ผลสำรวจสวนดุสิตโพล กว่า 2 ใน 3 ไม่เชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมไทย
.
.
สวนดุสิตโพลสำรวจ 1,123 คน พบว่าประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรม 46.39% และไม่เชื่อมั่นเลย 21.10% ซึ่งเมื่อรวมกันคิดเป็น 67.49% ที่ขาดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ผลรวมอีก 73.55% มองว่าคนแต่ละกลุ่มได้รับความเป็นธรรมไม่เท่าเทียมกัน
.
20 กันยายน 2569 มหาวิทยาลัยสวนดุสิตเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง "คนไทยกับความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม" จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,123 คน สำรวจทางออนไลน์และภาคสนามระหว่างวันที่ 15-18 กันยายน 2569 พบว่า เมื่อกล่าวถึง "กระบวนการยุติธรรมไทย" กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่นึกถึงการพิจารณาและตัดสินคดีของศาลมากที่สุด ร้อยละ 63.85 รองลงมาคือการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และการช่วยเหลือประชาชน ร้อยละ 61.09 และการบังคับใช้กฎหมายและการดำเนินคดีของตำรวจ ร้อยละ 59.04
.
ในด้านความเชื่อมั่นต่อความเป็นธรรมและความเป็นกลางของกระบวนการยุติธรรม จากสถานการณ์คดีทางการเมืองในช่วงที่ผ่านมา พบว่าประชาชนไม่ค่อยเชื่อมั่น ร้อยละ 46.39 และไม่เชื่อมั่นเลย ร้อยละ 21.10 ซึ่งเมื่อรวมกันคิดเป็นร้อยละ 67.49 ที่ขาดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ค่อนข้างเชื่อมั่นมีเพียงร้อยละ 18.52 และเชื่อมั่นมากเพียงร้อยละ 7.67 เท่านั้น
.
สำหรับความเท่าเทียมในการได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมของคนแต่ละกลุ่มในสังคม พบว่าประชาชนมองว่าไม่เท่าเทียมเลย ร้อยละ 38.02 และไม่ค่อยเท่าเทียม ร้อยละ 35.53 ซึ่งรวมกันคิดเป็นร้อยละ 73.55 ที่มองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างเท่าเทียม ขณะที่มองว่าค่อนข้างเท่าเทียมมีเพียงร้อยละ 13.89 และเท่าเทียมกันมากเพียงร้อยละ 5.97
.
ในด้านปัจจัยที่ทำให้ความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทยลดลง อันดับ 1 คือการแทรกแซงจากอิทธิพลทางการเมือง ร้อยละ 66.87 รองลงมาคือการบังคับใช้กฎหมายไม่เท่าเทียมกัน ร้อยละ 58.86 และมาตรฐานการพิจารณาหรือตัดสินคดีที่แตกต่างกัน ร้อยละ 56.63
.
ส่วนเรื่องที่ประชาชนเห็นว่าควรเร่งดำเนินการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมไทย อันดับ 1 คือทำให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ง่ายขึ้น ร้อยละ 66.52 รองลงมาคือบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกับทุกฝ่าย ร้อยละ 65.45 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานอย่างเป็นอิสระ ปราศจากการแทรกแซง ร้อยละ 62.24
.
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล ระบุว่า ผลโพลสะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในเรื่องความเป็นธรรมและความเท่าเทียม การเรียกคืนความเชื่อมั่นจึงต้องทำให้ประชาชนเห็นและสัมผัสได้ว่ากระบวนการยุติธรรมมีความเป็นอิสระ เป็นที่พึ่ง เข้าถึงได้ และใช้มาตรฐานเดียวกันกับทุกคน ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการตั้งคำถามจากสังคมเหมือนอย่างที่เห็นในทุกวันนี้
.
