สวัสดีครับผมชื่อว่า แป้ม ผมเป็นช่างก่อสร้าง,กรรมกร ผมอาศัยอยู่ที่จังหวัด เชียงใหม่ เมื่อวานผมพึ่งได้รับงานไปทำที่แถวหมู่บ้านแห่งนึงในอำเภอแม่แจ่ม โดยงานนี้พวกผมมาฉาบปูน บ้านหลังนี้จะมีประมาณ2ชั้น มีพื้นที่เปียกชื้นเพราะเมื่อคืนฝนพึ่งตกไป
ภาพทางขึ้นบันได:
ในทีแรกขึ้นบันไดไปก็ไม่มีอะไร ผมก็ฉาบปูนไปทีละแผง ในระหว่างที่ผมกำลังรอกรรมกรผสมปูนอยู่นั้น ผมก็สังเกตุตรงทางลงบันไดอีกฝั่ง มันมีคนงานของอีกกลุ่มอยู่อีกฝั่ง เขามุงดูอะไรสักอย่างด้วยความที่ว่างอยู่ผมเลยเดินไปถามพวกเขาว่า'มุงดูอะไรกันหรอครับ'
ภาพบันไดทางลงอีกฝั่ง:
ทีมงานไม่ตอบอะไรมากพวกเขาชี้ให้ผมดูแทน สภาพของมันมีเส้นผมและเถาวัลย์และหญ้างอกขึ้นมาทั้งที่ในส่วนอื่นของบ้านไม่มี มันแปลกมากในขณะที่ผมกำลังยืนดูอยู่ น้องสาวของผมก็หิ้วถังใส่ปูนมา น้องสาวผมก็วางไว้ให้ ผมเลยกลับไปทำงานต่อ แต่ในใจก็ยังคงสงสัยว่าทำไมถึงมีเถาวัลย์กับเส้นผมอยู่ในบ้านที่พึ่งก่ออิฐขึ้นมา บางทีมันอาจจะเป็นเพราะหยุดไปนานแล้วไม่ทีใครมาดูแลละมั้ง ส่วนเส้นนั้นอาจจะไม่ใช่ผมก็ได้ อาจจะเป็นรากไม้หรืออุปกรณ์การช่างสักอย่างที่ผมไม่รู้จักก็ได้ (ผมคิดในใจแบบนั้น ปลอบตัวเองที่เริ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมาแล้ว)
ภาพเถาวัลย์:
ในขณะที่ผมกำลังพักเที่ยงกินข้าว คนงานกลุ่มผมก็คุยกันไปตามภาษา จู่ๆบทสนทนาก็เริ่มจริงจังขึ้น ทุกคนเริ่มคุยเรื่องเถาวัลย์ที่งอกขึ้นทางอีกฝั่งของตรงทางลงบันไดและเส้นผมวางไว้ทุกคนเริ่มตั้งทฤษฎีต่างๆเช่น คนก่อรุ่นก่อนอาจจะหยุดไปนานจนไม่ได้มีการมาตรวจ บางคนก็บอกว่าอาจจะเป็นส่วนที่โดนฝนเยอะที่สุดเลยขึ้นตะไคร่น้ำ เถาวัลย์ ส่วนเส้นผมอาจจะเป็นรากไม้ ในขณะที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่ เจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาพูดว่า "กินกันเสร็จก็กลับได้เลยนะครับ หรือจะอยู่ต่อจนกว่าจะถึง3โมงเย็นก็ได้"แล้วเขาก็กลับขึ้นรถเก๋งไป
พวกผมกำลังงงกับคำพูดดังกล่าว แต่ก็ไม่สนใจอะไร พวกผมก็เลยตัดสินใจขึ้นไปทำงานกันต่อ พวกผมไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเจ้าของบ้านกันนัก รู้ตัวอีกที่นี่ก็จะทุ่มครึ่งแล้ว
ในขณะที่พวกเรากำลังจะเตรียมตัวกลับบ้าน น้องสาวของผมก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
(คืองี้นะครับบ้านมันจะมีทางเดินตรงไปง
อีก7-8ก้าวแล้วจะเจอห้องน้ำที่เป็นห้องปูนขนาดเล็ก)
น้องสาวผมก็วิ่งมาด้วยหน้าตกใจตื่นตระหนก
แล้วพูดว่า"แม่แกล้งหลอกผีหนูทำไม"
