ฝูงวัวป่าไบซันเปลี่ยนทะเลทรายได้อย่างไร

.
.
Bison ตัวผู้ (ด้านหลัง) ตัวเมีย (ด้านหน้า)
ใน Yellowstone National Park
.
.

วัวป่าไบซันอเมริกัน American Bison
สายพันธุ์ที่เคยหากินอย่างอิสระครอบคลุมพื้นที่
กว้างใหญ่ทางตอนเหนือของเม็กซิโก
ถูกนำกลับคืนสู่พื้นที่ถิ่นอาศัยดั้งเดิมบางส่วน
หลังจากที่พวกมันถูกล่าจนสูญพันธุ์ราว 160 ปีก่อน

เริ่มต้นจากฝูงวัวป่าไบซันเพื่อการอนุรักษ์
เพียงแค่ฝูงเดียวในรัฐชิวาวา (Chihuahua)
ได้ขยายตัวจนกลายเป็นโครงการฟื้นฟู
ฝูงวัวป่าไบซันที่ครอบคลุมหลายรัฐ ในเม็กซิโก
และมีผลลัพธ์ทางนิเวศวิทยาที่วัดผลได้จริง

การสูญพันธุ์ของวัวป่าไบซันในเม็กซิโก

ในอดีต วัวป่าไบซันอเมริกันมีถิ่นอาศัย
ครอบคลุมพื้นที่ทางตอนเหนือของเม็กซิโก
รัฐชิวาวา โกอาวีลา (Coahuila) โซโนรา (Sonora)
นูเอโวเลออน (Nuevo León) ดูรังโก (Durango)
แต่ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 (160 ปีก่อน)
วัวป่าไบซันสายพันธุ์นี้สูญสิ้นไปจากเม็กซิโก

ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชากรวัวป่าไบซันลดลง
การล่าหนังไปขายแบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
การล่าวัวป่าไบซันเพื่อความบันเทิงเริงรมย์
วัวป่าไบซันจำนวนมากถูกฆ่าทิ้ง
และถูกทิ้งไว้โดยไม่ใช้ประโยชน์/ทำปุ๋ย

ปัจจัยชี้ขาดประการหนึ่ง ในศตวรรษที่ 19 คือ
นโยบายที่ชัดเจนของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา
สนับสนุนให้มีการฆ่าฝูงวัวป่าไบซัน
เพื่อทำลายแหล่งอาหาร/วิถีชีวิตหลักดั้งเดิม
ของชนพื้นเมืองอเมริกันให้อดอยากจนยอมจำนน

บริษัทรถไฟก็ล่าฝูงวัวป่าไบซันจำนวนมาก
เพื่อนำมาเป็นอาหารให้แก่คนงาน
และเพื่อป้องกันไม่ให้ฝูงวัวป่าไบซัน
กีดขวางเส้นทางรถไฟในการเดินทาง

ภายในปี ค.ศ. 1900
ในทวีปอเมริกาเหนือ(สหรัฐอเมริกา)
เหลือวัวป่าไบซันเพียงไม่เกิน 500 ตัวเท่านั้น
ส่วนในเม็กซิโก วัวป่าไบซันตามธรรมชาติ
ฝูงสุดท้ายได้หายไปจากพื้นที่เมื่อ 160 ปีก่อน
.
.
.

.
โครงกระดูก Bison
.
.

.
กองกระดูก Bison รอทำปุ๋ย ช่วงปี 1870
.
.

.
Bison ใน Chihuahua Mexico
.
.

.
Bison ทึ่ CSKT Bison Range รัฐ Montana
.
.

.
Bison ใน Hayden Valley ช่วงฤดูหนาว
.
.
.

โครงการนำร่อง Janos

จากวัวป่าไบซัน 23 ตัว สู่จำนวนเกือบ 500 ตัว
โครงการฟื้นฟูประชากรเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2009
เมื่อนำวัวป่าไบซันอเมริกันจำนวน 23 ตัว
จากอุทยานแห่งชาติ Wind Cave รัฐเซาท์ดาโคตา
ถูกย้ายมายัง Rancho El Uno
ในหุบเขา Janos รัฐชิวาวา

ฝูงวัวป่าเหล่านี้ได้รับเลือกส่วนหนึ่ง
เพราะผลการวิจัยทางพันธุกรรม
พบว่าฝูงไบซันจาก Wind Cave
มีความหลากหลายทางพันธุกรรมสูง
และไม่มีการปนเปื้อนของยีนจากวัวบ้าน
.
.

