เหตุผลที่ไม่ผลิต มอเตอร์ไซค์/รถยนต์ ไร้ล้อ ขับเคลื่อนลอยเหนือพื้น เพราะขัดผลประโยชน์บริษัทยางรถ กับ งบถนนรัฐบาลรึเปล่า?


พอดูผมเห็นในหนังเรื่อง RIDDICK ที่ใช้ มอเตอร์ไซค์ ไร้ล้อ ขับเคลื่อยลอยเหนือพื้นได้ คือยานพาหนะลอยพื้นไรล้อ ข้อดีคือ ไม่จำเป็นต้องสร้างถนนเลียบๆ เพื่อรองรับยานพาหนะ คือสามารถลอยไปเหนือพื้นต่ำๆ ไปในทางขรุขระทุรกันดารได้เลย
ในเรื่อง RIDDICK  มันมีฉากนึงที่พระเอกมันจะไปเอาแบตยานที่ซ่อนไว้กลับมา แล้วดาวดวงนี้ มันเป็นพื้นที่ทุรกันดาร ภูมิประเทศมีแต่ดินโคลนหล่มสลับโขดหินแหลม คือเส้นทางต้องบอกว่า รถมีล้อจะไม่สามารถวิ่งผ่านได้สะดวก
พวกเขาขับมอเตอร์ไซค์ไร้ล้อ วิ่งลอยเหนือพื้นดินต่ำ วิ่งฉิวเลยครับ ไปได้ทุกเส้นทางขรุขระ  ถ้ารถมีล้อคนไปไม่ไหว แถมไม่พอถ้าเจอหินแหลมปักยางรั่วก็ไปต่อไม่ได้แล้ว
ผมเลยคิดว่า ที่มนุษย์โลกเรายังไม่อยากจะผลิตรถไร้ล้อลอยพื้น เพราะอาจจะเป็นเรื่องขัดผลประโยชน์ ที่กระทบแน่ๆ คือ บริษัทผลิตยางรถยนต์ เจ็งแน่ครับ เสียผลประโยชน์เต็มๆ และ งบประมาณสร้างถนนของรัฐอาจจะไม่ได้งบพวกนี้เลยครับ เพราะ รถไร้ล้อลอยพื้นไม่จำเป็นต้องสร้างถนนแล้ว เพราะมันลอยวิ่งเหนือพื้นที่ขุรขระ เส้นทางทุรกันดารแค่ไหนก็ไปได้ วิ่งได้เลียบๆ นิ่มๆ
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
อย่างเรื่องพลังงานน้ำมันดิบ ที่จริงมีฝรั่งคนอเมริกันคนหนึ่งครับที่คิดค้นพลังน้ำเปล่า ใช้เติมแทนน้ำมัน ทำให้รถวิ่งได้ เพื่อนๆ ลองไปหาดูครับ คือเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ มีคนคิดค้นได้นานมาแล้ว นานมากแล้วครับ แต่โดนรัฐบาลกลางอเมริกาเก็บไปก่อน เพราะขัดผลประโยชน์เต็มๆ ครับ เรื่องอำนาจการต่อรองพลังงานน้ำมัน
ลองคิดดูถ้ารัฐบาลกลางวิซิงตันปล่อยให้ประชาชนคิดค้นสำเร็จมันจะปฏิวัติด้านพลังงานยุคนั้นจนส่งผลมาถึงปัจจุบันได้เลยครับ คือ จะทำให้ใครๆ ก็เอาน้ำดิ่มน้ำเปล่ามาเติมรถได้เลยพลังงานน้ำฟรีเลยครับ ซึ่งทำเนียบขาวไม่ยอมเรื่องนี้แน่นอน เฉกเช่นรถยนต์ไร้ล้อครับ
เพื่อนๆ มีมุมมองอย่างไรบ้าง เรื่องรถไร้ล้อ
ป.ล.ผมไม่ได้บ้านะครับ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
เหตุผลหลักที่ปัจจุบันเรายังไม่ผลิตมอเตอร์ไซค์หรือรถยนต์ไร้ล้อที่ขับเคลื่อนลอยเหนือพื้น (Hovercar / Hoverbike) ออกมาใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยข้อจำกัดครั้งใหญ่ 5 ด้าน ดังนี้ครับ