ดร.งามประวัณ เอ้สมนึก คณบดีโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลโพลสะท้อนสัญญาณที่สังคมไม่ควรมองข้าม เมื่อประชาชนกว่า 2 ใน 3 ขาดความเชื่อมั่นต่อความเป็นธรรมของกระบวนการยุติธรรมไทย สะท้อนความรู้สึกสะสมว่ากฎหมายอาจมิได้ทำงานอย่างเสมอหน้ากับทุกคน ยิ่งประชาชนร้อยละ 73.55 มองว่าคนแต่ละกลุ่มได้รับความเป็นธรรมไม่เท่าเทียมกัน ยิ่งชี้ให้เห็นช่องว่างระหว่างหลักความเสมอภาคกับประสบการณ์ที่ประชาชนได้รับจริง การแทรกแซงจากอิทธิพลทางการเมืองเป็นข้อกังวลสำคัญ เพราะเมื่อความเป็นอิสระถูกตั้งคำถาม ความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมย่อมสั่นคลอนตามไปด้วย ความเชื่อมั่นต้องเกิดจากกระบวนการที่โปร่งใส มีมาตรฐาน และอธิบายต่อสาธารณะได้ เสียงเรียกร้องให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิและความช่วยเหลือทางกฎหมายได้ง่ายขึ้น ย้ำว่าความยุติธรรมต้องไม่เป็นสิทธิพิเศษของผู้ที่มีความรู้ เงิน หรืออำนาจต่อรอง การฟื้นฟูความเชื่อมั่นจึงต้องเริ่มจากการทำให้ประชาชนสัมผัสได้ว่ากฎหมายคุ้มครองทุกคนอย่างเสมอภาค ไม่เลือกฐานะหรือสถานะทางการเมือง ท้ายที่สุด ความยุติธรรมที่ประชาชนเชื่อมั่น มิใช่เพียงความยุติธรรมที่รัฐประกาศ หากต้องเป็นความยุติธรรมที่ประชาชนมองเห็น เข้าถึง และตรวจสอบได้จริง
.
.
นิด้าโพล เผยผลสำรวจ มติ กกต. กรณีฮั้ว สว. คนไม่กังวลส่อปมวุ่นทางการเมือง
https://www.matichon.co.th/politics/news_5896885
.
นิด้าโพล เผยผลสำรวจ มติ กกต. กรณีฮั้ว สว. คนไม่กังวลส่อปมวุ่นทางการเมือง
.
เมื่อวันที่ 20 กันยายน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “
นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “
มติ กกต.” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับมติ กกต. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. ที่ให้ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหา 77 คน รวมถึง สว. ชุดปัจจุบัน 26 คน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “
นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
.
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการคาดการณ์ของประชาชนต่อมติ กกต. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. ที่ให้ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 77 ราย รวมถึง สว. ชุดปัจจุบัน จำนวน 26 ราย พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 34.27 ระบุว่า ไม่เคยคาดการณ์อะไรเลย
รองลงมา ร้อยละ 21.00 ระบุว่า ตรงตามที่คาดการณ์ไว้มาก
ร้อยละ 17.86 ระบุว่า ไม่ตรงตามที่คาดการณ์ไว้เลย
ร้อยละ 15.50 ระบุว่า ค่อนข้างตรงตามที่คาดการณ์ไว้
ร้อยละ 10.84 ระบุว่า ไม่ค่อยตรงตามที่คาดการณ์ไว้
และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
.
ด้านความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นจากมติ กกต. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 35.34 ระบุว่า ไม่กังวลเลย
รองลงมา ร้อยละ 30.46 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล
ร้อยละ 19.16 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล
และร้อยละ 15.04 ระบุว่า กังวลมาก
.
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่คาดว่าจะต้องเผชิญศึกหนักทางการเมืองและ/หรือกระบวนการทางกฎหมาย ภายหลัง กกต. มีมติ กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 35.57 ระบุว่า กกต. ชุดปัจจุบัน
รองลงมา ร้อยละ 31.53 ระบุว่าเป็น นายกรัฐมนตรี นาย
อนุทิน ชาญวีรกูล
ร้อยละ 25.42 ระบุว่า พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด
ร้อยละ 15.88 ระบุว่า กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่จะถูกสั่งฟ้อง จำนวน 77 คน
ร้อยละ 13.97 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย
ร้อยละ 13.66 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
ร้อยละ 8.24 ระบุว่า กลุ่ม สว. จำนวน 26 คนที่จะถูกสั่งฟ้อง
ร้อยละ 7.86 ระบุว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้าน
ร้อยละ 6.64 ระบุว่าเป็น กลุ่ม สว. ที่ไม่ถูกสั่งฟ้อง
ร้อยละ 4.58 ระบุว่าเป็น คุณ
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.