.
วัวลูกผสมจากแม่วัวพื้นเมือง
กับวัวป่า American bison
.
.

Rancho El Uno เป็นพื้นที่อนุรักษ์
ขนาด 18,546 เฮกตาร์
ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตสงวนชีวมณฑล Janos
(Janos Biosphere Reserve)
เป็นพื้นที่คุ้มครองธรรมชาติ
ที่มีขนาดประมาณ 13 ล้านเอเคอร์
เป็นแหล่งอนุรักษ์ทุ่งหญ้าธรรมชาติผืนใหญ่
ผืนสุดท้ายแห่งหนึ่งในตอนเหนือของเม็กซิโก
ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่เริ่มนำร่องโครงการนี้
เพราะเคยมีฝูงวัวป่าไบซันตามธรรมชาติ
อาศัยอยู่จำนวนหนึ่งในช่วงต้นศตวรรษ

ฝูงวัวป่าไบซันเริ่มต้นจำนวน 23 ตัวนี้
ได้ขยายจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภายในปี 2017
คณะกรรมาธิการแห่งชาติ
ว่าด้วยพื้นที่คุ้มครองทางธรรมชาติ
(Comisión Nacional de Áreas Naturales Protegidas)
พบว่ามีฝูงวัวป่าไบซัน 123 ตัวในพื้นที่ Janos
หนึ่งปีต่อมา มีจำนวนเพิ่มขึ้น 230 ตัว

เมื่อสิ้นปี 2025
ฝูงวัวป่าไบซันใน Janos และ Rancho El Uno
ก็เพิ่มขึ้นจนมีจำนวนระหว่าง 460 - 500 ตัว

การขยายพื้นที่ไปยัง Coahuila และ Sonora
จากความสำเร็จใน Janos ทำให้นำรูปแบบ
การดำเนินงานนี้ไปปรับใช้ในพื้นที่อื่นได้

ในปี 2020
มีการขนย้ายวัวป่าไบซันจำนวน 19 ตัว
ไปยัง Coahuila เพื่อสร้างฝูงวัวป่าไบซันกลุ่มที่ 2
สำหรับการอนุรักษ์ในพื้นที่คุ้มครอง
Maderas del Carmen และ Ocampo

ในเดือนสิงหาคม 2025
วัวป่าไบซันอีก 3 ตัวถูกนำมายัง
เขตอนุรักษ์นิเวศวิทยา El Santuario
ในเมือง Cuatro Ciénegas รัฐ Coahuila
ซึ่งเป็นโครงการที่นำโดยมูลนิธิ
Fundación Pro Cuatrociénegas
วัวป่าไบซันกลุ่มแรกนี้มาจาก
Museo del Desierto ในเมือง Saltillo

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2025
มีวัวป่าไบซันอีก 44 ตัว
เดินทางมาถึง El Santuario
หลังจากเดินทางกว่า 700 กิโลเมตร
จาก Rancho El Uno ใน Janos
โดยฝูงวัวป่านี้มีตัวเมีย 38 ตัวและตัวผู้ 6 ตัว

เขตอนุรักษ์ El Santuario
ครอบคลุมพื้นที่กว่า 1,000 เอเคอร์
ห่างจากเมือง Cuatro Ciénegas ราว 10 กิโลเมตร
สถานที่แห่งนี้ได้รับเลือก
เพราะมีภูเขาล้อมรอบตามธรรมชาติ
ทำให้สร้างรั้วปิดกั้นไม่ถึง 100 เมตร
ก็จะควบคุมให้ฝูงสัตว์อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ได้

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2026
มีการเคลื่อนย้ายวัวป่าไบซันอีก 29 ตัว
จาก Janos ไปยัง Sonora
เพื่อสร้างฝูงใหม่ในภูมิภาค Cuenca Los Ojos
กลุ่มนี้ประกอบด้วยตัวผู้ 10 ตัวและตัวเมีย 19 ตัว
ภายในเวลาเพียงไม่กี่เดือน
มีลูกวัวป่าไบซันเกิดใหม่ถึง 10 ตัว
แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จ
ในการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว
.
.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
.
150 years later: the bison returned to
Cuatro Ciénegas
.
.
.

