สวัสดีค่ะทุกคนที่เข้ามาอ่านในกระทู้นี้ นี่เป็นกระทู้แรกของเรา
เราอยู่ม.5 ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็กำลังเตรียมตัวตั้งใจที่สอบเข้ามหาลัย
อย่างแรกคือ เราตั้งใจที่จะตั้งกระทู้นี้เพราะ อยากจะมาระบาย และอยากได้คำแนะนำดีๆ จากใครหลายๆคนที่ ไม่ว่าคุณจะได้ยินคำพูดพวกนี้สักพันครั้ง ร้อยครั้ง มันก็ยังส่งผลกระทบต่อจิตใจทุกครั้งที่ได้ยิน แล้วต้องร้องไห้ออกมา....
เราจะเริ่มเล่าแล้วนะคะ เชิญรับฟังได้นะบัดนี้ค่ะ
ตอนม.ต้น เราเป็นเด็กที่ไม่ค่อยโฟกัสเรื่องเรียนสักเท่าไหร่ เกรดช่วงนั้นออกมาก็จะเกือบๆสาม แต่พอเราใกล้จะขึ้นม.ปลาย เราก็เปลี่ยนเพื่อนไปคบกับอีกกลุ่มนึง ตั้งใจเรียนจนเกรดอัพขึ้นมาเยอะ และก็ได้เข้าในสายที่อยากเรียน ม.4 เราก็ยังติดเล่นบ้าง ติดดูหนัง ติดนู่น ติดนี่เต็มไปหมดค่ะ แต่เราก็พยายามไม่ให้เรื่องพวกนี้ไปมีผลกระทบกับเรื่องเรียนมาก จนเกรดที่ได้ออกมาก็ยังไม่พอใจเรา ช่วงปิดเทอมก่อนจะขึ้นม.5 เราก็ดูข้อมูลเรื่อง มหาลัย คณะที่อยากเข้า การสอบมีอะไรบ้าง เขียนโพสอิสแปะไว้ตรงโต๊ะคอม เพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเอง แล้วก็หาซื้อหนังสือมานั่งอ่านทำความเข้าใจ เตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย ซึ่งทุกครั้งที่เราอ่านเราจะนั่งอ่านเวลาที่เราอยู่คนเดียว บางครั้งอาจจะอ่านให้พ่อแม่เห็นบ้าง แต่ก็น๊อยยยมาก เพราะเราอยากอ่านตอนที่เราอยู่คนเดียวมากกว่า แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ผู้ใหญ่ก็จะพูดว่า ทำไมไม่อ่านหนังสือ , แล้วมหาลัยจะสอบได้มั้ย , และคำพูดในหลายๆประโยคที่มันรุนแรง และส่งผลต่อจิตใจเราอย่างมาก ซึ่งไม่ว่าเราจะฟังมันกี่ครั้ง กี่รอบ ก็ไม่เคยที่จะไม่ร้องเลยสักครั้งค่ะ ในใจเราก็คิดว่า เขาก็คงเหนื่อยจากการทำงานมา อาจจะอารมณ์ขึ้นบ้าง เราก็ทำตัวปกติ ทำเป็นไม่ใส่ใจค่ะ แต่แท้จริงแล้ว...ก็แอบไปร้องไห้ตอนอาบน้ำบ้าง หรือไม่ทำเป็นขึ้นห้องนอนไป แล้วปล่อยโฮในห้องอีกทีค่ะ ซึ่งพ่อเราก็จะคอยปลอบตลอดทุกครั้งที่เจอเรามาแอบร้องไห้ แต่มันก็รู้สึกดีขึ้นแค่ช่วงนั้นแหล่ะค่ะ แต่หลายคนอาจจะคิดว่า เขาพูดเพื่อให้เราหึดสู้ และตั้งใจให้มากกว่านี้อะไรประมาณนี้ ใช่ค่ะ มันก็จริง แต่บางทีคำมันแรง จนไม่สามารถที่จะทนมันได้จริงๆ..... คำพูดเหล่านี้เราจะชอบเก็บเอามาคิดว่า เราแย่ขนาดนั้นเลยหรอวะ ทำไมวะ ทำไมไม่เห็นความตั้งใจของเราเลยอ่ะ... ทั้งๆที่ตั้งใจเรียนจนเกรดดีขึ้น