และร้อยละ 2.14 ระบุว่าเป็น คุณ
ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และไอลอว์
.
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.47 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 18.78 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.71 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.21 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.89 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.94 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง
.
ตัวอย่าง ร้อยละ 11.98 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.56 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.71 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 25.80 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 26.95 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 96.41 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.60 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.99 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่นๆ
.
ตัวอย่าง ร้อยละ 35.95 สถานภาพโสด ร้อยละ 62.29 สมรส และร้อยละ 1.76 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.15 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 14.89 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 30.69 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.22 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 35.65 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 7.40 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี
.
ตัวอย่าง ร้อยละ 14.12 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 15.80 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.53 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 9.47 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 14.96 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 19.31 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 4.81 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ตัวอย่าง ร้อยละ 17.40 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 2.90 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 12.90 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 32.06 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 12.37 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 8.24 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 3.82 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.99 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.23 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.31 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 0.53 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 7.25 ไม่ระบุรายได้.
.
.
Google เผย AI Gemini หลุดพื้นที่ทดสอบ ไปแฮก 3 บริษัท
.
บริษัท Google เผยว่า โมเดล AI Gemini ของพวกเขา หลุดออกจากพื้นที่ทดสอบไปแฮกข้อมูลของ 3 บริษัท ท่ามกลางกระแสความกังวลเรื่องอันตรายจาก AI
.
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) “เจมิไน” (Gemini) ของบริษัท กูเกิล (Google) ได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตและทำการแฮกบริษัทอื่นๆ ในระหว่างการทดสอบขีดความสามารถด้านความปลอดภัยไซเบอร์ ซึ่งนี่นับเป็นตัวอย่างแรกที่ AI ของบริษัท Google กระทำการดังกล่าวได้ด้วยตนเองโดยอิสระ
.
เหตุการณ์แฮกระบบดังกล่าวเกิดขึ้นในเดือนพฤษภาคม ระหว่างการทดสอบความปลอดภัยไซเบอร์ซึ่งจัดขึ้นโดย Irregular บริษัทเอกชนอิสระที่ทำหน้าที่ประเมินความปลอดภัยไซเบอร์
.
ฮีทเธอร์ แอดคินส์ รองประธานฝ่ายวิศวกรรมความปลอดภัยของ Google ระบุในแถลงการณ์ว่า ในระหว่างการประเมินตามมาตรฐานปกติ โมเดล Gemini ได้ค้นหาข้อมูลสาธารณะบนโลกออนไลน์และคาดเดาข้อมูลการเข้าสู่ระบบ เพื่อเข้าถึงเว็บไซต์ 3 แห่งที่ตัว AI คิดว่าอยู่ในขอบเขตการทดสอบของตนเอง
“เหตุการณ์เหล่านี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการฝึกฝนโมเดล AI ที่ทรงพลังให้มีความรับผิดชอบในการทำงาน” นางแอดคินส์ระบุ
.
ด้านโฆษกของ Irregular กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นปัญหาลักษณะเดียวกันกับที่ส่งผลกระทบต่อห้องปฏิบัติการ AI แห่งอื่นๆ และได้แจ้งไปยังห้องปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม “ปัญหาทั้งหมดที่ทราบในฝั่งของเราได้รับการแก้ไขและเสร็จสิ้นไปเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน” โฆษกกล่าว
JJNY : กว่า 2 ใน 3 ไม่เชื่อมั่นยุติธรรมไทย│นิด้าโพลเผยผลสำรวจมติกกต.│Google เผย AI Gemini หลุด│47 จว.ฝนถล่มหนักมาก
https://www.matichon.co.th/politics/news_5896885
.
