📊 สถิติอาชญากรรมประจำปี 2024-25 (เผยแพร่ มีนาคม 2026)
📋
(รายงาน
Crime Victimisation ของกลุ่มตัวอย่างอายุ
15 ปีขึ้นไป
และครัวเรือน
)
🏠 ก. อาชญากรรมต่อครัวเรือน
🔓 บุกรุกบ้านสำเร็จ (Break-in): 1.8% ของครัวเรือน หรือ 196,600 ครัวเรือน
🔒 พยายามบุกรุกแต่ไม่สำเร็จ (Attempted break-in): 2.0% ของครัวเรือน หรือประมาณ 217,500 ครัวเรือน
👤 ข. อาชญากรรมต่อบุคคล (ทุกสถานที่ ไม่จำกัดแค่ในบ้าน)
🤕 ถูกทำร้ายร่างกาย (Physical assault): 1.8% หรือ 395,100 คน
⚠️ ถูกข่มขู่ทำร้ายต่อหน้า (Face-to-face threatened assault): 2.1% หรือ 463,400 คน
🚫 ถูกล่วงละเมิดทางเพศ (Sexual assault - อายุ 18+): 0.5% หรือ 89,400 คน
1. 🧮 การคำนวณเจาะลึกประเด็น "บุกรุกบ้าน" (Break-in & Home Invasion)
⏱️
(ใช้ฐานเวลา
1 ปี
= 365 วัน
= 8,760 ชั่วโมง
= 525,600 นาที
)
📈 คำนวณความถี่ของการงัดบ้าน (Break-in Frequency):
🚪 งัดสำเร็จ (196,600 ครัวเรือน):
525,600 ÷ 196,600 = 2.67 นาที
📌 สรุป: หากนำมาหารเฉลี่ย จะมีบ้านในออสเตรเลียถูกบุกรุกสำเร็จ 1 หลัง ในทุกๆ 2 นาที 40 วินาที
🛡️ พยายามงัดแต่ไม่สำเร็จ (217,500 ครัวเรือน):
525,600 ÷ 217,500 = 2.41 นาที
📌 สรุป: จะมีบ้านที่โจรพยายามงัดแต่ไม่สำเร็จ 1 หลัง ในทุกๆ 2 นาที 25 วินาที
🚨 รวมการก่อเหตุที่บ้านทั้งหมด (สำเร็จ + ไม่สำเร็จ = 414,100 ครัวเรือน):
525,600 ÷ 414,100 = 1.26 นาที
📌 สรุป: ออสเตรเลียมีเหตุการณ์ที่โจรลงมือที่บ้าน (ทั้งงัดได้และงัดไม่ได้) เฉลี่ย ทุกๆ 1 นาที 15 วินาที
👁️🗨️ คำนวณความน่าจะเป็นของ "Home Invasion" (การเผชิญหน้า):
📂 จากฐานข้อมูล
ABS ระบุว่า
ในบรรดาบ้านที่ถูกบุกรุกสำเร็จ
มีเพียง
12% เท่านั้นที่ผู้กระทำผิดได้เผชิญหน้า
(Confronted) กับใครบางคนในบ้าน
😨 จำนวนครัวเรือนที่มีการเผชิญหน้า: 12% ของ 196,600 = 23,592 ครัวเรือน
⏳ ความถี่ของการเผชิญหน้า: 525,600 ÷ 23,592 = 22.27 นาที
‼️ สรุป: เหตุการณ์ลักษณะ "Home Invasion" (โจรบุกเข้ามาเจอคนในบ้าน) จะเฉลี่ยเกิดขึ้น 1 ครั้ง ในทุกๆ 22 นาที 16 วินาที ทั่วออสเตรเลีย
🏃♂️ จำนวนครัวเรือนที่ไม่พบใครเลย (โจรหนีไปก่อนหรือไม่มีคนอยู่): 88% ของ 196,600 = 173,008 ครัวเรือน
🕵️♂️ บทวิเคราะห์เชิงลึกทางอาชญาวิทยา: ทำไมสถิติ "เผชิญหน้า" ถึงห่างกันมหาศาล? 📊
ตัวเลขที่ห่างกันอย่างสุดขั้วนี้ ไม่ได้แปลว่าโจรไทยมีคุณธรรมสูงกว่า 😇 แต่มันอธิบายได้ด้วยหลักพฤติกรรมศาสตร์ 🧠 และ "ยุทธวิธี" ⚔️ ที่กลุ่มคนโลกสวยมักจะมองข้าม นี่คือความจริงที่สถิติฟ้องให้เห็น:
