🛍️​ เผยภาพแรกในประวัติศาสตร์จากความลึก 3,800 เมตร! ทีมนักวิทยาศาสตร์อึ้ง

เผยภาพแรกในประวัติศาสตร์จากความลึก 3,800 เมตร! ทีมนักวิทยาศาสตร์อึ้ง... หุบเขาใต้ทะเลลึกไม่ได้มีแค่สัตว์น้ำแปลกๆเท่านั้น แต่ดันไปเจอ "ขยะพลาสติก" ที่ลุกล้ำลงไปถึงก้นสมุทรด้วย!...
.

เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม ปี 2025 ทีมนักวิทยาศาสตร์ชาวอาร์เจนตินาได้ส่งยานสำรวจใต้น้ำแบบควบคุมระยะไกล (Remotely Operated Vehicle) ดำดิ่งลงไปสำรวจพื้นที่หุบเขาใต้ทะเลลึกมาร์เดลพลาตา (Mar Del Plata Submarine Canyon) ในมหาสมุทรแอตแลนติกตะวันตกเฉียงใต้ ที่ระดับความลึกตั้งแต่ 878 ไปจนถึง 3,820 เมตร

และถือเป็นการบันทึกภาพหุบเขาใต้ทะเลแห่งนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อีกด้วย!
.

ในตอนแรกทีมสำรวจได้พบกับระบบนิเวศที่อุดมสมบูรณ์จนน่าตื่นตาตื่นใจจริงๆ

พวกเขาเจอทั้งหมึกกล้วยรูปร่างแปลกประหลาด กุ้งล็อบสเตอร์สีชมพูสดใส ดาวทะเลรูปทรงสะดุดตา และสิ่งมีชีวิตที่คาดว่าน่าจะเป็นสายพันธุ์ใหม่ของโลกอีกราวๆ 40 ชนิด
.

แต่เมื่อยานสำรวจดำดิ่งลึกลงไปเรื่อยๆ ท่ามกลางความมืดมิดใต้ทะเล ที่แห่งนั้นก็ไม่ได้มีแค่สัตว์น้ำเพียงอย่างเดียวเสียแล้ว..

เพราะยานได้ไปถ่ายติดภาพของขยะฝีมือมนุษย์ เป็นจำนวนถึง 29 ชิ้น! จากการพยายามดำน้ำ 10 ครั้ง

ขยะที่พบมีตั้งแต่อุปกรณ์จับปลา ถุงพลาสติก ซองขนม ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เปลือกไส้กรอกเกาหลี ไปจนถึงรองเท้าบูทยาง
.

นี่คือหลักฐานชัดเจนว่าร่องรอยของมนุษย์ได้ลุกล้ำลงไปถึงจุดที่ลึกและห่างไกลที่สุดของโลกแล้ว

มันก็เกินควบคุมแล้วจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น ขยะเหล่านี้ยังเริ่มกลายสภาพเป็นพื้นที่อยู่อาศัยเทียมให้กับสัตว์ทะเลอีกด้วย

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือภาพของดาวทะเลที่เกาะอยู่บนถุงพลาสติก และฝูงหนอนทะเลลึกที่เข้าไปทำรังในเชือกอวนจับปลา
.

ดีเอโก อูร์เตอากา (Diego Urteaga) นักชีววิทยาทางทะเล ชี้แจงถึงผลกระทบในเรื่องนี้ว่า

"สิ่งมีชีวิตได้เข้าไปเกาะอยู่บนขยะ นี่แสดงว่าพวกมันได้เปลี่ยนเศษซากจากฝีมือมนุษย์ให้กลายเป็นพื้นผิวที่อยู่อาศัยเทียมใต้ทะเลลึกไปแล้ว ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศในท้องถิ่นได้..

นอกจากนี้มันยังอาจเป็นพาหนะพัดพาสิ่งมีชีวิตเหล่านี้ออกไปแพร่พันธุ์นอกเขตที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติได้ แม้ว่าตอนนี้เราจะยังไม่เข้าใจผลกระทบทางนิเวศวิทยาที่ตามมาอย่างแน่ชัดก็ตาม"

การที่สิ่งมีชีวิตเข้าไปเกาะอาศัยบนขยะเช่นนี้อาจส่งผลให้พวกมันถูกกระแสน้ำพัดพาไปแพร่พันธุ์นอกเขตที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติ และสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศท้องถิ่นในรูปแบบที่เรายังไม่อาจประเมินได้
.

เนื่องจากหุบเขาใต้ทะเลแห่งนี้อยู่ห่างไกลจากชายฝั่งมาก อูร์เตอากาได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับที่มาของขยะว่า

"แม้กิจกรรมการประมงดูเหมือนจะเป็นแหล่งที่มาหลักเมื่อพิจารณาจากประเภทของขยะที่เราพบ

แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะมาจากแหล่งอื่นเช่นกัน

ทั้งเรือพาณิชย์ เรือเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ รวมถึงกิจกรรมบนฝั่ง

เพราะกระแสน้ำในมหาสมุทรสามารถพัดพาขยะไปได้ไกลมากๆ ทำให้ยากที่จะระบุได้แน่ชัดว่าขยะแต่ละชิ้นมาจากไหนกันแน่"
.

เหตุการณ์พบขยะในที่ลึกแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก เพราะเคยมีการค้นพบขยะพลาสติกในจุดที่ลึกที่สุดของทะเลเมดิเตอร์เรเนียน รวมไปถึงร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนา (Mariana Trench) มาแล้ว

ปัจจุบัน ปัญหาขยะพลาสติกล้นโลกยังคงรุนแsงขึ้นเรื่อยๆ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2024 ตัวแทนจากเกือบ 200 ประเทศเคยไปรวมตัวกันที่เกาหลีใต้เพื่อหารือข้อตกลงเรื่องสนธิสัญญาพลาสติกโลก

แต่สุดท้ายการเจรจาก็ล้มเหลวและไม่สามารถหาข้อสรุปได้เพราะมีบางประเทศคัดค้าน..

ตราบใดที่ปัญหานี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังในระดับโลก พื้นที่ใต้ท้องทะเลอันบริสุทธิ์และลึกลับที่สุดก็ยังจะต้องปนเปื้อนมลทิน และแบกรับเศษขยะจากน้ำมือมนุษย์กันต่อไป
.

[แหล่งอ้างอิง]

[1] Teso, V., Lauretta, D., & Urteaga, D. "Out of sight, hidden into the deep: Marine litter in the Mar del Plata Submarine Canyon (southwestern Atlantic) revealed by ROV survey." PLOS One, 2026. DOI: 10.1371/journal.pone.0357098
[2] Hale, T. "First Ever Images Of Deep-Sea Canyon Reveal Plastic Trash At Depths Of Up To 3,800 Meters." IFLScience, 2026.

#มหาสมุทร #สิ่งแวดล้อม #ขยะพลาสติก #วิทยาศาสตร์ #ชีววิทยาทางทะเล #ระบบนิเวศ #สำรวจโลก #สัตว์ทะเลลึก #ธรรมชาติ #มลพิษทางทะเล

https://www.facebook.com/share/1924FXhXdk/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่