ตอนแรก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://pantip.com/topic/44229799?sc=hGpJgS8
...
ตอนที่ย้ายกลับมาที่ไชยปราการตอนอยู่ ป.5 ในเวลานั้นหัวสมองของเรามีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีความฝันที่จะเลือกเส้นทางอาชีพในอนาคตเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่นิสัยการอ่านหนังสือยังคงอยู่เหมือนเดิมจนกระทั่งเข้าสู่วัยมัธยม
และช่วงนั้นน่าจะเป็นช่วงที่เราเริ่มอยากลองทำกิจกรรมในโรงเรียน + ควบคู่กับการนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในห้องสมุดหลังกินข้าวเที่ยงของทุกวัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้พูดกันตามตรง เราเพิ่งจะรู้ตัวว่าเวลาที่ครูมักจะให้เขียนเรียงความทีไร เรามักจะได้รับคำชมจากครูสอนภาษาไทยทุกที ตั้งแต่ตอนป.5แล้ว
ส่วนเราก็เคยประกวดเขียนแข่งเรียงความเหมือนกันแต่จำไม่ได้ว่าได้รางวัลหรือเปล่านะ
วันหนึ่งในวิชาภาษาไทยตอนม.2 ครูสั่งให้คนในห้องเขียนเรื่องมา 1 เรื่องแล้วต้องมีคำที่ครูกำหนดให้อยู่ในเรื่องที่เขียนด้วย
แน่นอนว่าเราเขียนตามโจทย์ที่ได้รับอย่างตั้งใจ และอยู่ดี ๆ มันมีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว
หรือว่าเราจะลองแต่งนิยายดูมั้ย
แต่ว่าตอนนั้นเรายังไม่กล้าที่จะลองเขียนให้คนนอกดู (อีกอย่างเราเองก็ไม่มั่นใจว่าเราจะทำอาชีพนักเขียนได้ดีตลอดรอดฝั่งมั้ย) เลยเขียนเล่นในสมุดของโรงเรียนที่ไม่ได้ใช้เพียงอย่างเดียว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ตอนนั้นคือเขียนทิ้งเขียนขว้างมาก เขียนไม่จบแถมยังโดนปลวกกินอีก
วันหนึ่งในช่วงพักกลางวันเราได้ไปเจอการ์ตูนเณรพยอมจอมยุ่ง ในพาร์ทที่ชาวเน็ตในยุคนั้นฮือฮานิยายออนไลน์รักเรื่องนึงแล้วตามหาว่าคนเขียนเป็นใคร (สรุปสุดท้ายคนแต่ง = เณรพยอม) และนี่น่าจะเป็นหมุดหมายแรกที่ทำให้เราเริ่มมีความฝันว่าอยากเป็นนักเขียน
นั่นคือการอยากเป็นที่รู้จักทั่วประเทศยังไงล่ะ
...
จนกระทั่งเมื่อเราอยู่ม.ปลาย เหตุการณ์ที่น่าจะเป็น 'ระเบิด' ที่ทำให้เราตั้งใจก้าวข้ามความกลัวแล้วเดินเข้าไปสู่ถนนนักเขียนคือการที่เราได้พบกับครูสอนแนะแนวประจำโรงเรียนในช่วงพักกลางวัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ในเวลานั้นช่วงม.ปลายเป็นช่วงที่นักเรียนในโรงเรียนเข้ามาเพื่อศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับคณะในอนาคตกัน แต่ถ้าช่วงไหนที่ไม่ใช่ช่วงใกล้ ๆ จบการศึกษา ห้องแนะแนวก็เป็นห้องที่โคตรเงียบที่สุด พอ ๆ กับห้องสมุดที่มีคนเข้ามาเป็นขาประจำแค่ไม่ถึงสิบคน