🔫 1. อวป. คือ "สิ่งป้องปรามชั้นยอด" (The Ultimate Deterrent)
หลายคนเชื่อวาทกรรมที่ว่า
"ไม่มีปืน
= สังคมปลอดภัย
" 🚫🔫 แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกความจริง:
🇦🇺 ออสเตรเลีย: นับตั้งแต่กฎหมายควบคุมปืนที่เข้มงวดในปี 1996 ประชาชนถูกริบสิทธิในการมีปืนเพื่อป้องกันตัว โจรวัยรุ่นและแก๊งอาชญากรจึงบุกพังประตู 🚪💥 เข้าบ้านคนอื่นได้อย่างอุกอาจและหน้าด้านๆ เพราะพวกมันรู้ดีว่า "หมาป่าไม่ต้องกลัวลูกแกะ" 🐺🐑 ความเสี่ยงสูงสุดเมื่อเจอเจ้าของบ้านคือการชกต่อย 🥊 หรือโดนไม้เบสบอลตี 🧹 ซึ่งไม่ใช่ภัยคุกคามถึงชีวิต
🇹🇭 ประเทศไทย: โจรไทยตระหนักดีว่า ประเทศไทยมีอัตราการครอบครองอาวุธปืนสูง 📈 และจุดประสงค์หลักของใบ ป.3/ป.4 📜 คือเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน 🏠 โจรไทยรู้ว่าการพังประตูบุกเข้าบ้านคนอื่นยามวิกาล 🌙 อาจหมายถึงการต้องเอาอกไปรับ "อำนาจหยุดยั้ง" 💥 จากลูกซองปั๊มแอคชั่น หรือปืนพก 9 มม. ของเจ้าของบ้าน ความเสี่ยงระดับที่ "ตายฟรี" 💀 นี้ บีบให้โจรไทยต้องลดระดับตัวเองเป็นแค่ "ตีนแมว" 🐾 ที่ต้องอาศัยจังหวะทีเผลอเท่านั้น
⚖️ 2. โครงสร้างกฎหมาย (ความเสี่ยงที่โจรต้องคำนวณ)
อาชญากรมีการประเมินความคุ้มค่าและความเสี่ยงเสมอ 🧠⚖️ (Rational Choice Theory)
🇦🇺 กฎหมายออสเตรเลีย: มีความเข้มงวดเรื่องการใช้กำลังป้องกันตัวมาก 🛑 หากเจ้าของบ้านใช้สิ่งของเป็นอาวุธตีโจรบาดเจ็บ 🤕 เจ้าของบ้านอาจโดนคดีทำร้ายร่างกายเสียเอง 🚔 โจรจึงไม่ค่อยเกรงกลัว 😈
🇹🇭 กฎหมายอาญาไทย: แม้จะมีการเถียงกันเรื่อง "ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ" แต่ในทางปฏิบัติ ศาลไทยมักมองว่าการที่มีคนแปลกหน้าบุกรุกเข้าบ้านยามวิกาล ถือเป็นภัยคุกคามอันตรายใกล้จะถึงชีวิต ⚠️ (ป.อ. มาตรา 68 📖) หากเจ้าของบ้านยิงสวนเพื่อป้องกันตัว มักจะรอดคดี 🛡️ โจรไทยรู้กฎข้อนี้ดี ว่าถ้าปล่อยให้เกิดการเผชิญหน้า ตัวเองจะเสียเปรียบทั้งทางชัยภูมิ (โดนยิงฟรี) 🎯 และกฎหมาย ⚖️
🇹🇭 ไทย vs 🇦🇺 ออสเตรเลีย — งบและโครงสร้างตำรวจ
🇹🇭 ไทย
🚓 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ — รวมศูนย์
💰 งบปี 2570: ~1.2 แสนล้านบาท
👥 ประชากร: ~76 ล้านคน*
🏛️ งบและการบังคับบัญชาหลักอยู่ที่รัฐบาลกลาง
👮♂️ ครอบคลุมงานตำรวจหลายด้านทั่วประเทศ
🇦🇺 ออสเตรเลีย
🚓 ตำรวจรัฐ/ดินแดน — กระจายอำนาจ
💰 ค่าใช้จ่ายปี 2024–25: ~17.9 พันล้าน AUD (~4 แสนล้านบาท)
👥 ประชากร: ~27 ล้านคน
