ทริคดูแลสุขภาพวัย 40+ ที่พลิกชีวิตจากคนไข้กลับมาแข็งแรง

เห็นคลิปหมอเจตพูดในรายการ Salt & Pepper เรื่องทริคดูแลสุขภาพวัย 40+  ที่พลิกชีวิตจากคนไข้กลับมาแข็งแรง  เลิกโทษ "ไก่" ว่าทำเป็นเก๊าท์ และมาทำความเข้าใจใหม่ว่าโรคฮิตวัยนี้เกิดจากพฤติกรรมอะไรกันแน่ แจกสูตรเด็ดที่ทำตามได้เลย ทั้งลำดับการกิน ท่าออกกำลังกายง่ายๆ และกฎ 3-2-1 ก่อนนอน

  เมื่อหมอป่วยหนักเสียเอง และลุกขึ้นมาเปลี่ยนชีวิต

ลองนึกภาพตามว่า หมอเจตในวัย 34 ปี เคยปล่อยตัวจนน้ำหนักทะลุ 110 กิโลกรัม เป็นสารพัดโรคทั้งเบาหวาน (น้ำตาลสะสมพุ่งไป 13.2) ไขมันพอกตับ ความดันสูงปรี๊ด แถมยังนอนกรนหนักมาก ที่น่ากลัวคือร่างกายไม่เคยเตือนล่วงหน้าเลยสักนิด

จนกระทั่งเจอจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ คือคุณพ่อเสียชีวิตกะทันหันจากเส้นเลือดในสมองแตก หมอเจตเลยฮึดสู้ หันมาลดน้ำหนักและเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองใหม่หมด

ผลลัพธ์คือ ปัจจุบันหมอเจตสุขภาพดีขึ้นมาก และหายจากเบาหวานจนไม่ต้องกินยาอีกแล้ว

โรคฮิตวัย 40+ และตัวการร้ายที่เราอาจไม่รู้ตัว

ไขมันพอกตับ ให้คิดซะว่าเรากำลังทำ "ตับห่าน " ในร่างตัวเอง เพราะมันเกิดจากการที่เรากินแป้งกับน้ำตาลเยอะเกินไปจนมันไปพอกที่ตับ ถ้าปล่อยไว้อาจกลายเป็นตับแข็ง แต่ข่าวดีคือถ้าเราเปลี่ยนพฤติกรรม ตับมันซ่อมแซมตัวเองได้นะ

ความดันโลหิตสูง ลองนึกว่าหัวใจคือ "ปั๊มน้ำ" และเส้นเลือดคือ "ท่อประปา" พอกินหวานกินมันเยอะๆ เส้นเลือดจะอักเสบ ท่อก็จะตีบแคบลง ทำให้ปั๊มน้ำ (หัวใจ) ต้องทำงานหนักและบีบตัวแรงขึ้นเพื่อดันเลือดไปเลี้ยงร่างกาย

ภัยเงียบจากของแฝง การกินหวานจัดๆ มันทำให้เส้นเลือดเราอักเสบเรื้อรัง เปรียบง่ายๆ เหมือนเรา "เป็นสิวในเส้นเลือด" เลยทีเดียว แถมตัวการอย่างโซเดียมก็ไม่ได้มีแค่ในน้ำปลาหรือเกลือนะ แต่มันแอบซ่อนอยู่ในผงชูรสและผงฟูที่ใส่ในขนมเบเกอรี่ด้วย

แอลกอฮอล์คือศัตรู หมอย้ำชัดๆ ว่าแอลกอฮอล์ไม่มีข้อดีเลย ที่เคยได้ยินว่าจิบไวน์วันละแก้วแล้วดีต่อหัวใจ เอาจริงๆ คือไม่คุ้มกัน เพราะมันจะไปพังระบบการนอนหลับลึก (REM Sleep) ทำให้ร่างกายเราไม่ได้ซ่อมแซมตัวเองตอนนอน

ทริคจัดการ "เบาหวาน" (ชนิดที่ 2) ให้อยู่หมัด แบบไม่ต้องพึ่งยา

หยุดเติมน้ำตาล เลิกเด็ดขาดทั้งน้ำหวาน ขนม เบเกอรี่ และพวกลดคาร์บแปรรูปอย่าง "เส้นก๋วยเตี๋ยว" ถ้าอยากกินแป้งให้เลือกกิน "ข้าว" (แค่วันละ 1-2 ทัพพีพอ) หรือเน้นกินผักใบเขียวไปเลย

ใช้ "กล้ามเนื้อ" ช่วยดูดน้ำตาล กล้ามเนื้อเราทำงานเหมือน "ฟองน้ำ" คอยดูดน้ำตาลออกจากเลือด ยิ่งถ้าเรายกเวทเทรนนิ่งสร้างกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ อย่างช่วงขาและแผ่นหลัง จะยิ่งช่วยลดน้ำตาลได้ดีสุดๆ

อย่านอนดึก การนอนดึกแถมยังไถมือถือก่อนนอน จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) ออกมา ซึ่งเจ้านี่แหละที่ทำให้น้ำตาลในเลือดเราพุ่งปรี๊ด

