สวัสดีครับทุกคน ปัจจุบันผมอายุ16ปี
จุดประสงค์ของกระทู้นี้คือต้องการเตือนถึงผลกระทบของการบูลลี่ ไม่มีเจตุนาว่าร้ายใครและนี่คือกระทู้แรกของผม
ย้อนกลับไปตอนนั้นผมเรียนอยู่ ป.4/6
แต่ก่อนจะมาป.4/6ผมขอเล่าก่อนว่า
แต่ก่อนผมเรียกได้ว่าค่อนข้างเกเรแต่เรียนดีนะเกรด4ตลอด
จนกระทั่งเมื่อผมโตขึ้นมาเพื่อนก็เริ่มได้แยกห้องกัน
จนเข้าสู่เรื่องราวของป.4/6
ผมย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้วันแรกผมเดินเข้าไปในห้อง
ฟิลแบบเจอเพื่อนใหม่ครั้งแรก
เนื่องจากว่าผมอยู่ป.3/1มาก่อนพอย้ายมา4/6
ทำให้ไม่เจอเพื่อนที่เคยอยู่ด้วยสักเท่าไหร่พอจำได้ว่ารู้จักเพื่อนแค่2คน แต่อีกคนหนึ่งที่ผมเดินเข้าห้องปุ๊บแล้วมองก่อนเลยคือขอใช้นามสมมุติว่า C ผมมองหน้าเขาแล้วแบบ"จริงดิ"เขาคนนั้นคือเพื่อนร่วมห้องตอน 1/2 ตอนนั้นเรามีความ สัมพันธ์กันที่ไม่ดีมากนักห้องแบ่งออกเป็น2แก๊ง ชอบหาเรื่องตีกันร้องไห้กันตลอด
แล้วผมก็มาเจอเขาอีกทีตอนป.4/6
เขาเปิดประเดิมเลยคือ"ใช่คนที่ชื่อ...ตอนปลาย.1ไหม"
และสิ่งที่ผมเลือกตอบคือพลาดมากๆ"ใช่"
ผมตอบออกไปทำให้เขารู้ว่า"นี่โจทเก่ากู"
ผมไม่ควรตอบแบบนั้นเพราะหน้าตาผมกับตอนป.1 ต่างกันมาก
แล้วเขาก็เริ่มแกล้งผมตั่งแต่วันนั้นทำให้เกรดของผมตกลงและพอขึ้นป.5 ผมก็ยังอยู่ห้องเดียวกันกับเขาอยู่
ผมเครียดมากๆผมมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียวในห้อง
ผมต้องทนมาตลอด3ปี
ยกตัวอย่างสิ่งที่เจอคือ
1.ตบหัวไม่ต่ำกว่า10ครั้งต่อ3ชั่วโมง
2.ล้อชื่อพ่อแม่ผม
3.แอบมาเขียนงานของผมจนผมต้องทำใหม่
4.มาป้ายขี้มูกใส่แขนผม
5.เทน้ำใส่สมุด
6.ขโมยตัง
มีอีกเยอะมากครับตลอด3ปี
ถ้าถามว่าทำไมไม่ตอบโต้
ถ้าเป็นตอนป.1ถ้าเป็นผมคนนั้นไอ้แสบคนนั้นคงจะต่อยมันร้องไห้ไปแล้ว แต่เสียใจด้วยตอนนั้นผมคือคนใหม่ที่กลับมาตั้งใจเรียนเพราะคำคำเดียว
"ถ้าได้เกรด4นะพ่อจะให้เลือกของเล่นเลย"
อีกอย่าง c มีพวกเยอะหนึ่งในกลุ่มของcคือ
นาย n คนนี้เขาเป็นนักเลงประจำกลุ่มเลยเขาคนนี้หน้าตาหน้ากลัวมาก
และมีอีกหลายคน
ผมเลยไม่กล้าตอบโต้
3ปีต่อมา
ผมขึ้น ม.1
ผมคิดว่าผมจะได้หลีกหนีปัญหาและความโหดร้ายที่ได้เจอมาจนกระทั่ง
วันแรกของการเปิดเรียน
มีเพื่อนผู้หญิงเข้ามาถามผม
ผมก็จอบแบบอายๆไปและไม่กล้าสบตา
และคำต่อจากนี้ที่ผมได้ยินคือ