🦅 AFP — ตำรวจรัฐบาลกลาง
💰 ทรัพยากรปี 2026–27: ~2.66 พันล้าน AUD (~6 หมื่นล้านบาท)
🎯 เน้นภารกิจ Federal/National เช่น อาชญากรรมข้ามรัฐและอาชญากรรมร้ายแรง
🇹🇭
ไทย
🚓 งบตำรวจ ~
1.2 แสนล้านบาท
👥 ~76 ล้านคน
💰
~1,580 บาท/คน
🇦🇺
ออสเตรเลีย
🚓 ตำรวจรัฐ/ดินแดน + 🦅 AFP
💰 ~
4.5–4.7 แสนล้านบาท
👥 ~27 ล้านคน
💰
~16,700–17,500 บาท/คน
📊
สรุป
🇦🇺 งบตำรวจต่อประชากร
~10.5–11 เท่า 🇹🇭
➡️ พูดง่าย ๆ คือ
ประชากรออสเตรเลีย 1 คน มีงบตำรวจเฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าไทยประมาณ 11 เท่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้นี่คือสรุปเนื้อหาและคำแปลใจความสำคัญจากวิดีโอข่าวของช่อง 7NEWS Australia เรื่อง "รัฐวิกตอเรียกลายเป็นเมืองหลวงแห่งอาชญากรรมของออสเตรเลีย" (Victoria becomes Australia's crime capital) ครับ:
สถิติอาชญากรรมที่พุ่งสูงปรี๊ด: ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่ารัฐวิกตอเรีย (Victoria) มีสถิติการเคลมประกันจากการขโมยรถยนต์และทรัพย์สินสูงที่สุดในประเทศ โดยมีรถยนต์ถูกขโมยหรือถูกงัดแงะในทุกๆ 43 นาที และมีการบุกรุกบ้านในทุกๆ 2 ชั่วโมง [00:00]
ตัวเลขที่สูงกว่ารัฐอื่นอย่างเห็นได้ชัด: Andrew Hall ซีอีโอของสภาประกันภัยแห่งออสเตรเลียระบุว่า ตัวเลขการบุกรุกบ้านในวิกตอเรียสูงเป็น 2 เท่าของรัฐนิวเซาท์เวลส์ และจำนวนรถที่ถูกขโมยในเมืองเมลเบิร์น (Melbourne) เพียงเมืองเดียว ก็มีมากกว่าจำนวนรถที่ถูกขโมยในเมืองหลวงของรัฐอื่นๆ ทั่วประเทศรวมกันเสียอีก [00:41]
วิกตอเรียสวนทางกับรัฐอื่นๆ: ในขณะที่รัฐและดินแดนอื่นๆ ทั่วออสเตรเลียมีสถิติการขโมยรถและบุกรุกบ้านที่ "ลดลง" ในช่วงเวลาเดียวกัน แต่รัฐวิกตอเรียกลับมีตัวเลขที่สวนทางและพุ่งสูงขึ้น จนกลายเป็นจุดอ่อนที่อาชญากรพุ่งเป้ามา [01:14]
ปัญหารถหายที่ไม่ได้คืน: มีรถยนต์กว่า 10,000 คันถูกขโมยในวิกตอเรีย (หากนำมาจอดต่อกันจะยาวตั้งแต่ย่านใจกลางเมืองเมลเบิร์นไปจนถึงภูเขา Dandenong ranges) ซึ่งบริษัทประกันภัยเผยว่า 2 ใน 3 ของรถที่ถูกขโมยไปนั้นตามกลับคืนมาไม่ได้ [01:36]
ผลกระทบต่อเบี้ยประกันทั่วประเทศ: สถิติเหล่านี้อ้างอิงจากแค่กลุ่มคนที่มีประกันภัยเท่านั้น (ตัวเลขอาชญากรรมจริงจะยิ่งสูงกว่านี้) โดยปัญหาการขโมยรถยนต์สร้างความเสียหายรวมกว่าครึ่งพันล้านดอลลาร์ต่อปีทั่วออสเตรเลีย ซึ่งส่งผลกระทบทำให้เบี้ยประกันภัยของประชาชนทั่วประเทศต้องสูงขึ้นตามไปด้วย [02:01]