เราท้อ ร้องไห้จนเป็นกาละมังเลยค่ะ พอเปิดเทอมขึ้นม.5 มา ซึ่งก็คือปัจจุบันตอนนี้ค่ะ เราก็ได้ไปสมัครคอสเตรียมตัวเข้ามหาลัยที่ที่นึงมาค่ะ ตอนแรกก็ว่าจะไม่เรียน เพราะไม่มีเพื่อน เรามนุษย์สัมพันธ์ค่อนข้างแย่ ไม่ค่อยกล้าทักใคร ชวนใครคุย แต่ก็เป็นห่วงแม่ เพราะแม่คาดหวังอยากให้ติดมหาลัยรัฐ เราก็เลย เอาวะ เรียนก็เรียน ไม่มีเพื่อนก็อยู่คนเดียวได้ ไปเรียน ไม่ได้ไปหาเพื่อน ปรากฏว่าพอได้เรียน ก็เจอเพื่อนห้องเดียวกันคนนึง โอเคอุ่นใจล่ะ ช่วงขึ้นม.5 มา เราก็พยายามทำการบ้านของวันนั้นที่เขาสั่งเลยค่ะ มีสอบก็นั่งอ่าน นั่งจดไว้ ย่อไว้อ่านอีกทีตอนก่อนสอบ เพราะเราอยากทำเกรดให้ดีกว่านี้ และล่าสุดคำพูดที่เราพึ่งได้ฟัง....คือคำว่า "คนอย่างนี้ไม่มีวันได้ดีหรอก" ชะงักเลยค่ะ..... น้ำตาจะไหล แอบมานั่งร้องไห้กับหมา หมาก็นอนมองเราร้องไห้ มันเป็นคำพูดที่ทำให้เราคิดว่า ถ้าสอบติดมหาลัยดีๆได้ จะไม่เอา

สักที่เลยค่ะ สละสิทธิ์

ให้หมด เรียนพิเศษติวก็จะไปลาออกไม่เรียน

ล่ะ.... แต่ก็ได้แค่คิดค่ะ เพราะก็ห่วงอนาคตตัวเอง ถ้าทำไปเราจะไม่มีโอกาส ที่จะกลับมาแก้ไขได้อีก
ก็มีเท่านี้แหล่ะค่ะ อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เราระบายออกมา เราไม่ได้มีเจตนาว่าพ่อแม่หรือไรนะคะ เราก็แค่ท้อใจอ่ะค่ะ เลยอยากมาตั้งกระทู้ระบาย และอยากได้คำแนะนำดีสำหรับคนที่เข้ามาอ่านค่ะ เราอาจจะเล่างง แต่ก็ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ ขอบคุณร่วงหน้าค่ะ
[เด็กม.ปลาย] ใจพังมาแล้วตั้งเท่าไหร่ กับคำพูดที่ฟังกี่ครั้งก็ยังทำใจฟังไม่ได้สักที
เราอยู่ม.5 ซึ่งเป็นช่วงที่หลายคนก็กำลังเตรียมตัวตั้งใจที่สอบเข้ามหาลัย
ตอนม.ต้น เราเป็นเด็กที่ไม่ค่อยโฟกัสเรื่องเรียนสักเท่าไหร่ เกรดช่วงนั้นออกมาก็จะเกือบๆสาม แต่พอเราใกล้จะขึ้นม.ปลาย เราก็เปลี่ยนเพื่อนไปคบกับอีกกลุ่มนึง ตั้งใจเรียนจนเกรดอัพขึ้นมาเยอะ และก็ได้เข้าในสายที่อยากเรียน ม.4 เราก็ยังติดเล่นบ้าง ติดดูหนัง ติดนู่น ติดนี่เต็มไปหมดค่ะ แต่เราก็พยายามไม่ให้เรื่องพวกนี้ไปมีผลกระทบกับเรื่องเรียนมาก จนเกรดที่ได้ออกมาก็ยังไม่พอใจเรา ช่วงปิดเทอมก่อนจะขึ้นม.5 เราก็ดูข้อมูลเรื่อง มหาลัย คณะที่อยากเข้า การสอบมีอะไรบ้าง เขียนโพสอิสแปะไว้ตรงโต๊ะคอม เพื่อเป็นกำลังใจให้ตัวเอง แล้วก็หาซื้อหนังสือมานั่งอ่านทำความเข้าใจ เตรียมตัวสอบเข้ามหาลัย