"เต็มป่าววะ"
และเมื่อเข้าเรียนได้1เทอมเต็มก็มีปัญหาอีกแล้ว
นักเลงประจำห้องเริ่มเล็งเป้ามาที่ผม ให้นามสมมุติว่า
นาย ข และนาย ต
ข และ ต เป็นตัวนำแก๊งเกเรในห้อง
นาย ข จะชอบล้อผมประจำว่า
"ไอ้เอ๋อ"
เพราะผมทำตัว เอ๋อตอนวันที่เปิดเทอมมาจริงๆ
สาเหตุเพราะผมอาศัยอยู่กับ พี่สาวตอนประถมและมักจะได้รับนิสัยจากพี่สาวมา
จนผมชอบกระทืบเท้าและทำเสียงแหลมตอนโกรธแต่ก็ทำอะไร แต่แทนที่เขาจะล้อว่า"ไอ้ตุ๊ด"เขาล้อว่า"ไอเอ๋อ"
นับจากตอนนี้จนถึงปัจจุบันผม
เป็นโรคทางจิต
1.โรคกลัวผู้หญิง
ผมมักรู้สึกประม่าเมื่อยู่ใกล้ผู้หญิงจากเหตุการในอดีต
2.ออทิสติก
ใช่ครับผมเป็นแต่เป็นลักษณะอ่อนมากๆถ้าไม่สังเกตุจะไม่รู้เลย
เดาว่าน่าจะเป็นเพราะโดนตบหัวตอนประถมบ่อยๆ
รอยแผลนี้เจ็บปวดจนผมนึกตอนไหนใจผมจะเต้นและรู้สึกปวดอก จนถึงตอนนี้อะครับผมจะร้องไห้
ผมยังพิมพ์ไม่จบเลยด้วยซ้ำ
ขอโทษนะครับผมอาจจะเล่าได้อีกไม่ค่อยเยอะ
ผมตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า"ทำไมถึงเกิดกับกู"
"กูไปทำอะไรไห้วะ"
มีช่วงเวลาที่โลกของผมเหลือแค่ ผมและตุ๊กตาของผม
แต่ยังดีที่ม.2และม.3 ผมมีเพื่อนที่จริงใจและไม่มีคนเกเรในห้อง
แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นมันยังส่งผลอยู่
2ปีนั้นที่ผมได้มีความสุขได้ปรับตัวไม่เอ๋อแล้วครับ พฤติกรรมก็ดูเหมือนผู้ชายมากขึ้น
จนถึงตอนนี้ผมรู้สึกมั่นใจในตัวเองเรียนรู้ที่จะรับมือกับสิ่งๆต่างๆคนต่างๆ
ผมจะเล่าผลกระทบที่เกิดขึ้นเลยนะครับ
ผมเป็นคนเก็บตัวไม่กล้าเข้าสังคมตั้งแต่วันนั้น
เป็นซึมเศร้าเมื่อมีคนยกมือขึ้นข้างๆผมจะหลบก่อนเสมอเพราะความเคยชิน
ผมกลับบ้านมาร้องไห้ทุกวัน
เคยคิดที่จะจบความทรมานนี้ด้วยตนเอง
ไม่ว่าจะเป็นการ "ด้วยตัวเอง"
หรือ"จะ...มันเลยดีไหม"
ผมรู้ว่ามันผิดแต่สิ่งเดียวที่ทำให้ผมไม่ทำคือ
"ความหวังครับ"
ผมบอกกับตัวเอง"เดี๋ยวมันก็ผ่านไป"
จนตอนนี้ผม ม.4
เปิดเทอมมาเพื่อนหายหมดทั้งโรงเรียนมีเพื่อนแค่ 3คน
ต้องทำเรื่องย้ายห้อง
ลาบ่อยมากถูกผู้ปกครองดุเรื่องเกรดที่ลดลงเพราะผมเก็บเรื่องนี้มาเป็นความลับตลอดเรื่องที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้คือผมไม่ได้บอกท่านเลย
ปัจจุบัน ผมเริ่มปรับตัวได้เริ่มคุยกับคนรวมถึงเพื่อนผู้หญิง ผมพยายามเก็บอาการอยู่กำลังเรียนรู้
