
ขอออกตัวไว้ก่อนนะครับ ไม่ได้สนับสนุนความรุนแรง แต่คุยเรื่องความรู้กฏหมายป้องกันตัว Self-Defense ย้ำว่าเป็นกฏหมายของประเทศอเมริกาโน่นะครับ ไม่ใช่กฏหมายไทย เป็นหลักกฏหมายที่ไม่ใช่ของไทยนะครับ เป็นของอเมริกา ผมเพิ่งรู้จากหนังเรื่องนี้เลยครับ 8 พิโรธ โกรธ แล้ว ฆ่า หรือ The Hateful Eight (2015) ผู้กำกับชื่อดัง อย่าง เควนติน แทแรนติโน ถ้าใครไม่รู้จัก ผมว่าน่าจะเคบผ่านตาผลงานแกมาบ้างก็เรื่อง Kill Bill นางฟ้าซามูไร นั่นแหละครับ บู้เลือดสาด แกชอบทำแนวบู้ Telling Story บู้เล่าเรื่อง บทพูดเยอะๆ สำบัดสำนวนพูดเยอะ ประมาณนั้น
เรื่อง 8 พิโรธ เป็นฉากที่ผู้พันวอเรน ยั่วยุนายพลแซนฟอร์ดสมิธเทอร์ ตอนแรกสุดคือ ผู้พันวอเรน มันเดินเอาปืนไปวางที่โต็ะข้างๆนายพลแซนฟอร์ดสมิธเทอร์ก่อน บรรจุกระสุนในรังเพลิงให้เรียบร้อย จากนั้นก็ชวนคุยไปเรื่อยๆ และผู้พันวอเรนก็ไปนั่งอีกโต๊ะอีกฝั่งนึงหันหน้ามาเผชิญหน้ากัน ซึ่งปืนก็เหน็บเอวประจำกายที่ผู้พันวอเรนพร้อมใช้งานเหมือนกัน ผู้พันวอเรนยั่วยุจนสุดท้ายนายพลแซนฟอร์ดสมิธเทอร์ทนไม่ไหวคว้าปืนที่อยู่บนโต๊ะที่ผู้พันวอเรนวางไว้ให้ตอนแรก หันปากกระบอกปืนมาทางผู้พันวอเรน เสี้ยวนาทีผู้พันวอเรนชักปืนที่เหน็บเอวประจำกายยิงสวนก่อนนายพลแซนฟอร์ดสมิธเทอร์ยังไม่ทันได้เหนี่ยวไก ร่วงไปเลย และเข้าหลัก Self-Defense ถือว่าเป็นการป้องกันตัว คือ คนในร้านของมินนี่ ที่เป็นพวกเสือปืนไว ก็เห็นเหตุการทั้งหมด และทุกคนก็ยอมรับในสิ่งที่ผู้พันวอเรน คือ ไม่ผิดกฏหมาย เหตุจำเป็นในการป้องกันตัว
เอาจริงๆ ผู้พันวอเรนเหมือนหัวหมอในกฏหมายตรงนี้ด้วย ถ้าจู่ๆ ยิงเลย คือ ผิดเต็มๆ โทษยุคนั้นคือ แขวนคอ แต่เค้าใช้วิธีพูดยั่วยุด้วยวาจาจนคู่กรณีทนไม่ไหวเอง เป็นเหตุให้คว้าปืนหันปากกระบอกปืนมาทางผู้พันวอเรนก่อน แต่ผู้พันวอเรนชักปืนไวกว่า ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่เชื่อเรื่องกฏหมายข้อนี้ แต่ลองไปหาข้อมูลมาคร่าวๆ มันมีอยู่จริง และปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ในอเมริกาครับ
ผมเคยไถติ๊กต๊อกไปเจอคลิป Footage เหมือนกัน มีหลายคลิปเลย ที่ตำรวจอเมริกาเข้าระงับเหตุคนมีปืน คือ คนร้ายแค่หันปากกระบอกปืนใส่ตำรวจเท่านั้น ตำรวจกดใส่ไม่ยั้งเลยครับ มันมีคลิปนึงคนผิวสีนั่งอยู่หน้าบ้านตัวเองแต่ถือปินไว้ในมือ ตำรวจเดินเข้ามา แต่คนผิวสีเขาหันปากกระบอกปีนชี้มาใส่ตำรวจ ตำรวจกระหน่ำยิงไม่ยั้งเลยครับ คือ อาจจะเข้าใจได้ว่า อเมริกาเป็นประเทศที่ใหญ่ พวกเขายึดหลักพึ่งพาตนเองมาตั้งแต่ยุคคาวบอยแล้ว เพราะยุคนั้นกฏหมายตำรวจดูแลไม่ทั่วถึง อเมริกาเลยมีกฏหมายให้ประชาชนมีสิทธิปกป้องดูแลชีวิตและทรัพย์สินตัวเอง เพราะยุคนั้นค่อนข้างป่าเถือน มันมีโจรปล้นฆ่าเยอะ กฏหมายอเมริกาเลยอนุญาตให้ประชาชนครอบครองปืนเพื่อป้องกันตัวเองได้