ผลกระทบทางนิเวศวิทยา

ฝูงวัวป่าไบซันในฐานะ
วิศวกรระบบนิเวศ
การนำไบซันกลับคืนสู่ธรรมชาติ
ไม่ใช่การเพิ่มจำนวนวัวป่าไบซันเท่านั้น
แต่เป้าหมายคือ การฟื้นฟูบทบาททางนิเวศวิทยา
ของสัตว์กินหญ้าขนาดใหญ่
ที่มีอิทธิพลต่อทุ่งหญ้า
ในอเมริกาเหนือมาเป็นเวลาหลายพันปี

ฝูงวัวป่าไบซันส่งผลกระทบต่อ
สิ่งแวดล้อมผ่านกลไกหลายประการ
พฤติกรรมการกินหญ้าของพวกมัน
ทำให้เกิดความแตกต่างสูงต่ำของหญ้า
การกินหญ้าเก่าสูง/แห้งที่ดินรกร้าง
ทำให้ลดไฟป่าในพื้นที่ได้มาก

กีบเท้าของวัวป่าไบซันช่วยทลายดิน
ผืนดินทะเลทรายที่แข็งตัว เกิดรอยแทรกพื้นดิน
ทำให้ทั้งน้ำและอากาศสามารถซึมผ่านลงไปได้
ขี้และฉี่ของฝูงวัวช่วยกระจายธาตุอาหารใหม่

เสือพูมา แมวป่าลิงซ์ และนกท้องถิ่นในพื้นที่
ที่วัวป่าไบซันอาศัยอยู่เริ่มกลับมา

การย้ายที่หากินของฝูงวัวป่าไบซัน
ยังช่วยในการพาเมล็ดพันธุ์พืช
ไปแพร่กระจายยังที่ต่าง ๆ ได้อีกด้วย

พฤติกรรมที่โดดเด่นที่สุดของวัวป่าไบซัน
คือ การเกลือกกลิ้งไปมา
บนพื้นดินซ้ำ ๆ จนเกิดเป็นแอ่งตื้น ๆ
(เกิดเป็นแอ่งน้ำในพื้นที่หลายจุด
มีน้ำ มีดิน มีปุ๋ย มีเมล็ดพืช ย่อมงอกงามได้)
.
.
.
วัวป่า bison คลุกฝุ่น ใกล้ Lamar River Canyon
.
.

ในปี ค.ศ. 2009
นักวิจัยในพื้นที่ Janos
ได้ศึกษาแอ่งเหล่านี้
ทึ่เกิดวัวป่าไบซันกลับคืนสู่ธรรมชาติ
แล้วพบความแตกต่างในด้านองค์ประกอบ
และโครงสร้างของพืชพรรณชนิดต่าง ๆ
พบพืชบางชนิดเฉพาะภายในแอ่งเท่านั้น
ในขณะที่พืชบางชนิดพบเฉพาะภายนอก
ซึ่งชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมของวัวป่าไบซัน
ช่วยสร้างพื้นที่ขนาดเล็ก
ที่มีสภาพทางนิเวศวิทยาแตกต่างออกไป
.
.

.
.

มิติทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณ

สำหรับชนเผ่า N’de
หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ Apache ในสหรัฐอเมริกา
การกลับมาของวัวป่าไบซัน
มีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเรื่องนิเวศวิทยา
ในภาษาชนเผ่า N’de เรียกว่า Iyané
ถือเป็นเรื่องสำคัญในจักรวาลวิทยา
และอัตลักษณ์ของชนเผ่า N’de

Juan Luis Longoria Granados
ผู้นำกลุ่ม Nación N’de
และผู้อำนวยการฝ่ายวัฒนธรรม
ของมูลนิธิ Pro Cuatrociénegas
เป็นผู้นำประกอบพิธีต้อนรับตามประเพณี
เมื่อวัวป่าไบซันจำนวน 44 ตัว
เดินทางมาถึงรัฐ Coahuila ได้กล่าวว่า
“ การกลับมาของวัวป่าไบซัน
ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จทางนิเวศวิทยาเท่านั้น
แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงชาว N’de เข้ากับ พี่น้อง
ผู้เป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ จิตวิญญาณ
และความทรงจำร่วมกันของพวกเราอีกด้วย ”

ในพิธีมีการถวายหญ้าและขนนก
เพื่อขอฝากฝังให้เทพประจำเผ่า
ดูแลฝูงวัวป่าไบซันด้วยพลังแห่งการสร้างสรรค์
และขอให้ผืนดินแห่งนี้กลับคืนสู่ความสมดุล
(May the Force be with us.)
.

