 1,800 เมตร

⏱️ เวลาให้ประมาณ 40 นาที ...ตรงนี้ต้องบอกตามตรงว่า เวลา 40 นาทีค่อนข้างน้อย
เราเลยไม่ได้เดินสำรวจไปไหนไกล แค่เดินลงไปบริเวณด้านล่าง แถวตรงสะพานข้ามทะเลสาบ 
แล้วเดินเล่น ถ่ายรูป ดูบรรยากาศ แต่แปปเดียวจริงๆ เพราะช่วงแรกเสียเวลาต่อคิวเข้าห้องน้ำด้วย

วันที่เราไปมีฝนตกปรอย ๆ และลมแรงมากกก ซึ่งเราไม่ได้เตรียมตัวมาเลย เพราะในเมือง Almaty
ก่อนหน้านั้นอากาศร้อนมาก จนไม่คิดว่าขึ้นมาบนเขาแล้วอากาศจะต่างกันขนาดนี้
ดังนั้นย้ำอีกครั้งว่าก่อนเดินทาง อย่าลืมอ่านข้อมูลที่ไกด์ส่งมา
ถ้าเขาแนะนำให้เอาเสื้อกันฝนหรือเสื้อกันหนาวไป เอาไปเถอะ 😂
เพราะข้างบนอากาศคนละเรื่องกับในเมืองเลย

-🌲 Stop 2: Lake Kaindy | ป่าจมน้ำ -
จากนั้นเราก็เดินทางต่อไป Lake Kaindy ที่นี่เป็นอีกหนึ่ง Highlight ของทริป 
และเป็นสถานที่ที่หลายคนน่าจะเคยเห็นภาพมาแล้ว 
เพราะมีต้นไม้ที่โผล่ขึ้นมาจากน้ำ จนได้รับฉายาว่า “ป่าจมน้ำ”

ไกด์เล่าให้ฟังว่า Lake Kaindy เกิดขึ้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในปี 1911
แรงสั่นสะเทือนทำให้เกิดดินถล่มลงมาปิดกั้นหุบเขา และทำให้น้ำสะสมจนกลายเป็นทะเลสาบแห่งนี้
พูดง่าย ๆ คือ เป็นทะเลสาบที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ และมีอายุมากกว่า 100 ปีแล้ว

⏱️ ที่นี่ให้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ถือว่าเป็นจุดที่เราได้ใช้เวลานานที่สุดในทริป

และ Highlight สำหรับเราก็คือ… 🐎 ขี่ม้า!
กิจกรรมขี่ม้าจะต้องจ่ายเพิ่ม 7,000 KZT ไป–กลับ
ใครขี่ม้าไม่เป็นก็ไม่ต้องกลัว เพราะสามารถขี่ได้ ทางม้าจะถูกฝึกมาแล้ว 
และจะมีคนดูแลคอยจูงม้าเป็นแถว ๆ

ตอนขาไป เราเป็น ม้าลำดับที่ 2 ตอนแรกก็ชิลมาก…
จนกระทั่งระหว่างทาง เชือกของม้าตัวเราและม้าตัวหลังเราหลุด
ม้าตัวที่ 3 และตัวถัด ๆ ไปหยุดเดินทันที
แต่มีแค่…ม้าของเรา กับม้าตัวหน้า เดินต่อไปเฉยเลย 555555
คนดูแลม้าที่นี่เก่งมาก เข้ามาจัดการให้ทันที

แต่จะบอกว่า ขากลับเราแอบหวาดเสียว
เพราะเราได้นั่งม้าตัวสุดท้าย และน้องดูเหมือนจะไม่ค่อยเข้าแถวเท่าไหร่
เดินออกข้างทางไปเรื่อย ๆ จนเรารู้สึกว่า…
น้อง! กลับเข้าแถวก่อนลูก 😭


หลักฐาน ม้าเราไม่เข้าแถว! ชอบเดินริมผามาก

สำหรับถ้าใครอยากเห็นบรรยากาศการขี่ม้าแบบเต็ม ๆ 
เรามีลงไว้ใน YouTube (Link) และ TikTok (Link) ด้วย
แต่ถ้าใคร ไม่อยากขี่ม้า ก็สามารถเดินเข้าไปได้เหมือนกัน
ทางเดินไม่ได้ยากมาก ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที

และขี่ม้าไปก็ไม่ได้ถึงทะเลสาบเลยนะ
หลังจากลงจากม้าแล้ว เราต้องเดินต่อเข้าไปอีกประมาณ 5–10 นาที
ทางไม่ยาก เดินสบาย ๆ