แต่ก็ต้องบอกว่ามันเหมือนดาบสองคมเช่นกันครับเรื่องนี้ เพราะเราเจอบ่อยๆ ที่มีเหตุกราดยิงกัน แต่ประเทศอเมริกามันใหญ่ คนมันเยอะปัญหาอาชญากรรมก็เยอะตามมา จะให้ตำรวจพื้นที่ไปดูแลก็ไม่ทันเวลา แต่เค้าบอกว่า ตำรวจอเมริกาค่อนข้างจะใส่ใจและมุ่งมั่นทำงานเหมือนกัน อย่างถ้าโทรเรียก 9 1 1 เขาจะแอ็คชั่นทันที แม้จะมีตำรวจแข็งขัน แต่ก็อย่างที่บอกว่าอเมริกาพื้นที่มันกว้างใหญ่ยังไงก็ดูแลไม่ทั่วถึง กฏหมายเลยอนุญาติให้พกปืนได้ แต่ก็ต้องไปขอให้ถูกตามกฏหมาย
และว่าด้วยเรื่อง Self-Defense คือ กรณียิงคนตายเพื่อป้องกันตัว คือกฏหมายอเมริกาเค้าดูบริบทด้วยนะครับ ถ้าเริ่มก่อนไม่ถือว่าเป็นการป้องกันตัว หรือจู่ๆ ไปหาเรื่องเค้าก่อนอันนี้ก็ผิด ยังไงแล้วก็ต้องถูกคุมตัวก่อน และต้องจ้างทนายชี้แจงในศาลอีกที บางรัฐมีกฎหมายว่าคุณต้องพยายามหลบหนีก่อนถ้าทำได้อย่างปลอดภัย แต่ในความเป็นจริง หากถูกปืนจ่อ การหันหลังหนีมักไม่ปลอดภัย การยิงสวนจึงมักยังฟังขึ้นในชั้นศาล หรือ หลัก Duty to Retreat ย้ำอีกครั้งหลักพวกนี้เป็นกฏหมายอเมริกานะครับ ไม่ใช่บ้านเรา
ดูหนังคาวบอยเรื่อง 8 พิโรธ เพิ่งรู้กฏหมายอเมริกา ว่า ถ้าหันปากกระบอกปืนมาหาตัวเรา สามารถยิงสวนได้เลย โดยไม่ผิด
ขอออกตัวไว้ก่อนนะครับ ไม่ได้สนับสนุนความรุนแรง แต่คุยเรื่องความรู้กฏหมายป้องกันตัว Self-Defense ย้ำว่าเป็นกฏหมายของประเทศอเมริกาโน่นะครับ ไม่ใช่กฏหมายไทย เป็นหลักกฏหมายที่ไม่ใช่ของไทยนะครับ เป็นของอเมริกา ผมเพิ่งรู้จากหนังเรื่องนี้เลยครับ 8 พิโรธ โกรธ แล้ว ฆ่า หรือ The Hateful Eight (2015) ผู้กำกับชื่อดัง อย่าง เควนติน แทแรนติโน ถ้าใครไม่รู้จัก ผมว่าน่าจะเคบผ่านตาผลงานแกมาบ้างก็เรื่อง Kill Bill นางฟ้าซามูไร นั่นแหละครับ บู้เลือดสาด แกชอบทำแนวบู้ Telling Story บู้เล่าเรื่อง บทพูดเยอะๆ สำบัดสำนวนพูดเยอะ ประมาณนั้น
เรื่อง 8 พิโรธ เป็นฉากที่ผู้พันวอเรน ยั่วยุนายพลแซนฟอร์ดสมิธเทอร์ ตอนแรกสุดคือ ผู้พันวอเรน มันเดินเอาปืนไปวางที่โต็ะข้างๆนายพลแซนฟอร์ดสมิธเทอร์ก่อน บรรจุกระสุนในรังเพลิงให้เรียบร้อย จากนั้นก็ชวนคุยไปเรื่อยๆ และผู้พันวอเรนก็ไปนั่งอีกโต๊ะอีกฝั่งนึงหันหน้ามาเผชิญหน้ากัน ซึ่งปืนก็เหน็บเอวประจำกายที่ผู้พันวอเรนพร้อมใช้งานเหมือนกัน ผู้พันวอเรนยั่วยุจนสุดท้ายนายพลแซนฟอร์ดสมิธเทอร์ทนไม่ไหวคว้าปืนที่อยู่บนโต๊ะที่ผู้พันวอเรนวางไว้ให้ตอนแรก หันปากกระบอกปืนมาทางผู้พันวอเรน เสี้ยวนาทีผู้พันวอเรนชักปืนที่เหน็บเอวประจำกายยิงสวนก่อนนายพลแซนฟอร์ดสมิธเทอร์ยังไม่ทันได้เหนี่ยวไก ร่วงไปเลย และเข้าหลัก Self-Defense ถือว่าเป็นการป้องกันตัว คือ คนในร้านของมินนี่ ที่เป็นพวกเสือปืนไว ก็เห็นเหตุการทั้งหมด และทุกคนก็ยอมรับในสิ่งที่ผู้พันวอเรน คือ ไม่ผิดกฏหมาย เหตุจำเป็นในการป้องกันตัว