ความหน้าทึ่งคือ มันทำให้ผมกลัวดิ่งกับชีวิตแต่สิ่งที่ได้มาคือ ทักษะการคิดวิเคราะ อ่านคนออก แถมยังเล่นเกมใช้สมองวางแผนเก่ง
มีความคิดสร้างสรรค์ระดับ promax
ตอนนี้กำลังฝึกสบตาคนอื่น
555🤣เหมือนผมเป็นเอเลี่ยนที่กำลังปรับตัวเมื่อเข้ามาสู่โลกวันแรกเลย
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
หวังว่าคุณจะได้ข้อคิดไม่มากก็น้อยเกี่ยวกับคำพูดที่ดูไม่มีอะไรแต่มันจะส่งผลกับใครบางคนได้ถึงหลายปี
ใครที่มีพฤติกรรมชอบว่าร้ายเพื่อนล้อเพื่อน
พรุ่งนี้ลอง ไปชวนเขาคนนั้นมาเล่นด้วยกันหรือทำกิจกรรมอะไรสักอย่างนะครับเดินเข้าไปกอดคอเลยยังไงก็ได้เพื่อนเพิ่มแน่นอน ลองคุยกันผมรู้ว่า มันดูน่าอายแต่เพื่อนๆจะได้รักคุณ ผมรุ้ว่าคุณมีปัญหาและอารมที่แปรปรวน ลองยิ้มดูครับและหัวเราะไปกลับคนอื่นๆมองทุกคนเป็นเพื่อนครับ
สุดท้ายขอฝากข้อความถึงเพื่อน c คนนั้น
ตรงนี้ขออณุญาต พูดผู้ชื่อเล่นของเขานะครับเพราะยังไงซะชื่อเล่นนี้น่าจะมีหลายคนและผมไม่มีเจตนาทำให้คนชื่อนี้เสื่อมเสียนะครับ
"ว่าไง com เพื่อนตอนนี้เป็นยังไงบ้างวะกูไม่ได้ต้องการเอาคืนหรืออะไร ถ้ากุไปทำอะไรให้ไม่พอใจกุขอโทษ แค่อยากรู้ว่าทำไมถึงเลือกทำแบบนี้วะ"
ผมถูกบูลลี่ในโรงเรียนและนี่คือผลกระทบของมัน
จุดประสงค์ของกระทู้นี้คือต้องการเตือนถึงผลกระทบของการบูลลี่ ไม่มีเจตุนาว่าร้ายใครและนี่คือกระทู้แรกของผม
ย้อนกลับไปตอนนั้นผมเรียนอยู่ ป.4/6
แต่ก่อนจะมาป.4/6ผมขอเล่าก่อนว่า
แต่ก่อนผมเรียกได้ว่าค่อนข้างเกเรแต่เรียนดีนะเกรด4ตลอด
จนกระทั่งเมื่อผมโตขึ้นมาเพื่อนก็เริ่มได้แยกห้องกัน
จนเข้าสู่เรื่องราวของป.4/6
ผมย้ายเข้ามาอยู่ห้องนี้วันแรกผมเดินเข้าไปในห้อง
ฟิลแบบเจอเพื่อนใหม่ครั้งแรก
เนื่องจากว่าผมอยู่ป.3/1มาก่อนพอย้ายมา4/6
ทำให้ไม่เจอเพื่อนที่เคยอยู่ด้วยสักเท่าไหร่พอจำได้ว่ารู้จักเพื่อนแค่2คน แต่อีกคนหนึ่งที่ผมเดินเข้าห้องปุ๊บแล้วมองก่อนเลยคือขอใช้นามสมมุติว่า C ผมมองหน้าเขาแล้วแบบ"จริงดิ"เขาคนนั้นคือเพื่อนร่วมห้องตอน 1/2 ตอนนั้นเรามีความ สัมพันธ์กันที่ไม่ดีมากนักห้องแบ่งออกเป็น2แก๊ง ชอบหาเรื่องตีกันร้องไห้กันตลอด
แล้วผมก็มาเจอเขาอีกทีตอนป.4/6
เขาเปิดประเดิมเลยคือ"ใช่คนที่ชื่อ...ตอนปลาย.1ไหม"
และสิ่งที่ผมเลือกตอบคือพลาดมากๆ"ใช่"
