‘ธอส.’ ปล่อยกู้ติดโซลาร์รูฟท็อป สูงสุดบ้านละ 1.5 แสน ดูบิลค่าไฟ ไม่ต้องใช้หลักประกัน

กระทู้สนทนา


‘ธอส.’ ปล่อยกู้ติดโซลาร์รูฟท็อป สูงสุดบ้านละ 1.5 แสน ดูบิลค่าไฟ ไม่ต้องใช้หลักประกัน
.
"ธอส." ออกสินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป วงเงินสูงสุด 150,000 บาทต่อราย ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพราะจะพิจารณาจากประวัติการชำระค่าไฟย้อนหลัง 1-2 ปี ทั้งนี้ ผู้ขอสินเชื่อต้องเป็นเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้าของบ้านที่อยู่อาศัย และมียอดชำระค่าไฟเฉลี่ยตั้งแต่ 2,000-3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป
.
นายมหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ธอส. พร้อมเดินหน้าโครงการ สินเชื่อสีเขียว สนับสนุนนโยบายรัฐบาล ในการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) โดยจะใช้สภาพคล่องของธนาคารเอง และไม่ขอชดเชยดอกเบี้ยจากรัฐบาล
.
ทั้งนี้ สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป กำหนดวงเงินปล่อยกู้ราว 100,000 - 150,000 บาทต่อราย สำหรับขนาดติดตั้ง 5 กิโลวัตต์ ให้อัตราดอกเบี้ยจูงใจ ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี โดยประเมินค่างวดไว้ที่ราว 1,000 บาทต่อเดือน สอดรับกับปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้และสามารถขายคืนเข้าระบบเฉลี่ยราว 1,600 บาทต่อเดือน ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย และสร้างรายได้ให้กับประชาชน
.
ในด้านการขออนุมัติสินเชื่อ ไม่ต้องใช้หลักประกัน เนื่องจากธนาคารจะนำข้อมูลดิจิทัลและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ย้อนหลัง 1–2 ปีมาใช้เป็นเกณฑ์ในการพิจารณา
.
เงื่อนไขสำคัญ คือ ต้องเป็นบ้านที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล ไม่ใช่อาคารสำนักงาน และผู้ขอสินเชื่อต้องเป็นบุคคลเดียวกับเจ้าของมิเตอร์ไฟฟ้า มียอดชำระค่าไฟเฉลี่ยตั้งแต่ 2,000–3,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป และมีประวัติการชำระค่าไฟฟ้าอย่างสม่ำเสมอ
.
ทั้งนี้ ในส่วนของกระบวนการติดตั้งและตรวจสอบโครงสร้างความแข็งแรงของหลังคา ธนาคารจะทำงานร่วมกับการไฟฟ้าฯ ซึ่งจะเป็นผู้ดูแลเรื่องรายละเอียดอุปกรณ์ และการจัดทำรายชื่อผู้รับเหมาที่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยแก่ผู้ใช้อาคาร
.
“ปัจจุบัน ธอส. ได้ปล่อยสินเชื่อเกี่ยวกับพลังงานสีเขียวและบ้านประหยัดพลังงานไปแล้วกว่า 20,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 10% ของสินเชื่อปล่อยใหม่ในปีนี้ และมีเป้าหมายระยะยาวในการเพิ่มสัดส่วนสินเชื่อสีเขียวให้ได้ถึง 15%” นายมหัทธนะ กล่าว
.
อย่างไรก็ดี สินเชื่อโซลาร์รูฟท็อป ถือเป็นสินเชื่อที่ได้รับการจัดสรรขึ้นมาต่างหาก เป็นวงเงินส่วนเพิ่ม (On-top) โดย ธอส. จะไม่นำวงเงินดังกล่าว ไปนับรวมหรือหักออกจากเป้าหมายสินเชื่อปล่อยใหม่ปีนี้ที่ตั้งไว้ที่ 240,000 ล้านบาท
.
ทั้งนี้ โครงการ Solar Rooftop ถือเป็นการบูรณาการร่วมกันของหลายหน่วยงาน อาทิ กระทรวงมหาดไทย, กฟภ., กฟน., กระทรวงพลังงาน, กระทรวงการคลัง รวมถึงธนาคารของรัฐ โดยมีความตั้งใจให้ประชาชนได้รับบริการแบบ “One-Stop Service” ณ จุดบริการของ กฟภ. และ กฟน. ที่มีทั้งอุปกรณ์ ช่างติดตั้ง และสินเชื่อในที่เดียว