นิด้าโพล เผยผลสำรวจ มติ กกต. กรณีฮั้ว สว. คนไม่กังวลส่อปมวุ่นทางการเมือง
.
เมื่อวันที่ 20 กันยายน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “มติ กกต.” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 15-16 กันยายน 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับมติ กกต. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. ที่ให้ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหา 77 คน รวมถึง สว. ชุดปัจจุบัน 26 คน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0
.
จากการสำรวจเมื่อถามถึงการคาดการณ์ของประชาชนต่อมติ กกต. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. ที่ให้ส่งฟ้องต่อศาลฎีกาและดำเนินคดีอาญากับผู้ถูกกล่าวหา จำนวน 77 ราย รวมถึง สว. ชุดปัจจุบัน จำนวน 26 ราย พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 34.27 ระบุว่า ไม่เคยคาดการณ์อะไรเลย
รองลงมา ร้อยละ 21.00 ระบุว่า ตรงตามที่คาดการณ์ไว้มาก
ร้อยละ 17.86 ระบุว่า ไม่ตรงตามที่คาดการณ์ไว้เลย
ร้อยละ 15.50 ระบุว่า ค่อนข้างตรงตามที่คาดการณ์ไว้
ร้อยละ 10.84 ระบุว่า ไม่ค่อยตรงตามที่คาดการณ์ไว้
และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
.
ด้านความกังวลของประชาชนต่อสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นจากมติ กกต. กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 35.34 ระบุว่า ไม่กังวลเลย
รองลงมา ร้อยละ 30.46 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล
ร้อยละ 19.16 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล
และร้อยละ 15.04 ระบุว่า กังวลมาก
.
ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่คาดว่าจะต้องเผชิญศึกหนักทางการเมืองและ/หรือกระบวนการทางกฎหมาย ภายหลัง กกต. มีมติ กรณีฮั้วการเลือกตั้ง สว. พบว่า
ตัวอย่าง ร้อยละ 35.57 ระบุว่า กกต. ชุดปัจจุบัน
รองลงมา ร้อยละ 31.53 ระบุว่าเป็น นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ร้อยละ 25.42 ระบุว่า พรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทั้งหมด
ร้อยละ 15.88 ระบุว่า กลุ่มผู้ถูกกล่าวหาที่จะถูกสั่งฟ้อง จำนวน 77 คน
ร้อยละ 13.97 ระบุว่า พรรคภูมิใจไทย
ร้อยละ 13.66 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
ร้อยละ 8.24 ระบุว่า กลุ่ม สว. จำนวน 26 คนที่จะถูกสั่งฟ้อง
ร้อยละ 7.86 ระบุว่า พรรคการเมืองฝ่ายค้าน
ร้อยละ 6.64 ระบุว่าเป็น กลุ่ม สว. ที่ไม่ถูกสั่งฟ้อง
ร้อยละ 4.58 ระบุว่าเป็น คุณสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.
และร้อยละ 2.14 ระบุว่าเป็น คุณยิ่งชีพ อัชฌานนท์ และไอลอว์
.
เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.47 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 18.78 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.71 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.21 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.89 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.94 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง
.
ตัวอย่าง ร้อยละ 11.98 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.56 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.71 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 25.80 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 26.95 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 96.41 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 2.60 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 0.99 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่นๆ
.
ตัวอย่าง ร้อยละ 35.95 สถานภาพโสด ร้อยละ 62.29 สมรส และร้อยละ 1.76 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.15 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 14.89 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 30.69 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 11.22 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 35.65 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 7.40 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี
.
ตัวอย่าง ร้อยละ 14.12 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 15.80 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 21.53 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 9.47 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 14.96 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 19.31 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 4.81 เป็นนักเรียน/นักศึกษา ตัวอย่าง ร้อยละ 17.40 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 2.90 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 12.90 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 32.06 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 12.37 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 8.24 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 3.82 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.99 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.23 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท ร้อยละ 0.31 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ร้อยละ 0.53 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 7.25 ไม่ระบุรายได้.
.
.