พวกผมก็ทำหน้าถอดสี เริ่มงงกับเพราะแม่ของผมก็นอนอยู่หลังกระบะ
น้องสาวผมเล่าว่าเห็นผู้หญิงผมยาวยืนเหนือประตู
(ตรงร่องประตูด้านบนเขาจะเว้นไว้ครับ ใครยืนก็เห็น)
แต่พอลองคิดดูแม่ผมไม่สูงถึงขั้นเห็นได้ผ่านช่องประตูด้านบน
พวกผมเลิกคิดเลยเตรียมตัวจะกลับกัน แต่ในหัวผมก็คิดถึงเรื่องในวันนี้คิดไปคิดมา รู้ตัวอีกทีผมก็ตื่นมาถึงบ้านแล้ว
ในวันนี้ผมก็มมาทำงานตามปกติ แค่ในวันนี้พวกเราตัดสินใจว่าจะกลับหลังบ่าย3
ในขณะเรากำลังกินข้าวกันอยู่ผมที่แยกตัวออกทานั่งเล่นนอกเสื้อที่เขากินข้าวกันอยู่ ก็มีชายเก็บขวดคนนึงเดินผ่านมา เขาเข้ามาถามว่า เจอน้องผีชมพู่แล้วใช่มั้ย เขาได้ยินจากเมื่อคืนหลังที่เขาวิ่งรถซื้อของเก่าอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงน้องสาวผมกรีดร้องและเล่าเรื่องเจอผู้หญิงประหลาดหน้าห้องนํ้า
ผมไม่ทันถามอะไรแกก็เล่าทันที
เมื่อสองปีก่อน มีครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านสองชั้นท้ายหมู่บ้าน ประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูกสาววัย 7 ขวบชื่อชมพู่ และสุนัขตัวหนึ่ง
คืนเกิดเหตุ พ่อออกไปทำงานกะดึก ส่วนแม่ทำโอทีที่ออฟฟิศ ชมพู่จึงอยู่บ้านเพียงลำพังกับสุนัข
เวลาประมาณตีหนึ่ง มีโจรพยายามบุกรุกเข้าบ้าน สุนัขเข้ากัดและไล่โจรจนเกิดการต่อสู้ ด้วยความตกใจ โจรจึงขว้างระเบิดที่พกติดตัวมาเข้าไปในบ้าน แต่ระเบิดกระแทกขอบประตูและตกกลับเข้าไปด้านใน
แรงระเบิดคร่าชีวิตชมพู่และสุนัขของเธอทันที
หลังงานศพผ่านไปหลายสัปดาห์ ชาวบ้านเริ่มเล่าถึงสิ่งผิดปกติ บางคนพบเห็นร่างสีดำขนาดใหญ่ เดินด้วยแขนขาทั้งสี่ มีผมยาวถึงสะโพก ใบหน้าเรียบไร้รายละเอียด ยกเว้นดวงตากลมสีขาวสองดวง
มันจะปรากฏตัวเฉพาะช่วงดึกและมักอยู่ใกล้บ้านหลังเดิมพ่อของชมพู่เชื่อว่าวิญญาณลูกสาวยังคงอยู่ที่นั่น เขาจึงตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหม่บนพื้นที่เดิม เพื่อให้เธอมีที่อยู่และไม่ออกไปสร้างความหวาดกลัวแก่คนในหมู่บ้าน
แต่ไม่มีช่างกลุ่มไหนทำงานต่อจนเสร็จ
คนงานหลายคนอ้างว่าได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ เห็นเงาดำเคลื่อนไหวตามทางเดิน และพบเถาวัลย์เลื้อยขึ้นตามผนังทุกเช้า ทั้งที่ถอนออกไปหมดแล้วในคืนก่อน
ชาวบ้านเชื่อว่าเถาวัลย์เหล่านั้นคือสิ่งที่ชมพู่สร้างขึ้นเพื่อแกล้งช่าง เหมือนเด็กที่กำลังเล่นสนุกกับคนแปลกหน้า
ปัจจุบัน บ้านหลังนั้นยังสร้างไม่เสร็จ และไม่มีใครกล้าเข้าไปหลังพระอาทิตย์ตก
ไม่มีช่างกลุ่มไหนอยู่ทำต่อจนเสร็จ