ลองทำ IF ดูสิ ให้มองว่าอินซูลินคือ "คุณแม่บ้าน" ถ้าเรากินจุกจิกทั้งวัน ก็เหมือนบังคับแม่บ้านทำโอทีไม่ได้พักจนเหนื่อยล้า (นี่แหละคือภาวะดื้ออินซูลิน) ลองกำหนดเวลากินดู (เช่น กินแค่ช่วง 8 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น) แม่บ้านอินซูลินจะได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

ลบความเชื่อผิดๆ เรื่อง "โรคมะเร็ง" และ "โรคเก๊าท์"

มะเร็งเกิดจากร่างกายอักเสบเรื้อรัง ความอ้วนและการกินหวานๆ ทำให้เซลล์เราอักเสบซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนภูมิคุ้มกันรวนและเพี้ยนไปหมด สุดท้ายก็อาจกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งได้

มะเร็งบางอย่างฉีดวัคซีนป้องกันได้นะ
- ไวรัส HPV ตัวการมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง และมะเร็งทวารหนัก/อวัยวะเพศในผู้ชาย (ฉะนั้นผู้ชายก็ควรไปฉีดป้องกันไว้)
- ไวรัสตับอักเสบบี ตัวการมะเร็งตับ ใครยังไม่มีภูมิควรไปฉีดเลย

เชื้อมะเร็งกระเพาะอาหาร (H. Pylori) ติดต่อกันง่ายมากแค่กินข้าวร่วมโต๊ะกัน หรือกินน้ำแข็งที่ไม่สะอาด ถ้าสงสัยไปขอหมอตรวจได้เลย ทั้งแบบเป่าลมหายใจ ตรวจอึ หรือส่องกล้อง

มะเร็งลำไส้ใหญ่ มักไม่เตือนล่วงหน้า ระยะแรกแทบไม่มีอาการเลย แต่ถ้ารู้สึกหน้าซีดๆ อาจแปลว่ามีเลือดออกในลำไส้ ใครอายุ 45 ปีขึ้นไป ควรไปส่องกล้องตรวจเช็คได้แล้ว

เป็นเก๊าท์ เลิกโทษไก่ได้แล้ว สาเหตุจริงๆ ที่ทำใหกรดยูริกสูงปี๊ด ไม่ใช่เนื้อสัตว์ปีก แต่มาจาก "แอลกอฮอล์" (โดยเฉพาะเบียร์) และ "น้ำตาลฟรุกโตส" (พวกน้ำเชื่อมหรือน้ำผลไม้หวานๆ) พอกินเข้าไปมันจะพุ่งไปที่ตับแล้วเปลี่ยนสภาพเป็นทั้งไขมันและกรดยูริก

ทริคกิน-นอน-ขยับร่างกาย แบบฉบับคนอยากสุขภาพดี

จัดลำดับการกินใหม่ อาหารไทยหลายอย่างน้ำตาลแฝงเยอะ (อย่างข้าวมันไก่ หรือน้ำพริกกะปิที่ใส่น้ำตาลปี๊บเยอะๆ) เคล็ดลับคือกินตามลำดับนี้
1. กินผักก่อน (ไปเคลือบกระเพาะ)
2. ตามด้วยเนื้อสัตว์
3. จบด้วยข้าว วิธีนี้ผักจะช่วยชะลอไม่ให้ร่างกายดูดซึมน้ำตาลเร็วจนเกินไป

กินเสร็จลุกเดินเลย อย่าเพิ่งทิ้งตัวลงนอนหรือนั่งแช่ ให้ลุกเดินสัก 10-15 นาที แค่นี้ก็ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดลงไปได้ถึง 20% แล้ว

ท่านั่งลดน้ำตาล (Soleus Push-up) สำหรับคนติดโต๊ะทำงาน ให้นั่งแล้วใช้ปลายนิ้วเท้าจิกพื้น จากนั้นเขย่งส้นเท้าขึ้นมา ทำรัวๆ ไปเลย 50-100 ครั้ง กล้ามเนื้อน่องจะช่วยสูบน้ำตาลในเลือดไปใช้ได้ดีเยี่ยม

ทิ้ง 3 นิสัยแย่ๆ "นิ่ง - หวาน - ดึก"
- อย่านิ่ง ขยับตัวบ่อยๆ ไปออกกำลังกายสร้างกล้ามเนื้อ
- ลดหวาน บอกลาน้ำตาล แป้งขัดขาว และอาหารแปรรูป
- อย่านอนดึก พยายามเข้านอนก่อนเที่ยงคืน และนอนให้ได้ 6-8 ชั่วโมง

สูตรลับ 3-2-1 ก่อนนอน
- ก่อนนอน 3 ชั่วโมง "หยุดกิน" อาหารทุกอย่าง
- ก่อนนอน 2 ชั่วโมง "หยุดดื่มน้ำ" (จะได้หลับสนิท ไม่ต้องลุกมาฉี่กลางดึก)
- ก่อนนอน 1 ชั่วโมง "หยุดเล่นมือถือ" (ลดความเครียด ให้สมองผ่อนคลายพร้อมนอน)

Cr. FBอรรถรส-สรุปข่าว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่