ตอนนั้นเราเริ่มมีไอเดียมากพอที่จะเขียนเป็นนิยายแล้ว แต่ด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ มันก็เลยเกิดขึ้นอยู่ภายในหัว
และดูเหมือนว่าครูแนะแนวที่จบสายนี้มาโดยตรง
เพียงคนเดียวของโรงเรียน (ในเวลานั้น) ก็พูดประโยคหนึ่งขึ้นมา
"ถ้า (ชื่อเรา) ไม่ให้คนอื่นได้อ่าน ก็ไม่มีใครที่เข้าไปในหัว (ชื่อเรา) ได้นะ"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้จำประโยคจริง ๆ ไม่ได้ แต่จำได้ลาง ๆ ประมาณนี้
หลังจากที่ได้ยินประโยคนั้น
ในช่วงเย็นของวันดังกล่าวก็สมัครไอดีของเว็บเด็กดีเพื่อที่จะลงทะเบียนเป็นนักเขียนนิยายออนไลน์ + ลงนิยายเรื่องแรกทันที
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ช่วงเวลาที่อยู่ม.ปลายตอนนั้นเราได้คอมพิวเตอร์มือสองจากญาติคนนึง เราก็ใช้เครื่องนั้นมาเขียนลงในไฟล์เวิร์ด แล้วเสียบแฮนดี้ไดร์ฟไปก้อปวางในเว็บที่คอมโรงเรียนอีกที
จนกระทั่งตัวเครื่องคอมที่บ้านช้อต เลยต้องพึ่งคอมโรงเรียนแทน
จำไม่ได้แล้วว่าฟีดแบคในตอนนั้นเป็นยังไง
แต่ที่แน่ ๆ นิยายเรื่องแรกมันแย่มากจนต้องลบเรื่องทิ้ง แล้วเริ่มเขียนเรื่องใหม่แทน
เรื่องที่สองก็เริ่มรู้สึกได้ว่ามันทำให้เรา (คนเขียนเรื่อง) สนุก (ส่วนคนอ่านก็ไม่แน่ใจว่าจะอินกับเรื่องที่เด็กม.5 คนหนึ่งมั้ย) และรู้สึกได้ว่าเราชอบการเขียนเรื่องราวในจินตนาการจริง ๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ตอนอยู่ม.ปลายเราเรียนสายศิลป์คำนวณ และมันมีวิชาการเขียนเชิงสร้างสรรค์ที่ครูประจำวิชาให้คนในห้องเจียนเรื่องสั้นมา 1 เรื่อง แล้วครูคนนั้นบอกว่า เรื่องสั้นที่คนอื่นส่งมาส่วนใหญ่ลอกจากที่อื่นทั้งนั้น แต่(ชื่อเรา)เขียนเรื่องเอง
แถมได้รับคำชมจากครูคนนั้นอีกต่างหาก
เพียงไม่นานหลังจบชั้นมัธยมก็เข้าสู่วัยมหาวิทยาลัย
จากภาพในหัวที่คิดไว้ว่ามันน่าจะมีอะไรที่ทำให้เรามีทักษะการเขียนที่ดีขึ้น
แต่พอเอาเข้าจริงทุกอย่างเป็นสิ่งตรงกันข้ามจนแทบทิ้งการเป็นนักเขียนไปหลายปีเลย
โปรดติดตามตอนต่อไป
...
ส่วนอันนี้เป็นเศษซากอารยธรรม (?) ที่หลงเหลืออยู่ในเว็บเด็กดี ที่เราเคยเขียนตอนอยู่ม.6 แต่ดันแก้ไขสมบรูณ์ตอนปีหนึ่ง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://writer.dek-d.com/tipaphan/writer/view.php?id=1109331
ไม่กล้าอ่านตอนนี้เลยแฮะ
ปล. ใส่ลิ้งค์ไม่ได้ก็ก้อปวางเอานะคะ
....
POV : เมื่อคุณค้นหานิยายเก่า ๆ ที่เคยเขียนในยุคที่กูเกิ้ลใช้เอไอในการสรุปข้อความ
บันทึกของนักเขียน [ที่ไม่ดัง] : ตอนที่ 2
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
...