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้วิดีโอนี้มีชื่อว่า "Victoria Home Invasion Victim Slams Government Response | 10 News+" เป็นรายงานข่าวเกี่ยวกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์การรับมือปัญหาอาชญากรรมของรัฐบาลในรัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้ครับ:
Jacinta Allan (มุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย) [00:00]: เมื่อถูกนักข่าวถามว่าสถานการณ์นี้ถือเป็น "วิกฤต" หรือไม่ เธอไม่ได้ตอบรับโดยตรง แต่กล่าวว่าสิ่งที่เธอให้ความสำคัญคือการทำให้มั่นใจว่าเสียงของเหยื่อจากอาชญากรรมจะได้รับการรับฟังอย่างชัดเจนที่สุดในกระบวนการนี้
Jeff Kennett (อดีตมุขมนตรีรัฐวิกตอเรีย) [00:12]: ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ว่า Allan กำลังปฏิเสธความจริงที่เห็นได้ชัด ซึ่งการทำเช่นนั้นถือเป็นการส่งเสริมให้คนที่อยากก่ออาชญากรรมกล้าลงมือทำมากขึ้น เขายกตัวอย่างเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น เช่น ชายหนุ่มถูกฟันด้วยมีดมาเชเต้จนเสียชีวิต, การบุกรุกทำร้ายคนถึงในบ้าน, การทำลายทรัพย์สิน และการที่ยังมีคนถือมีดมาเชเต้วิ่งเพ่นพ่านในห้างสรรพสินค้า [00:33] พร้อมบอกว่าเธอจำเป็นต้องเปลี่ยนมุมมองและยอมรับความจริงได้แล้ว
Adele Andrews (เหยื่อจากการถูกบุกรุกบ้าน) [00:51]: เผยความรู้สึกว่า เธอไม่เข้าใจเลยว่าทำไมปัญหานี้ถึงไม่ใช่เรื่องหลักที่รัฐบาลเร่งแก้ไข เธอมองว่าสถานการณ์มันแย่ลงมากนับตั้งแต่ที่บ้านของเธอถูกบุกรุก ทั้งในแง่ของจำนวนคดีอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นและระดับความรุนแรงที่เลวร้ายลง
Wayne Gatt (เลขาธิการสมาคมตำรวจวิกตอเรีย) [01:05]: ทิ้งท้ายอย่างน่าสนใจว่า หากรัฐบาลมัวแต่เอาใจหรืออ่อนข้อให้กับคนกลุ่มน้อยที่ต้องการสร้างความเดือดร้อนให้กับคนส่วนใหญ่ในสังคม ก็เท่ากับว่ากำลังยื่นกุญแจเมืองให้กับเหล่าอาชญากร
กรณีศึกษา ออสเตรเลีย
📋 (รายงาน Crime Victimisation ของกลุ่มตัวอย่างอายุ 15 ปีขึ้นไป และครัวเรือน)
🏠 ก. อาชญากรรมต่อครัวเรือน
🔓 บุกรุกบ้านสำเร็จ (Break-in): 1.8% ของครัวเรือน หรือ 196,600 ครัวเรือน
🔒 พยายามบุกรุกแต่ไม่สำเร็จ (Attempted break-in): 2.0% ของครัวเรือน หรือประมาณ 217,500 ครัวเรือน
👤 ข. อาชญากรรมต่อบุคคล (ทุกสถานที่ ไม่จำกัดแค่ในบ้าน)
🤕 ถูกทำร้ายร่างกาย (Physical assault): 1.8% หรือ 395,100 คน
