เริ่มหมดไฟในการทำงานตาชั่ง

หลังจากที่เคยลงกระทู้ "งานธุรการตาชั่ง ยากไหมครับ" ไป ตอนนี้ผมกำลังจะหมดความอดทนกับงานที่ทำอยู่ตอนนี้แล้วครับ เพราะเพิ่งมารู้ทีหลังว่า งานที่ผมทำอยู่นั้น มันมีแรงกดดันสูงมากถึงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ เพราะเป็นงานที่ทำวนลูปเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ซาก ๆ และต้องมาเจออารมณ์ที่แปรปรวนของคนขับรถ (บางคัน) อีกต่างหากครับ

เมื่อวันที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา หมอประจำตัวผมที่ผมไปรักษาโรคทางด้านจิตใจหรือพฤติกรรม ได้พิจารณาหยุดยา หยุดนัด ผมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะไม่มีความพิการหลงเหลืออีกแล้ว แต่ทางบ้านก็ยังให้ผมถือบัตรคนพิการอยู่ แต่หมอก็ไดับอกให้ผมย้ายตำแหน่งงานใหม่ด้วย เพราะหมอได้กำชับว่างานที่ผมทำอยู่ตอนนี้ มีแรงกดดันสูงมาก ถ้ายังฝืนทำต่อไป โอกาสที่สมองจะกลับมาพิการนั้นสูงมาก แต่ผมก็ได้บอกแม่ไปแล้ว แม่กลับไม่เชื่อสิ่งที่ผมพูด และให้ผมทำงานตาชั่งเหมือนเดิม ซึ่งแม่จะให้ผมกลับมาพิการทางสมองซ้ำซ้อนอีกเหรอ

ล่าสุดผมได้คุยกับพี่คนหนึ่งที่ HR ใน LINE ขอเปลี่ยนตำแหน่งงานจากตาชั่งไปทำงานในตำแหน่งอื่นที่ไม่มีแรงกดดันแบบงานเดิมแล้วล่ะครับ ซึ่งรอดูว่าพี่เค้าจะตอบมายังไง เดี๋ยวถ้ามีอะไรคืบหน้า ผมจะมาอัพเดทให้ทราบในช่องความคิดเห็นแล้วกันครับ อีกอย่างผมไม่ลงตัวกับพี่ที่อยู่ข้างในที่เป็นฝ่ายจัดส่งเลยขนาดบอกว่าผมทำคอมพิวเตอร์ได้ พี่เขาก็เถียงว่างานตาชั่งที่ผมทำมันง่ายที่สุดในสามโลกแล้ว ในความคิดผมคิดว่างานนี้เป็นงานที่ยากมาก ถ้ามันง่ายทำไมให้คนพิการแบบผมมาทำล่ะ ไม่ให้ผมไปอยู่ตำแหน่งอื่นเลย จะให้ผมคอยประกาศทะเบียนรถผิด ๆ ถูก ๆ แบบนี้เรื่อยไปเลยหรอ

ถ้าผมยกเลิกบัตรคนพิการไป แม่ก็บอกอีกว่าจะไม่มีใครรับทำงาน ตกงานอยู่บ้านแน่ ๆ ทำไมแม่ไม่รู้ความจริงเลยละครับว่าบุคลิกผมเปลี่ยนไปแล้ว ผู้จัดการที่ผมส่งงานให้ทาง LINE ทุกวัน ก็ให้ผมไปยกเลิกบัตรแล้ว แต่ทางบ้านเหมือนจะให้ผมถือบัตรตลอดไปเลยหรือไงครับ มันไม่จำเป็นอะไรแล้วในตอนนี้

งานตาชั่ง เท่าที่ศึกษามานั้นเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบสูง ต้องรับมือกับคนขับรถร้อยพ่อพันแม่ น้ำหนักสินค้าเกิน ทะเบียนรถ แรงกดดันที่สูงมาก ถ้าผมยังฝืนทนต่อและไม่เปลี่ยนงานเลย โอกาสที่ความพิการจะกลับมาอีกนั้นสูงมากครับ ผมเลยอยากเตือนว่าใครคิดจะทำงานตาชั่งคอยประกาศทะเบียนรถ เนี่ยนะ คิดให้ดี ๆ ครับ คิดให้ลึก ๆ ครับ เพราะมันเป็นมัจจุราชเงียบ ที่คอยทำให้เราทนแรงกดดันไม่ได้อยู่ แถมจะทำให้เราเสียสุขภาพจิตอีกด้วย (เหมือนน้าที่เป็นพี่เลี้ยงผมแหละ พอหมดความอดทนก็จะอารมณ์แปรปรวนขึ้นมาทันที) ใครทนได้ก็ทนต่อไปครับ อย่างผมนี่เริ่มหมดความอดทนแล้ว อีกอย่างถ้าผิดพลาดขึ้นมา เงินเดือนที่จะได้รับก็จะลดลงไปด้วยครับ

งานคนพิการ ถ้าจะให้ดีอย่าให้มีการจ้างงานที่มีแรงกดดันสูงแบบงานธุรการตาชั่งจะดีมาก เพราะมันจะทำให้เสียสุขภาพจิตอย่างที่ผมว่าเลย แก่นแท้คือผมหายตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาลแล้ว แต่หมอยังให้ทานยาต่อเนื่อง เพราะต้องมาทำงานแบบนี้นั่นเอง ถ้าผมไม่สมัครงานในตำแหน่งนี้ ผมคงไม่ได้มาตั้งกระทู้หรอกครับ ผมคงไปหางานอื่นแล้ว ถ้าผมยกเลิกบัตรคนพิการได้ ผมจะไปหางานที่ทำแล้วได้เงินเดือนคงที่ ไม่มีบวกลบแบบบริษัทที่ทำอยู่ตอนนี้หรอกครับ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่