- 🍽️ Lunch | กินข้าวบ้าน Local -
หลังจากเที่ยวกันมาครึ่งวัน ก็ถึงเวลาข้าวเที่ยง
จริง ๆ ตอนที่เรากินก็น่าจะประมาณ บ่ายสองแล้ว
มื้อกลางวันครั้งนี้ไม่ได้กินในร้านอาหาร แต่เป็นลักษณะ Guesthouse ของคนท้องถิ่น
น่าจะเป็นบ้านที่ทางทัวร์ดีลไว้แล้ว โดยจัดห้องและโต๊ะอาหารยาวสำหรับรองรับลูกทัวร์
และที่สำคัญคือ…อาหารเยอะมากกกก

นอกจาก Main Course ที่เราเลือกได้ว่าจะเอา เนื้อวัว / ไก่ / Vegetarian แล้ว
ยังมีเครื่องเคียง ขนม ชา และอาหารอื่น ๆ วางเต็มโต๊ะ
ตอนแรกคิดว่าจะเป็นมื้อกลางวันง่าย ๆ ของทัวร์
สรุปคือ…อิ่มแบบจริงจัง 😂

- 🖤 Stop 3: Black Canyon -
หลังจากกินข้าว เราก็เดินทางต่อไป Black Canyon
จุดนี้อารมณ์เหมือนเป็นจุดแวะพักระหว่างทางมากกว่า เพราะใช้เวลาไม่นาน ประมาณ 15 นาที
เป็นหน้าผาหินสีเข้มขนาดใหญ่ ตัดกับแม่น้ำ Charyn ที่ไหลอยู่ด้านล่าง
ข้อดีคือ ไม่ต้อง Hiking รถจอดที่ลานจอด แล้วสามารถเดินไปชมวิวได้เลย

พื้นที่ตรงนี้ไม่ได้กว้างมาก และไม่ได้มีเส้นทางให้เดินสำรวจเยอะ 
ดังนั้น 15 นาทีก็ถือว่ากำลังพอดีสำหรับการแวะถ่ายรูป

- 🌙 Stop 4: Moon Canyon -
จากนั้นเราก็ไปต่อที่ Moon Canyon อีกหนึ่งจุดที่เป็นลักษณะ Stop ระหว่างทาง 
ที่นี่จะมีเวลาให้ประมาณ 20 นาที สามารถเดินลงไปชมวิวใกล้ ๆ ได้เล็กน้อย

จุดเด่นคือภูมิประเทศที่มี ชั้นหินสีเหลืองทอง ส้มอ่อน และลวดลายจากการกัดเซาะ ทำให้ดูแปลกตา
มองไกล ๆ แล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนพื้นผิวของดวงจันทร์
ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ Moon Canyon

- 🧡Stop 5: Charyn Canyon -
และแล้วก็มาถึง… Highlight ใหญ่ที่สุดของวันนี้สำหรับเรา
Charyn Canyon เป็นหุบเขาหินทรายสีส้มแดงขนาดใหญ่ 
ที่หลายคนเรียกกันว่า “Grand Canyon แห่งเอเชียกลาง”

และบอกเลยว่า…อลังการจริง พื้นที่ใหญ่มาก มีทางให้เดินสำรวจได้อีกเยอะมาก
แต่ปัญหาคือ…ทัวร์ให้เวลาเราแค่ประมาณ 1 ชั่วโมง 🥲
ซึ่งสำหรับ Charyn Canyon แล้ว เราว่า น้อยมากกกกก
แต่ก็ต้องเข้าใจว่าเราเลือกมาทัวร์แบบ One Day Trip ที่ต้องเก็บหลายสถานที่ในวันเดียว

ก่อนลงเดิน ไกด์จะอธิบายแผนที่ให้เราดูก่อนว่า
จะพาเราเดินไปถึงตรงไหน และต้องกลับตรงเวลาไหน
เพื่อไม่ให้สมาชิกในกรุ๊ปหลง และเพื่อให้กลับขึ้นรถได้ตามเวลา

จากนั้นไกด์ก็พาเราเดินลงบันไดไปด้านล่าง
🥾 เดินเข้าไปใน Charyn Canyon ช่วงเดินลงไปด้านล่างไม่เหนื่อยมาก

จากนั้นก็จะได้เดินท่ามกลาง Canyon ที่มีผาหินสูงล้อมรอบ
วันที่เราไปเป็นช่วงเย็นแล้ว อากาศเลยไม่ได้ร้อนมาก ทำให้เดินค่อนข้างสบาย

ไกด์พาเราเดินเข้าไปก่อน เพื่อให้ทุกคนรู้เส้นทางและไม่หลง
จากนั้นเมื่อถึงจุดที่กำหนดไว้ เราก็สามารถแยกย้ายไปถ่ายรูปและเดินชมวิวเองได้
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่