ตอนที่ย้ายกลับมาที่ไชยปราการตอนอยู่ ป.5 ในเวลานั้นหัวสมองของเรามีแต่ความว่างเปล่า ไม่มีความฝันที่จะเลือกเส้นทางอาชีพในอนาคตเลยแม้แต่นิดเดียว
แต่นิสัยการอ่านหนังสือยังคงอยู่เหมือนเดิมจนกระทั่งเข้าสู่วัยมัธยม
และช่วงนั้นน่าจะเป็นช่วงที่เราเริ่มอยากลองทำกิจกรรมในโรงเรียน + ควบคู่กับการนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ในห้องสมุดหลังกินข้าวเที่ยงของทุกวัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
วันหนึ่งในวิชาภาษาไทยตอนม.2 ครูสั่งให้คนในห้องเขียนเรื่องมา 1 เรื่องแล้วต้องมีคำที่ครูกำหนดให้อยู่ในเรื่องที่เขียนด้วย
แน่นอนว่าเราเขียนตามโจทย์ที่ได้รับอย่างตั้งใจ และอยู่ดี ๆ มันมีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัว
หรือว่าเราจะลองแต่งนิยายดูมั้ย
แต่ว่าตอนนั้นเรายังไม่กล้าที่จะลองเขียนให้คนนอกดู (อีกอย่างเราเองก็ไม่มั่นใจว่าเราจะทำอาชีพนักเขียนได้ดีตลอดรอดฝั่งมั้ย) เลยเขียนเล่นในสมุดของโรงเรียนที่ไม่ได้ใช้เพียงอย่างเดียว
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
วันหนึ่งในช่วงพักกลางวันเราได้ไปเจอการ์ตูนเณรพยอมจอมยุ่ง ในพาร์ทที่ชาวเน็ตในยุคนั้นฮือฮานิยายออนไลน์รักเรื่องนึงแล้วตามหาว่าคนเขียนเป็นใคร (สรุปสุดท้ายคนแต่ง = เณรพยอม) และนี่น่าจะเป็นหมุดหมายแรกที่ทำให้เราเริ่มมีความฝันว่าอยากเป็นนักเขียน
นั่นคือการอยากเป็นที่รู้จักทั่วประเทศยังไงล่ะ
...
จนกระทั่งเมื่อเราอยู่ม.ปลาย เหตุการณ์ที่น่าจะเป็น 'ระเบิด' ที่ทำให้เราตั้งใจก้าวข้ามความกลัวแล้วเดินเข้าไปสู่ถนนนักเขียนคือการที่เราได้พบกับครูสอนแนะแนวประจำโรงเรียนในช่วงพักกลางวัน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ตอนนั้นเราเริ่มมีไอเดียมากพอที่จะเขียนเป็นนิยายแล้ว แต่ด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ มันก็เลยเกิดขึ้นอยู่ภายในหัว
และดูเหมือนว่าครูแนะแนวที่จบสายนี้มาโดยตรง เพียงคนเดียวของโรงเรียน (ในเวลานั้น) ก็พูดประโยคหนึ่งขึ้นมา
"ถ้า (ชื่อเรา) ไม่ให้คนอื่นได้อ่าน ก็ไม่มีใครที่เข้าไปในหัว (ชื่อเรา) ได้นะ"
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
หลังจากที่ได้ยินประโยคนั้น
ในช่วงเย็นของวันดังกล่าวก็สมัครไอดีของเว็บเด็กดีเพื่อที่จะลงทะเบียนเป็นนักเขียนนิยายออนไลน์ + ลงนิยายเรื่องแรกทันที
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
จำไม่ได้แล้วว่าฟีดแบคในตอนนั้นเป็นยังไง
แต่ที่แน่ ๆ นิยายเรื่องแรกมันแย่มากจนต้องลบเรื่องทิ้ง แล้วเริ่มเขียนเรื่องใหม่แทน
เรื่องที่สองก็เริ่มรู้สึกได้ว่ามันทำให้เรา (คนเขียนเรื่อง) สนุก (ส่วนคนอ่านก็ไม่แน่ใจว่าจะอินกับเรื่องที่เด็กม.5 คนหนึ่งมั้ย) และรู้สึกได้ว่าเราชอบการเขียนเรื่องราวในจินตนาการจริง ๆ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เพียงไม่นานหลังจบชั้นมัธยมก็เข้าสู่วัยมหาวิทยาลัย
จากภาพในหัวที่คิดไว้ว่ามันน่าจะมีอะไรที่ทำให้เรามีทักษะการเขียนที่ดีขึ้น
แต่พอเอาเข้าจริงทุกอย่างเป็นสิ่งตรงกันข้ามจนแทบทิ้งการเป็นนักเขียนไปหลายปีเลย
โปรดติดตามตอนต่อไป
...
ส่วนอันนี้เป็นเศษซากอารยธรรม (?) ที่หลงเหลืออยู่ในเว็บเด็กดี ที่เราเคยเขียนตอนอยู่ม.6 แต่ดันแก้ไขสมบรูณ์ตอนปีหนึ่ง
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ไม่กล้าอ่านตอนนี้เลยแฮะ
ปล. ใส่ลิ้งค์ไม่ได้ก็ก้อปวางเอานะคะ
....
POV : เมื่อคุณค้นหานิยายเก่า ๆ ที่เคยเขียนในยุคที่กูเกิ้ลใช้เอไอในการสรุปข้อความ