1. การสิ้นเปลืองพลังงานมหาศาล (Energy Efficiency)
รถยนต์มีล้อ: ใช้พลังงานส่วนใหญ่ไปกับการขับเคลื่อนไปข้างหน้าเท่านั้น เพราะแรงกดจากน้ำหนักรถมี "พื้นถนน" ช่วยรองรับไว้ให้ฟรีๆ โดยไม่ต้องเสียพลังงานเพิ่ม
รถลอยได้: ต้องใช้พลังงานปริมาณมหาศาลตลอดเวลา เพียงเพื่อต้านแรงโน้มถ่วงและพยุงตัวเองให้ลอยอยู่บนอากาศ (ไม่ว่าจะใช้ระบบใบพัด แรงลม หรือแม่เหล็ก) ทำให้กินน้ำหนักแบตเตอรี่หรือน้ำมันมากเกินไปจนไม่คุ้มค่าในเชิงพาณิชย์
2. ระบบควบคุมและความปลอดภัย (Control & Braking)
ไม่มีแรงเสียดทานจากพื้น: รถยนต์ทั่วไปใช้แรงเสียดทานระหว่างหน้ายางกับพื้นถนนในการเลี้ยวและเบรก ทำให้หยุดรถหรือหักหลบได้อย่างแม่นยำ
หยุดรถยาก: รถที่ลอยเหนือพื้นจะไม่มีแรงเสียดทานตรงนี้ การเบรกหรือเลี้ยวจะต้องใช้แรงลมหรือไอพ่นย้อนกลับ (เหมือนเครื่องบินหรือเฮลิคอปเตอร์) ซึ่งควบคุมให้หยุดกะทันหันได้ยากมาก หากระบบควบคุมขัดข้อง รถจะไถลไปตามแรงเฉื่อยจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ง่าย
3. โครงสร้างพื้นฐานและกฎหมาย (Infrastructure & Regulation)
ต้องสร้างถนนใหม่หมด: หากจะใช้ระบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Maglev) แบบรถไฟความเร็วสูง ก็จำเป็นต้องวางรางแม่เหล็กบนถนนทุกเส้นทั่วโลก ซึ่งต้องใช้สัญญางบรากฐานที่สูงเกินจินตนาการ
กฎจราจร 3 มิติ: การจำกัดเลนบนถนน 2 มิติในปัจจุบันก็ยังมีอุบัติเหตุบ่อยครั้ง หากรถลอยได้บินสะเปะสะปะในความสูงที่ต่างกัน การจัดระเบียบการจราจรทางอากาศจะซับซ้อนเกินกว่าที่ระบบในปัจจุบันจะรองรับได้
4. มลภาวะทางเสียงและลม (Noise & Downwash)
หากใช้เทคโนโลยีแบบโดรนหรือใบพัด (VTOL) แรงลมที่เป่าลงพื้นเพื่อพยุงรถหนักเป็นตันๆ จะรุนแรงมากจนทำลายสิ่งแวดล้อมรอบข้าง ฝุ่นตลบ และสิ่งของปลิวเสียหาย
นอกจากนี้ เสียงของใบพัดหรือเครื่องยนต์เจ็ทที่ใช้ยกตัวจะสร้างมลภาวะทางเสียงที่ดังสนั่นจนไม่สามารถนำมาวิ่งในเขตชุมชนได้เลย
5. ต้นทุนการผลิตและการบำรุงรักษา (Cost & Maintenance)
ค่าตัวของยานพาหนะประเภทนี้จะสูงลิ่วใกล้เคียงกับเครื่องบินเล็กหรือเฮลิคอปเตอร์
ระบบขับเคลื่อนและเซนเซอร์ตรวจจับรอบคันต้องมีความแม่นยำระดับอากาศยาน ซึ่งการตรวจสภาพและบำรุงรักษาจะมีค่าใช้จ่ายที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ยากมาก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่