ผมตอบออกไปทำให้เขารู้ว่า"นี่โจทเก่ากู"
ผมไม่ควรตอบแบบนั้นเพราะหน้าตาผมกับตอนป.1 ต่างกันมาก
แล้วเขาก็เริ่มแกล้งผมตั่งแต่วันนั้นทำให้เกรดของผมตกลงและพอขึ้นป.5 ผมก็ยังอยู่ห้องเดียวกันกับเขาอยู่
ผมเครียดมากๆผมมีเพื่อนสนิทแค่คนเดียวในห้อง
ผมต้องทนมาตลอด3ปี
ยกตัวอย่างสิ่งที่เจอคือ
1.ตบหัวไม่ต่ำกว่า10ครั้งต่อ3ชั่วโมง
2.ล้อชื่อพ่อแม่ผม
3.แอบมาเขียนงานของผมจนผมต้องทำใหม่
4.มาป้ายขี้มูกใส่แขนผม
5.เทน้ำใส่สมุด
6.ขโมยตัง
มีอีกเยอะมากครับตลอด3ปี
ถ้าถามว่าทำไมไม่ตอบโต้
ถ้าเป็นตอนป.1ถ้าเป็นผมคนนั้นไอ้แสบคนนั้นคงจะต่อยมันร้องไห้ไปแล้ว แต่เสียใจด้วยตอนนั้นผมคือคนใหม่ที่กลับมาตั้งใจเรียนเพราะคำคำเดียว
"ถ้าได้เกรด4นะพ่อจะให้เลือกของเล่นเลย"
อีกอย่าง c มีพวกเยอะหนึ่งในกลุ่มของcคือ
นาย n คนนี้เขาเป็นนักเลงประจำกลุ่มเลยเขาคนนี้หน้าตาหน้ากลัวมาก
และมีอีกหลายคน
ผมเลยไม่กล้าตอบโต้
3ปีต่อมา
ผมขึ้น ม.1
ผมคิดว่าผมจะได้หลีกหนีปัญหาและความโหดร้ายที่ได้เจอมาจนกระทั่ง
วันแรกของการเปิดเรียน
มีเพื่อนผู้หญิงเข้ามาถามผม
ผมก็จอบแบบอายๆไปและไม่กล้าสบตา
และคำต่อจากนี้ที่ผมได้ยินคือ
"เต็มป่าววะ"
และเมื่อเข้าเรียนได้1เทอมเต็มก็มีปัญหาอีกแล้ว
นักเลงประจำห้องเริ่มเล็งเป้ามาที่ผม ให้นามสมมุติว่า
นาย ข และนาย ต
ข และ ต เป็นตัวนำแก๊งเกเรในห้อง
นาย ข จะชอบล้อผมประจำว่า
"ไอ้เอ๋อ"
เพราะผมทำตัว เอ๋อตอนวันที่เปิดเทอมมาจริงๆ
สาเหตุเพราะผมอาศัยอยู่กับ พี่สาวตอนประถมและมักจะได้รับนิสัยจากพี่สาวมา
จนผมชอบกระทืบเท้าและทำเสียงแหลมตอนโกรธแต่ก็ทำอะไร แต่แทนที่เขาจะล้อว่า"ไอ้ตุ๊ด"เขาล้อว่า"ไอเอ๋อ"
นับจากตอนนี้จนถึงปัจจุบันผม
เป็นโรคทางจิต
1.โรคกลัวผู้หญิง
ผมมักรู้สึกประม่าเมื่อยู่ใกล้ผู้หญิงจากเหตุการในอดีต
2.ออทิสติก
ใช่ครับผมเป็นแต่เป็นลักษณะอ่อนมากๆถ้าไม่สังเกตุจะไม่รู้เลย
เดาว่าน่าจะเป็นเพราะโดนตบหัวตอนประถมบ่อยๆ
รอยแผลนี้เจ็บปวดจนผมนึกตอนไหนใจผมจะเต้นและรู้สึกปวดอก จนถึงตอนนี้อะครับผมจะร้องไห้
ผมยังพิมพ์ไม่จบเลยด้วยซ้ำ
ขอโทษนะครับผมอาจจะเล่าได้อีกไม่ค่อยเยอะ
ผมตั้งคำถามกับตัวเองเสมอว่า"ทำไมถึงเกิดกับกู"
"กูไปทำอะไรไห้วะ"
มีช่วงเวลาที่โลกของผมเหลือแค่ ผมและตุ๊กตาของผม
แต่ยังดีที่ม.2และม.3 ผมมีเพื่อนที่จริงใจและไม่มีคนเกเรในห้อง
แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นมันยังส่งผลอยู่
2ปีนั้นที่ผมได้มีความสุขได้ปรับตัวไม่เอ๋อแล้วครับ พฤติกรรมก็ดูเหมือนผู้ชายมากขึ้น
จนถึงตอนนี้ผมรู้สึกมั่นใจในตัวเองเรียนรู้ที่จะรับมือกับสิ่งๆต่างๆคนต่างๆ
ผมจะเล่าผลกระทบที่เกิดขึ้นเลยนะครับ
ผมเป็นคนเก็บตัวไม่กล้าเข้าสังคมตั้งแต่วันนั้น
เป็นซึมเศร้าเมื่อมีคนยกมือขึ้นข้างๆผมจะหลบก่อนเสมอเพราะความเคยชิน
ผมกลับบ้านมาร้องไห้ทุกวัน
เคยคิดที่จะจบความทรมานนี้ด้วยตนเอง
ไม่ว่าจะเป็นการ "ด้วยตัวเอง"
หรือ"จะ...มันเลยดีไหม"
ผมรู้ว่ามันผิดแต่สิ่งเดียวที่ทำให้ผมไม่ทำคือ
"ความหวังครับ"
ผมบอกกับตัวเอง"เดี๋ยวมันก็ผ่านไป"
จนตอนนี้ผม ม.4
เปิดเทอมมาเพื่อนหายหมดทั้งโรงเรียนมีเพื่อนแค่ 3คน
ต้องทำเรื่องย้ายห้อง
ลาบ่อยมากถูกผู้ปกครองดุเรื่องเกรดที่ลดลงเพราะผมเก็บเรื่องนี้มาเป็นความลับตลอดเรื่องที่ผมเล่ามาทั้งหมดนี้คือผมไม่ได้บอกท่านเลย
ปัจจุบัน ผมเริ่มปรับตัวได้เริ่มคุยกับคนรวมถึงเพื่อนผู้หญิง ผมพยายามเก็บอาการอยู่กำลังเรียนรู้
ความหน้าทึ่งคือ มันทำให้ผมกลัวดิ่งกับชีวิตแต่สิ่งที่ได้มาคือ ทักษะการคิดวิเคราะ อ่านคนออก แถมยังเล่นเกมใช้สมองวางแผนเก่ง
มีความคิดสร้างสรรค์ระดับ promax
ตอนนี้กำลังฝึกสบตาคนอื่น
555🤣เหมือนผมเป็นเอเลี่ยนที่กำลังปรับตัวเมื่อเข้ามาสู่โลกวันแรกเลย
ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ
หวังว่าคุณจะได้ข้อคิดไม่มากก็น้อยเกี่ยวกับคำพูดที่ดูไม่มีอะไรแต่มันจะส่งผลกับใครบางคนได้ถึงหลายปี
ใครที่มีพฤติกรรมชอบว่าร้ายเพื่อนล้อเพื่อน
พรุ่งนี้ลอง ไปชวนเขาคนนั้นมาเล่นด้วยกันหรือทำกิจกรรมอะไรสักอย่างนะครับเดินเข้าไปกอดคอเลยยังไงก็ได้เพื่อนเพิ่มแน่นอน ลองคุยกันผมรู้ว่า มันดูน่าอายแต่เพื่อนๆจะได้รักคุณ ผมรุ้ว่าคุณมีปัญหาและอารมที่แปรปรวน ลองยิ้มดูครับและหัวเราะไปกลับคนอื่นๆมองทุกคนเป็นเพื่อนครับ
สุดท้ายขอฝากข้อความถึงเพื่อน c คนนั้น
ตรงนี้ขออณุญาต พูดผู้ชื่อเล่นของเขานะครับเพราะยังไงซะชื่อเล่นนี้น่าจะมีหลายคนและผมไม่มีเจตนาทำให้คนชื่อนี้เสื่อมเสียนะครับ
"ว่าไง com เพื่อนตอนนี้เป็นยังไงบ้างวะกูไม่ได้ต้องการเอาคืนหรืออะไร ถ้ากุไปทำอะไรให้ไม่พอใจกุขอโทษ แค่อยากรู้ว่าทำไมถึงเลือกทำแบบนี้วะ"