พอผมฟังเสร็จผมก็ถึงเย็นยะเยือก เพราะลักษณะที่ชายแกพูดมันตรงกับที่ร้องสาวผมเล่าให้ฟังเลย ส่วนพวกเถาวัลย์และเส้นผมก็เป็นฝีมือของเธอนี่เอง พวกเรารีบกินข้าวเสร็จก็รีบกลับบ้าน พวกเราแจ้งเจ้าของบ้านแล้วว่าจะไม่กลับทาที่นี่อีก แล้วก็บล็อกไลน์เจ้าของบ้านทันที
ภาพสเก็ตช์ลักษณะของผีชมพู่:
ผมเป็นช่างก่อสร้าง
ภาพทางขึ้นบันได:
ในทีแรกขึ้นบันไดไปก็ไม่มีอะไร ผมก็ฉาบปูนไปทีละแผง ในระหว่างที่ผมกำลังรอกรรมกรผสมปูนอยู่นั้น ผมก็สังเกตุตรงทางลงบันไดอีกฝั่ง มันมีคนงานของอีกกลุ่มอยู่อีกฝั่ง เขามุงดูอะไรสักอย่างด้วยความที่ว่างอยู่ผมเลยเดินไปถามพวกเขาว่า'มุงดูอะไรกันหรอครับ'
ภาพบันไดทางลงอีกฝั่ง:
ทีมงานไม่ตอบอะไรมากพวกเขาชี้ให้ผมดูแทน สภาพของมันมีเส้นผมและเถาวัลย์และหญ้างอกขึ้นมาทั้งที่ในส่วนอื่นของบ้านไม่มี มันแปลกมากในขณะที่ผมกำลังยืนดูอยู่ น้องสาวของผมก็หิ้วถังใส่ปูนมา น้องสาวผมก็วางไว้ให้ ผมเลยกลับไปทำงานต่อ แต่ในใจก็ยังคงสงสัยว่าทำไมถึงมีเถาวัลย์กับเส้นผมอยู่ในบ้านที่พึ่งก่ออิฐขึ้นมา บางทีมันอาจจะเป็นเพราะหยุดไปนานแล้วไม่ทีใครมาดูแลละมั้ง ส่วนเส้นนั้นอาจจะไม่ใช่ผมก็ได้ อาจจะเป็นรากไม้หรืออุปกรณ์การช่างสักอย่างที่ผมไม่รู้จักก็ได้ (ผมคิดในใจแบบนั้น ปลอบตัวเองที่เริ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมาแล้ว)
ภาพเถาวัลย์:
ในขณะที่ผมกำลังพักเที่ยงกินข้าว คนงานกลุ่มผมก็คุยกันไปตามภาษา จู่ๆบทสนทนาก็เริ่มจริงจังขึ้น ทุกคนเริ่มคุยเรื่องเถาวัลย์ที่งอกขึ้นทางอีกฝั่งของตรงทางลงบันไดและเส้นผมวางไว้ทุกคนเริ่มตั้งทฤษฎีต่างๆเช่น คนก่อรุ่นก่อนอาจจะหยุดไปนานจนไม่ได้มีการมาตรวจ บางคนก็บอกว่าอาจจะเป็นส่วนที่โดนฝนเยอะที่สุดเลยขึ้นตะไคร่น้ำ เถาวัลย์ ส่วนเส้นผมอาจจะเป็นรากไม้ ในขณะที่พวกเรากำลังคุยกันอยู่ เจ้าของบ้านก็เดินเข้ามาพูดว่า "กินกันเสร็จก็กลับได้เลยนะครับ หรือจะอยู่ต่อจนกว่าจะถึง3โมงเย็นก็ได้"แล้วเขาก็กลับขึ้นรถเก๋งไป
พวกผมกำลังงงกับคำพูดดังกล่าว แต่ก็ไม่สนใจอะไร พวกผมก็เลยตัดสินใจขึ้นไปทำงานกันต่อ พวกผมไม่ได้ใส่ใจคำพูดของเจ้าของบ้านกันนัก รู้ตัวอีกที่นี่ก็จะทุ่มครึ่งแล้ว
ในขณะที่พวกเรากำลังจะเตรียมตัวกลับบ้าน น้องสาวของผมก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ
(คืองี้นะครับบ้านมันจะมีทางเดินตรงไปง
อีก7-8ก้าวแล้วจะเจอห้องน้ำที่เป็นห้องปูนขนาดเล็ก)
น้องสาวผมก็วิ่งมาด้วยหน้าตกใจตื่นตระหนก
แล้วพูดว่า"แม่แกล้งหลอกผีหนูทำไม"
พวกผมก็ทำหน้าถอดสี เริ่มงงกับเพราะแม่ของผมก็นอนอยู่หลังกระบะ
น้องสาวผมเล่าว่าเห็นผู้หญิงผมยาวยืนเหนือประตู