⚠️ ถูกข่มขู่ทำร้ายต่อหน้า (Face-to-face threatened assault): 2.1% หรือ 463,400 คน
🚫 ถูกล่วงละเมิดทางเพศ (Sexual assault - อายุ 18+): 0.5% หรือ 89,400 คน
1. 🧮 การคำนวณเจาะลึกประเด็น "บุกรุกบ้าน" (Break-in & Home Invasion)
⏱️ (ใช้ฐานเวลา 1 ปี = 365 วัน = 8,760 ชั่วโมง = 525,600 นาที)
📈 คำนวณความถี่ของการงัดบ้าน (Break-in Frequency):
🚪 งัดสำเร็จ (196,600 ครัวเรือน):
525,600 ÷ 196,600 = 2.67 นาที
📌 สรุป: หากนำมาหารเฉลี่ย จะมีบ้านในออสเตรเลียถูกบุกรุกสำเร็จ 1 หลัง ในทุกๆ 2 นาที 40 วินาที
🛡️ พยายามงัดแต่ไม่สำเร็จ (217,500 ครัวเรือน):
525,600 ÷ 217,500 = 2.41 นาที
📌 สรุป: จะมีบ้านที่โจรพยายามงัดแต่ไม่สำเร็จ 1 หลัง ในทุกๆ 2 นาที 25 วินาที
🚨 รวมการก่อเหตุที่บ้านทั้งหมด (สำเร็จ + ไม่สำเร็จ = 414,100 ครัวเรือน):
525,600 ÷ 414,100 = 1.26 นาที
📌 สรุป: ออสเตรเลียมีเหตุการณ์ที่โจรลงมือที่บ้าน (ทั้งงัดได้และงัดไม่ได้) เฉลี่ย ทุกๆ 1 นาที 15 วินาที
👁️🗨️ คำนวณความน่าจะเป็นของ "Home Invasion" (การเผชิญหน้า):
📂 จากฐานข้อมูล ABS ระบุว่า ในบรรดาบ้านที่ถูกบุกรุกสำเร็จ มีเพียง 12% เท่านั้นที่ผู้กระทำผิดได้เผชิญหน้า (Confronted) กับใครบางคนในบ้าน
😨 จำนวนครัวเรือนที่มีการเผชิญหน้า: 12% ของ 196,600 = 23,592 ครัวเรือน
⏳ ความถี่ของการเผชิญหน้า: 525,600 ÷ 23,592 = 22.27 นาที
‼️ สรุป: เหตุการณ์ลักษณะ "Home Invasion" (โจรบุกเข้ามาเจอคนในบ้าน) จะเฉลี่ยเกิดขึ้น 1 ครั้ง ในทุกๆ 22 นาที 16 วินาที ทั่วออสเตรเลีย
🏃♂️ จำนวนครัวเรือนที่ไม่พบใครเลย (โจรหนีไปก่อนหรือไม่มีคนอยู่): 88% ของ 196,600 = 173,008 ครัวเรือน
🕵️♂️ บทวิเคราะห์เชิงลึกทางอาชญาวิทยา: ทำไมสถิติ "เผชิญหน้า" ถึงห่างกันมหาศาล? 📊
ตัวเลขที่ห่างกันอย่างสุดขั้วนี้ ไม่ได้แปลว่าโจรไทยมีคุณธรรมสูงกว่า 😇 แต่มันอธิบายได้ด้วยหลักพฤติกรรมศาสตร์ 🧠 และ "ยุทธวิธี" ⚔️ ที่กลุ่มคนโลกสวยมักจะมองข้าม นี่คือความจริงที่สถิติฟ้องให้เห็น:
🔫 1. อวป. คือ "สิ่งป้องปรามชั้นยอด" (The Ultimate Deterrent)
หลายคนเชื่อวาทกรรมที่ว่า "ไม่มีปืน = สังคมปลอดภัย" 🚫🔫 แต่นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกความจริง:
🇦🇺 ออสเตรเลีย: นับตั้งแต่กฎหมายควบคุมปืนที่เข้มงวดในปี 1996 ประชาชนถูกริบสิทธิในการมีปืนเพื่อป้องกันตัว โจรวัยรุ่นและแก๊งอาชญากรจึงบุกพังประตู 🚪💥 เข้าบ้านคนอื่นได้อย่างอุกอาจและหน้าด้านๆ เพราะพวกมันรู้ดีว่า "หมาป่าไม่ต้องกลัวลูกแกะ" 🐺🐑 ความเสี่ยงสูงสุดเมื่อเจอเจ้าของบ้านคือการชกต่อย 🥊 หรือโดนไม้เบสบอลตี 🧹 ซึ่งไม่ใช่ภัยคุกคามถึงชีวิต