ซึ่งทุกครั้งที่เราอ่านเราจะนั่งอ่านเวลาที่เราอยู่คนเดียว บางครั้งอาจจะอ่านให้พ่อแม่เห็นบ้าง แต่ก็น๊อยยยมาก เพราะเราอยากอ่านตอนที่เราอยู่คนเดียวมากกว่า แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นตามมาก็คือ ผู้ใหญ่ก็จะพูดว่า ทำไมไม่อ่านหนังสือ , แล้วมหาลัยจะสอบได้มั้ย , และคำพูดในหลายๆประโยคที่มันรุนแรง และส่งผลต่อจิตใจเราอย่างมาก ซึ่งไม่ว่าเราจะฟังมันกี่ครั้ง กี่รอบ ก็ไม่เคยที่จะไม่ร้องเลยสักครั้งค่ะ ในใจเราก็คิดว่า เขาก็คงเหนื่อยจากการทำงานมา อาจจะอารมณ์ขึ้นบ้าง เราก็ทำตัวปกติ ทำเป็นไม่ใส่ใจค่ะ แต่แท้จริงแล้ว...ก็แอบไปร้องไห้ตอนอาบน้ำบ้าง หรือไม่ทำเป็นขึ้นห้องนอนไป แล้วปล่อยโฮในห้องอีกทีค่ะ ซึ่งพ่อเราก็จะคอยปลอบตลอดทุกครั้งที่เจอเรามาแอบร้องไห้ แต่มันก็รู้สึกดีขึ้นแค่ช่วงนั้นแหล่ะค่ะ แต่หลายคนอาจจะคิดว่า เขาพูดเพื่อให้เราหึดสู้ และตั้งใจให้มากกว่านี้อะไรประมาณนี้ ใช่ค่ะ มันก็จริง แต่บางทีคำมันแรง จนไม่สามารถที่จะทนมันได้จริงๆ..... คำพูดเหล่านี้เราจะชอบเก็บเอามาคิดว่า เราแย่ขนาดนั้นเลยหรอวะ ทำไมวะ ทำไมไม่เห็นความตั้งใจของเราเลยอ่ะ... ทั้งๆที่ตั้งใจเรียนจนเกรดดีขึ้น เราท้อ ร้องไห้จนเป็นกาละมังเลยค่ะ พอเปิดเทอมขึ้นม.5 มา ซึ่งก็คือปัจจุบันตอนนี้ค่ะ เราก็ได้ไปสมัครคอสเตรียมตัวเข้ามหาลัยที่ที่นึงมาค่ะ ตอนแรกก็ว่าจะไม่เรียน เพราะไม่มีเพื่อน เรามนุษย์สัมพันธ์ค่อนข้างแย่ ไม่ค่อยกล้าทักใคร ชวนใครคุย แต่ก็เป็นห่วงแม่ เพราะแม่คาดหวังอยากให้ติดมหาลัยรัฐ เราก็เลย เอาวะ เรียนก็เรียน ไม่มีเพื่อนก็อยู่คนเดียวได้ ไปเรียน ไม่ได้ไปหาเพื่อน ปรากฏว่าพอได้เรียน ก็เจอเพื่อนห้องเดียวกันคนนึง โอเคอุ่นใจล่ะ ช่วงขึ้นม.5 มา เราก็พยายามทำการบ้านของวันนั้นที่เขาสั่งเลยค่ะ มีสอบก็นั่งอ่าน นั่งจดไว้ ย่อไว้อ่านอีกทีตอนก่อนสอบ เพราะเราอยากทำเกรดให้ดีกว่านี้ และล่าสุดคำพูดที่เราพึ่งได้ฟัง....คือคำว่า "คนอย่างนี้ไม่มีวันได้ดีหรอก" ชะงักเลยค่ะ..... น้ำตาจะไหล แอบมานั่งร้องไห้กับหมา หมาก็นอนมองเราร้องไห้ มันเป็นคำพูดที่ทำให้เราคิดว่า ถ้าสอบติดมหาลัยดีๆได้ จะไม่เอา
ก็มีเท่านี้แหล่ะค่ะ อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เราระบายออกมา เราไม่ได้มีเจตนาว่าพ่อแม่หรือไรนะคะ เราก็แค่ท้อใจอ่ะค่ะ เลยอยากมาตั้งกระทู้ระบาย และอยากได้คำแนะนำดีสำหรับคนที่เข้ามาอ่านค่ะ เราอาจจะเล่างง แต่ก็ขอบคุณที่อ่านจบนะคะ ขอบคุณร่วงหน้าค่ะ