เรียบเรียง/ที่มา

https://tinyurl.com/jy6b72bs
.
.
.

.
หมึ Grizzly กำลังกัดกิน American bison
.
.

.
American bison โดนฝูงหมาป่าล้อม
ภาพวาดราวปี 1832–33
.
.

.
ฝูงวัวป่า Bison ถูกไล่ต้อนให้ตกเหว/หน้าผา
@ Alfred Jacob Miller
.
.

.
Ulm Pishkun ที่ Bison กระโดด (หน้าผาสังหาร)
ในทิศตะวันตกเฉียงใต้ Great Falls รัฐ Montana
ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง
ชนเผ่า Blackfoot จะไล่ต้อนฝูง Bison ไปที่หน้าผา
เพื่อให้ Bison ตกลงไปตายหรือบาดเจ็บ
เพื่อเตรียมทำเป็นเสบียงอาหารในฤดูหนาว
ชนเผ่า Blackfoot ใช้ Pishkuns ถึงราวปี 1850
.
.

.
@ George Catlin
.
.

เรื่องเดิม
.
หมาป่าเปลี่ยนแม่น้ำได้อย่างไร
.
คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
.
How Wolves Change Rivers
.
.
.

เรื่องเล่าไร้สาระ

วัวพิ้นเมืองไทยน้ำหนักโดยเฉลี่ยแล้ว
ตัวผู้ 300-350 กก. ตัวเมีย 200-250 กก.

สมมุติเฉลี่ยวัวทั้งฝูง 200 กก. 50 ตร.ซม./กีบ
น้ำหนัก 200 กก.= 1,960 N
ยืน 4 ขา 1,960/0.02=100kPa
ตอนเดินลงเท้าราว 2 กีบ
จะมีแรงกระแทกราว 1.3 เท่า= 250kPa

แรงกดจากกีบเท้าวัว
ทางเดินทุ่งนามักจะเป็นดินเหนียว
ในหน้าแล้งดินเหนียวเมื่อรับแรงซ้ำ ๆ
น้ำภายในดินเหนียว
จะถูกบีบออก ชั้นดินจะบดอัดแน่นขึ้น
จาก 10-15 ซม. เป็น 20-30 ซม.
แต่ลึกกว่านี้ แรงจากกีบวัวกดลงไปไม่ถึง

หน้าฝนดินเหนียวโดนน้ำจะพองตัว
ผิวดินมักจะร่วนซุยแตกออกจากกัน
ฝูงวัวเดินไปมาดินจะแฉะเละเป็นโคลน

พอหน้าแล้งเริ่มวงจรรอบใหม่
ทางวัวเดินจะลดต่ำลงทีละน้อยเป็นแนว
คน สัตว์ และเกวียน จะเดินตาม
เป็นทางเดินโบราณ Holloway

ต้นไม้ใบหญ้าทางเดินวัวมักไม่รอด
ไร้อินทรีย์วัตถุ ไร้ไส้เดือน
ผิวทางเป็นดินเปลือยแข็งเหมือนดินดาน

แต่ในคอกวัว ฝูงวัวมักย่ำอยู่กับที่
ขี้วัวแม้คนเลี้ยงจะนำออกไปทุกวัน
แต่ระหว่างชั้นขี้วัวกับชั้นดินเดิม
จะเกิดชั้นบาง ๆ ที่แน่นมาก
เพราะถูกเหยียบนวดตลอดเวลา
อนุภาคจากขี้วัวจะอุดช่องว่างในดิน
ทำให้น้ำซึมผ่านได้น้อยมาก
ดินจะค่อย ๆ แข็ง/แน่นมาก

ในอดีตชาวบ้านสยามบางพื้นที่
ไม่ชอบให้คนมาเช่าที่ดินสร้างคอกวัว
เพราะจะก่อสร้างบ้านขุดหลุมยากมาก
ในยุค Analog ที่ยังไม่มีรถขุดรถตัก

ทั้งยังไม่ชอบให้ฝูงวัวเดินผ่านเรือกสวนไร่นา
เพราะปัญหาดินดานในแนวทางเดิน
ถ้าจะใช้ที่ดินทำประโยชน์วันหลัง

กอปรกับมลพิษทางเสียง กลิ่นต่าง ๆ
กับกึ่งกึ่งบัตรเชิญโจร มาลักวัวปล้นวัว
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่