ทำงานมาเกือบสิบปี เพิ่งเข้าใจคำว่าชีวิตไม่มีอะไรเป็นของเราเลยนอกจากสุขภาพที่เริ่มพัง

กระทู้สนทนา
วันนี้นั่งกินข้าวคนเดียวตอนสองทุ่มครึ่งหลังเลิกงาน แล้วจู่ๆ ก็นึกย้อนไปตอนอายุยี่สิบต้นๆ ที่เพิ่งเรียนจบใหม่ๆ ไฟแรงมาก คิดแค่ว่าถ้าเราทุ่มเทให้เต็มที่ ทำงานล่วงเวลาไม่เกี่ยง วันหยุดโดนตามงานก็เปิดคอมทำให้ตลอด อนาคตมันคงจะมั่นคงและมีทุกอย่างตามที่แพลนไว้
พอตัดภาพมาที่ปัจจุบันในวัยสามสิบกว่า เงินเดือนขยับขึ้นมาก็จริง มีคอนโด มีรถ มีของใช้ที่อยากได้ครบหมด
แต่สิ่งที่หายไปแบบไม่รู้ตัวคือแรงกายกับความสุขแบบเรียบง่าย

ตื่นเช้ามามีแต่อาการปวดหลังร้าวลงสะโพก บางวันไมเกรนขึ้นจนตาพร่าแต่ก็ต้องฝืนลุกไปอาบน้ำเพราะมีประชุมเช้า
พอเดินเข้าไปในออฟฟิศเห็นโต๊ะทำงานแล้วรู้สึกเหมือนพลังชีวิตโดนดูดหายไปดื้อๆ
เริ่มรู้สึกว่าตำแหน่งหน้าที่หรือคำชมจากผู้บริหารที่เคยอยากได้นักหนามันแทบไม่มีความหมายอะไรเลย
ในวันที่เราป่วยแล้วนอนซมอยู่คนเดียวในห้องสี่เหลี่ยม บริษัทเขาก็แค่หาคนใหม่มาแทนเราได้ภายในสองสัปดาห์ แต่ร่างพังๆ
กับเวลาชีวิตที่ทิ้งไปให้งานมันเอากลับคืนมาไม่ได้เลย ตอนนี้เลยเริ่มคิดทบทวนใหม่หมด พยายามปฏิเสธงานนอกเวลา
เลิกแบกความคาดหวังของคนอื่น แล้วเอาเวลาช่วงค่ำไปเดินออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย กินข้าวให้อิ่ม นอนหลับให้เต็มตื่น
แค่นั้นก็รู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าขึ้นมาเยอะกว่าตัวเลขเงินในบัญชีที่แลกมาด้วยความทรมานของร่างกายตัวเองเสียอีก
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่