🇹🇭 ประเทศไทย: โจรไทยตระหนักดีว่า ประเทศไทยมีอัตราการครอบครองอาวุธปืนสูง 📈 และจุดประสงค์หลักของใบ ป.3/ป.4 📜 คือเพื่อปกป้องชีวิตและทรัพย์สิน 🏠 โจรไทยรู้ว่าการพังประตูบุกเข้าบ้านคนอื่นยามวิกาล 🌙 อาจหมายถึงการต้องเอาอกไปรับ "อำนาจหยุดยั้ง" 💥 จากลูกซองปั๊มแอคชั่น หรือปืนพก 9 มม. ของเจ้าของบ้าน ความเสี่ยงระดับที่ "ตายฟรี" 💀 นี้ บีบให้โจรไทยต้องลดระดับตัวเองเป็นแค่ "ตีนแมว" 🐾 ที่ต้องอาศัยจังหวะทีเผลอเท่านั้น
⚖️ 2. โครงสร้างกฎหมาย (ความเสี่ยงที่โจรต้องคำนวณ)
อาชญากรมีการประเมินความคุ้มค่าและความเสี่ยงเสมอ 🧠⚖️ (Rational Choice Theory)
🇦🇺 กฎหมายออสเตรเลีย: มีความเข้มงวดเรื่องการใช้กำลังป้องกันตัวมาก 🛑 หากเจ้าของบ้านใช้สิ่งของเป็นอาวุธตีโจรบาดเจ็บ 🤕 เจ้าของบ้านอาจโดนคดีทำร้ายร่างกายเสียเอง 🚔 โจรจึงไม่ค่อยเกรงกลัว 😈
🇹🇭 กฎหมายอาญาไทย: แม้จะมีการเถียงกันเรื่อง "ป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ" แต่ในทางปฏิบัติ ศาลไทยมักมองว่าการที่มีคนแปลกหน้าบุกรุกเข้าบ้านยามวิกาล ถือเป็นภัยคุกคามอันตรายใกล้จะถึงชีวิต ⚠️ (ป.อ. มาตรา 68 📖) หากเจ้าของบ้านยิงสวนเพื่อป้องกันตัว มักจะรอดคดี 🛡️ โจรไทยรู้กฎข้อนี้ดี ว่าถ้าปล่อยให้เกิดการเผชิญหน้า ตัวเองจะเสียเปรียบทั้งทางชัยภูมิ (โดนยิงฟรี) 🎯 และกฎหมาย ⚖️
🇹🇭 ไทย vs 🇦🇺 ออสเตรเลีย — งบและโครงสร้างตำรวจ
🇹🇭 ไทย
🚓 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ — รวมศูนย์
💰 งบปี 2570: ~1.2 แสนล้านบาท
👥 ประชากร: ~76 ล้านคน*
🏛️ งบและการบังคับบัญชาหลักอยู่ที่รัฐบาลกลาง
👮♂️ ครอบคลุมงานตำรวจหลายด้านทั่วประเทศ
🇦🇺 ออสเตรเลีย
🚓 ตำรวจรัฐ/ดินแดน — กระจายอำนาจ
💰 ค่าใช้จ่ายปี 2024–25: ~17.9 พันล้าน AUD (~4 แสนล้านบาท)
👥 ประชากร: ~27 ล้านคน
🦅 AFP — ตำรวจรัฐบาลกลาง
💰 ทรัพยากรปี 2026–27: ~2.66 พันล้าน AUD (~6 หมื่นล้านบาท)
🎯 เน้นภารกิจ Federal/National เช่น อาชญากรรมข้ามรัฐและอาชญากรรมร้ายแรง
🇹🇭 ไทย
🚓 งบตำรวจ ~1.2 แสนล้านบาท
👥 ~76 ล้านคน
💰 ~1,580 บาท/คน
🇦🇺 ออสเตรเลีย
🚓 ตำรวจรัฐ/ดินแดน + 🦅 AFP
💰 ~4.5–4.7 แสนล้านบาท
👥 ~27 ล้านคน
💰 ~16,700–17,500 บาท/คน
📊 สรุป
🇦🇺 งบตำรวจต่อประชากร ~10.5–11 เท่า 🇹🇭
➡️ พูดง่าย ๆ คือ ประชากรออสเตรเลีย 1 คน มีงบตำรวจเฉลี่ยต่อหัวสูงกว่าไทยประมาณ 11 เท่า
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้