ติดโซล่าไม่ต้องออกเองซักบาทได้ลดค่าไฟฟ้าอีก รอบนี้น่าจะเป็นคนคนที่อยู่บ้าน ค่าไฟฟ้า 3,000 นี้บ้านที่เปิดแอร์สัก 3 ตัวก็น่าจะถึงละ แต่คิดดอกเบี้ยยังไง ผ่อน 1000 7 ปี = 1000 * 7*12 = 84,000



          สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.ย. 2569)--สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 ก.ย. 69)--เมื่อเวลา 11.23 น. ราคาหุ้น GUNKUL บวก 3.00% เพิ่มขึ้น 0.15 บาท มาที่ 5.15 บาท มูลค่าการซื้อขาย 368.99 ล้านบาท
          
          SPCG บวก 1.83% เพิ่มขึ้น 0.20 บาท มาที่ 11.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 31.15 ล้านบาท
          
          GULF บวก 0.41% เพิ่มขึ้น 0.25 บาท มาที่ 61.50 บาท มูลค่าการซื้อขาย 283.51 ล้านบาท
          
          บล.กสิกรไทย ระบุว่า กระทรวงพลังงานเตรียมบรรจุโซลาร์รูฟท็อปภาคประชาชน 10,000 MW ใน PDP ฉบับใหม่ กำหนดขนาดราว 5 kW ต่อครัวเรือน พร้อมเปิดให้ขายไฟส่วนเกินเพื่อนำไปหักค่าไฟ สนับสนุนเงินทุน และลดขั้นตอนอนุญาต โดยตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดสู่เกือบ 50% ภายใน 10 ปี มองเป็นบวกต่อผู้จำหน่ายและติดตั้งระบบโซลาร์ เช่น GUNKUL, SPCG และ GULF แต่เพิ่มความเสี่ยงระยะยาวต่อโรงไฟฟ้าแบบเดิม จากความต้องการซื้อไฟผ่านระบบที่อาจลดลง ทั้งนี้ต้องรอรายละเอียดอัตรารับซื้อและรูปแบบเงินสนับสนุนก่อนประเมินผลต่อกำไรชัดเจน
          
          เช่นเดียวกับ บล.กรุงศรี มองเป็น Sentiment บวกต่อ GUNKUL แม้ธุรกิจโซลาร์รูฟท็อปจะยังมีสัดส่วนรายได้ไม่สูง (ราว 6-7% ของรายได้รวม) อย่างไรก็ดี อุตสาหกรรมยังมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง สอดคล้องกับนโยบายสนับสนุนของภาครัฐ ได้แก่ การขยายนโยบายรับซื้อไฟฟ้าคืนจากโซลาร์ภาคประชาชนเป็น 10,000 MW นโยบายติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 แสนบาท/ครัวเรือน และเงินสนับสนุนการติดตั้งโซลาร์ 3 หมื่นบาท/ครัวเรือน จาก พ.ร.ก. เงินกู้ 4 แสนล้านบาท
          
          ขณะเดียวกัน ธีมลงทุน Grid Investment ยังคงเป็นขาขึ้น เนื่องจากสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนโดยเฉพาะ Solar Rooftop ภาคครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นจะหนุนความจำเป็นในการลงทุนพัฒนาระบบ Grid ในระยะยาว เพื่อรองรับข้อจำกัดด้านเทคนิค อาทิ การจัดการกระแสไฟฟ้าแบบสองทิศทาง (ทั้งขายไฟและรับซื้อในเวลาเดียวกัน), ความผันผวนของกำลังผลิต, และรักษาเสถียรภาพของระบบ ภายใต้เม็ดเงินที่คาดสูงถึง 1.0 แสนล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า และระยะยาวในกรอบ 3.6-7.0 แสนล้านบาท ในช่วงปี 2572-2593F ตามแผน PDP2569F 
          
          อย่างไรก็ดี เรายังคงประมาณการและราคาเป้าหมายของ GUNKUL ที่ 5.4 บาท/หุ้น ภายใต้ Backlog ปัจจุบันที่ราว 4.5 พันล้านบาท โดยเชื่อว่าจะเริ่มเห็นการทยอยเปิด Bidding โครงการใหญ่ในปี 2570F เป็นต้นไป
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่