สรุปยังไงกัน งานตาชั่งเนี่ย ไปต่อหรือพอแค่นี้ครับ (ห้ามโลกสวยนะ กระทู้นี้ขอความเห็นจากใจทุกคน)

เรื่องงานตาชั่งที่ผมทำอยู่ปัจจุบัน ขอเล่าตรงนี้ให้ฟังเลยนะครับ มีน้าเขาบอกว่าเป็นงานของเด็ก ป.6 นับ 1-10 ก็ทำได้แล้ว ฟังดูเหมือนจะง่ายในสายตาเขา แต่พอลงมือทำแล้ว เริ่มเจอภาระแรงกดดันตามมาอย่างเลี่ยงไม่ได้ ล่าสุดเรื่องย้ายตำแหน่งก็ย้ายไม่ได้อีก คนพิการชุดก่อนที่เขาทำได้เขาพิการแขนลีบ ประกาศทะเบียนรถไม่ผิดตั้งแต่เข้ามาทำงานวันแรก แค่ทำไมผมผิด ๆ ถูกๆ หรืองานนี้ไม่เกี่ยวกับสภาพความพิการของผม ผมจะไปยกเลิกบัตรคนพิการตอนอายุเข้าหลัก 3 เลยละกัน (ไม่เกิน 32 ครับ) แล้วไปหางานอื่นทำที่ดีกว่านี้ เพราะงานคนพิการเหมือนจะเก็บเงินไว้สร้างอนาคตไม่ได้ มันได้ค่าจ้างน้อย แต่ก็ทำใจเพราะผมเป็นลูกจ้างชั่วคราว

ขนาดโทรศัพท์ผมยังต้องผ่อนเลย ถ้าทำงานเป็นพนักงานรายเดือนไม่ได้มาผ่อนหรอกครับ ซื้อสดเลยดีกว่า แต่ต้องแลกมาด้วยค่าจ้างที่ได้รับทุก ๆ สิ้นเดือน ต้องส่งเงินให้ทางบ้านเดือนละ 5,000 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเช่น ซื้อวัตถุดิบประกอบอาหาร จ่ายค่าน้ำ จ่ายค่าไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนค่าใช้จ่ายส่วนตัวผมมีแค่เติมน้ำมันรถมาทำงาน งวดโทรศัพท์ นอกนั้นเป็นเงินเก็บออมแล้วทีนี้ เพราะทุกวันที่ 1 ผมรับเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วันที่ 10,20 รับเบี้ยคนพิการ (800 และ 200 บาทต่อเดือน) ถ้าไม่มีเบี้ยคนพิการผมไม่เดือดร้อนหรอกครับ เพราะยังไงแล้วเงินเดือนที่ได้รับสูงกว่าอีกด้วยซ้ำ ตอนนี้ให้น้องชายไปขับแกร็บ เขาบอกว่าจะรับผิดชอบค่าน้ำมันให้แล้ว ดีเหมือนกันครับ จะได้ไม่ต้องเติมมาทำงานบ่อย ๆ เงินเก็บก็จะมากขึ้น

กลับเข้าสู่เรื่องงานกันต่อ งานที่ทำอยู่ตอนนี้นั้นมีความรับผิดชอบสูงมากเท่าที่เคยได้ยินมา แต่ทำไม HR เขาใหัผมมาทำตำแหน่งนี้ด้วย จริง ๆ พี่เลี้ยงผมเขาทำคนเดียวได้ ล่าสุดมีพี่ที่อยู่ข้างในมาเหยียดหยามสาขาวิชาผมอีก เขาบอกสาขาวิชาโทรคมนาคมมันเกี่ยวกับตาชั่งรถเข้าออก โลจิสติกส์ ผมเลยเถียงไปว่ามันเกี่ยวกันตรงไหน โทรคมนาคมของผมมันพวกระบบสื่อสารโน่น ถ้าไม่ได้เรียนมาก็อย่าเผือกครับ ถ้าจะเผือกผมจะให้คุยกับอาจารย์ที่สอนแผนกวิชานี้ พี่เขาก็เงียบไป

ตอนที่ผมทำงานอยู่ Vivo คอยคีย์ข้อมูลการขาด,ลา,มาสาย ของพนักงานให้ HR พี่เขาสอนงานให้แปปเดียว อาทิตย์ต่อมาผมก็ทำได้ 100% ไม่มีผิดพลาด จริงครับเพราะงานนี้ใช้ทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์ที่เรียนมา และได้นำความรู้มาปรับใช้กับการทำงาน แต่พอมาตาชั่ง อ้าวเฮ้ย...มันเกี่ยวกันตรงไหนหว่า ต้องมานั่งประกาศทะเบียนรถเนี่ย ร้านขายวัสดุก่อสร้างที่อื่นๆ เขาไม่ได้ให้คนมานั่งเขียนแล้ว เขาใช้ระบบคอมพิวเตอร์จัดการเองทั้งหมดเลย งานที่ผมทำอยู่ตอนนี้ได้เอาความรู้ที่ผมเรียนมาทิ้งหมดเลย ผมเลยบ่นกับตัวเองว่า กูกลับไปเรียนใหม่อีกดีมั้ยวะ ก่อนกลับไปเรียนยกเลิกบัตรคนพิการทิ้งก่อนเลย เพราะมันไม่มีประโยชน์หรอก ถ้ากลับไปเรียนได้จะตั้งใจเรียนให้ดีกว่านี้ ให้ได้เกรด 4 ทุกวิชาเลย แล้วไปสมัครงานที่ตรงตามที่จบมาซะ แต่เรื่องเรียนก็ปล่อยไปเถอะ มันผ่านไปแล้ว

ถ้าผมจะหางานใหม่ ครอบครัวก็มองว่าผมไม่ปกติอยู่ดี ใครมีคำแนะนำดีๆ ไหมครับ ไม่เอาคนโลกสวยมาตอบเหมือนกระทู้ผ่าน ๆ มาแล้วนะครับ ผมเจ็บใจมาก อย่าซ้ำเติมผมเลย ตอนนี้ความพิการผมก็ไม่มีแล้ว แต่ที่ต้องทำงานบ้า ๆ บอๆ ต่อไปเนี่ยก็เพราะบริษัทจ้างมาในฐานะคนพิการ ส่วนที่บอกว่าพี่ที่เขาเหยียดสาขาวิชานี่ คิดยังไงครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่