เอาจริงๆ ผู้พันวอเรนเหมือนหัวหมอในกฏหมายตรงนี้ด้วย ถ้าจู่ๆ ยิงเลย คือ ผิดเต็มๆ โทษยุคนั้นคือ แขวนคอ แต่เค้าใช้วิธีพูดยั่วยุด้วยวาจาจนคู่กรณีทนไม่ไหวเอง เป็นเหตุให้คว้าปืนหันปากกระบอกปืนมาทางผู้พันวอเรนก่อน แต่ผู้พันวอเรนชักปืนไวกว่า ซึ่งตอนแรกผมก็ไม่เชื่อเรื่องกฏหมายข้อนี้ แต่ลองไปหาข้อมูลมาคร่าวๆ มันมีอยู่จริง และปัจจุบันก็ยังใช้อยู่ในอเมริกาครับ
ผมเคยไถติ๊กต๊อกไปเจอคลิป Footage เหมือนกัน มีหลายคลิปเลย ที่ตำรวจอเมริกาเข้าระงับเหตุคนมีปืน คือ คนร้ายแค่หันปากกระบอกปืนใส่ตำรวจเท่านั้น ตำรวจกดใส่ไม่ยั้งเลยครับ มันมีคลิปนึงคนผิวสีนั่งอยู่หน้าบ้านตัวเองแต่ถือปินไว้ในมือ ตำรวจเดินเข้ามา แต่คนผิวสีเขาหันปากกระบอกปีนชี้มาใส่ตำรวจ ตำรวจกระหน่ำยิงไม่ยั้งเลยครับ คือ อาจจะเข้าใจได้ว่า อเมริกาเป็นประเทศที่ใหญ่ พวกเขายึดหลักพึ่งพาตนเองมาตั้งแต่ยุคคาวบอยแล้ว เพราะยุคนั้นกฏหมายตำรวจดูแลไม่ทั่วถึง อเมริกาเลยมีกฏหมายให้ประชาชนมีสิทธิปกป้องดูแลชีวิตและทรัพย์สินตัวเอง เพราะยุคนั้นค่อนข้างป่าเถือน มันมีโจรปล้นฆ่าเยอะ กฏหมายอเมริกาเลยอนุญาตให้ประชาชนครอบครองปืนเพื่อป้องกันตัวเองได้
แต่ก็ต้องบอกว่ามันเหมือนดาบสองคมเช่นกันครับเรื่องนี้ เพราะเราเจอบ่อยๆ ที่มีเหตุกราดยิงกัน แต่ประเทศอเมริกามันใหญ่ คนมันเยอะปัญหาอาชญากรรมก็เยอะตามมา จะให้ตำรวจพื้นที่ไปดูแลก็ไม่ทันเวลา แต่เค้าบอกว่า ตำรวจอเมริกาค่อนข้างจะใส่ใจและมุ่งมั่นทำงานเหมือนกัน อย่างถ้าโทรเรียก 9 1 1 เขาจะแอ็คชั่นทันที แม้จะมีตำรวจแข็งขัน แต่ก็อย่างที่บอกว่าอเมริกาพื้นที่มันกว้างใหญ่ยังไงก็ดูแลไม่ทั่วถึง กฏหมายเลยอนุญาติให้พกปืนได้ แต่ก็ต้องไปขอให้ถูกตามกฏหมาย
และว่าด้วยเรื่อง Self-Defense คือ กรณียิงคนตายเพื่อป้องกันตัว คือกฏหมายอเมริกาเค้าดูบริบทด้วยนะครับ ถ้าเริ่มก่อนไม่ถือว่าเป็นการป้องกันตัว หรือจู่ๆ ไปหาเรื่องเค้าก่อนอันนี้ก็ผิด ยังไงแล้วก็ต้องถูกคุมตัวก่อน และต้องจ้างทนายชี้แจงในศาลอีกที บางรัฐมีกฎหมายว่าคุณต้องพยายามหลบหนีก่อนถ้าทำได้อย่างปลอดภัย แต่ในความเป็นจริง หากถูกปืนจ่อ การหันหลังหนีมักไม่ปลอดภัย การยิงสวนจึงมักยังฟังขึ้นในชั้นศาล หรือ หลัก Duty to Retreat ย้ำอีกครั้งหลักพวกนี้เป็นกฏหมายอเมริกานะครับ ไม่ใช่บ้านเรา