(ตรงร่องประตูด้านบนเขาจะเว้นไว้ครับ ใครยืนก็เห็น)
แต่พอลองคิดดูแม่ผมไม่สูงถึงขั้นเห็นได้ผ่านช่องประตูด้านบน
พวกผมเลิกคิดเลยเตรียมตัวจะกลับกัน แต่ในหัวผมก็คิดถึงเรื่องในวันนี้คิดไปคิดมา รู้ตัวอีกทีผมก็ตื่นมาถึงบ้านแล้ว
ในวันนี้ผมก็มมาทำงานตามปกติ แค่ในวันนี้พวกเราตัดสินใจว่าจะกลับหลังบ่าย3
ในขณะเรากำลังกินข้าวกันอยู่ผมที่แยกตัวออกทานั่งเล่นนอกเสื้อที่เขากินข้าวกันอยู่ ก็มีชายเก็บขวดคนนึงเดินผ่านมา เขาเข้ามาถามว่า เจอน้องผีชมพู่แล้วใช่มั้ย เขาได้ยินจากเมื่อคืนหลังที่เขาวิ่งรถซื้อของเก่าอยู่นั้น เขาก็ได้ยินเสียงน้องสาวผมกรีดร้องและเล่าเรื่องเจอผู้หญิงประหลาดหน้าห้องนํ้า
ผมไม่ทันถามอะไรแกก็เล่าทันที
เมื่อสองปีก่อน มีครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ในบ้านสองชั้นท้ายหมู่บ้าน ประกอบด้วยพ่อ แม่ ลูกสาววัย 7 ขวบชื่อชมพู่ และสุนัขตัวหนึ่ง
คืนเกิดเหตุ พ่อออกไปทำงานกะดึก ส่วนแม่ทำโอทีที่ออฟฟิศ ชมพู่จึงอยู่บ้านเพียงลำพังกับสุนัข
เวลาประมาณตีหนึ่ง มีโจรพยายามบุกรุกเข้าบ้าน สุนัขเข้ากัดและไล่โจรจนเกิดการต่อสู้ ด้วยความตกใจ โจรจึงขว้างระเบิดที่พกติดตัวมาเข้าไปในบ้าน แต่ระเบิดกระแทกขอบประตูและตกกลับเข้าไปด้านใน
แรงระเบิดคร่าชีวิตชมพู่และสุนัขของเธอทันที
หลังงานศพผ่านไปหลายสัปดาห์ ชาวบ้านเริ่มเล่าถึงสิ่งผิดปกติ บางคนพบเห็นร่างสีดำขนาดใหญ่ เดินด้วยแขนขาทั้งสี่ มีผมยาวถึงสะโพก ใบหน้าเรียบไร้รายละเอียด ยกเว้นดวงตากลมสีขาวสองดวง
มันจะปรากฏตัวเฉพาะช่วงดึกและมักอยู่ใกล้บ้านหลังเดิมพ่อของชมพู่เชื่อว่าวิญญาณลูกสาวยังคงอยู่ที่นั่น เขาจึงตัดสินใจสร้างบ้านหลังใหม่บนพื้นที่เดิม เพื่อให้เธอมีที่อยู่และไม่ออกไปสร้างความหวาดกลัวแก่คนในหมู่บ้าน
แต่ไม่มีช่างกลุ่มไหนทำงานต่อจนเสร็จ
คนงานหลายคนอ้างว่าได้ยินเสียงเด็กหัวเราะ เห็นเงาดำเคลื่อนไหวตามทางเดิน และพบเถาวัลย์เลื้อยขึ้นตามผนังทุกเช้า ทั้งที่ถอนออกไปหมดแล้วในคืนก่อน
ชาวบ้านเชื่อว่าเถาวัลย์เหล่านั้นคือสิ่งที่ชมพู่สร้างขึ้นเพื่อแกล้งช่าง เหมือนเด็กที่กำลังเล่นสนุกกับคนแปลกหน้า
ปัจจุบัน บ้านหลังนั้นยังสร้างไม่เสร็จ และไม่มีใครกล้าเข้าไปหลังพระอาทิตย์ตก
ไม่มีช่างกลุ่มไหนอยู่ทำต่อจนเสร็จ
พอผมฟังเสร็จผมก็ถึงเย็นยะเยือก เพราะลักษณะที่ชายแกพูดมันตรงกับที่ร้องสาวผมเล่าให้ฟังเลย ส่วนพวกเถาวัลย์และเส้นผมก็เป็นฝีมือของเธอนี่เอง พวกเรารีบกินข้าวเสร็จก็รีบกลับบ้าน พวกเราแจ้งเจ้าของบ้านแล้วว่าจะไม่กลับทาที่นี่อีก แล้วก็บล็อกไลน์เจ้าของบ้านทันที
ภาพสเก็ตช์ลักษณะของผีชมพู่: