รีวิว Made in Korea 2 (2026): มัลติเวิร์สประวัติศาสตร์เกาหลี ยุคใหม่ อิทธิพลเก่า ใครจะรอด?



ในซีซันแรก ถึงอัยการ จางกอนยอง (จองอูซอง) จะตามจองเวร ล่าไม่ถอย แรงกดดันมาเต็มแค่ไหน แต่บอกเลยว่า แบคกีแท (ฮยอนบิน) ก็ฟาดกลับแล้วชนะไปแบบสวย ๆ จ้า!  ซีซันนี้คุณพี่ขึ้นแท่นนั่งเก้าอี้หัวหน้าหน่วยข่าวกรองกลางเกาหลี (KCIA) กุมอำนาจรัฐไว้ในมือเต็ม ๆ อยากได้อะไรก็ได้ กวาดเรียบทุกความทะเยอทะยาน  แต่ขึ้นชื่อว่าเรื่องอำนาจ อนิจจังมันไม่เที่ยงของแทร่ ความหิวกระหายอยากครองโลกของพี่แกที่เคยพุ่งปรี๊ด จะยังไปต่อได้ไหมในยุคการเมืองใหม่?  Disney+ เปิดซีซัน 2  มาแบบสะใจมาก พาตัวพ่อที่เพิ่งชนะมาสวย ๆ ในซีซันแรก มาจับถอดปลั๊ก แล้วพลิกชีวิตให้พลิกผันดราม่าฉ่ำ ๆ อีกรอบไปเลยค่ะคุณณณณ!



เราว่างานขาย ของ Made in Korea คือการเอาตัวละครฟิกชันสุดเท่อย่าง แบคกีแท  ไปเนียนวาร์ปอยู่ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์เกาหลี แล้วปั้นเรื่องใหม่โดยมีพี่แกเป็นศูนย์กลางจักรวาล พูดง่าย ๆ มันคือ มัลติเวิร์สประวัติศาสตร์เกาหลีดี ๆ นี่เอง!

ถ้าซีซันแรกพาเราไปดูจุดเริ่มต้นของระบบยูชินยุคเผด็จการ ซีซัน 2 นี้ก็ขยี้ต่อตรงจุดเปลี่ยนโลกอย่าง การรัฐประหาร 12 ธันวาคม (เหตุการณ์เดียวกับในหนัง 12.12: The Day ที่คนดูแล้วไฟลุกทั่วบ้านทั่วเมืองนั่นแหละ!) พอเปลี่ยนยุคปุ๊บ ดุลอำนาจรอบตัวคุณพี่ แบคกีแท คือเปลี่ยนฟีลทันที

หน่วย KCIA ที่เคยยิ่งใหญ่ในซีซันแรกคือโดนลดบทบาทฮวบ ๆ ซีซันนี้เลยเน้นความเอาชีวิตรอดแบบดุเดือด ระหว่างอดีตตัวเต็งที่กำลังขาลง กับแก๊งทหารที่กำลังรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ แล้วที่พีคสุดคือสองพี่น้อง แบคกีแท กับ แบคกีฮยอน (อูโดฮวาน) ที่เคยรักกันดีกอดคอกันรอด มาซีซันนี้พอเลือกเดินคนละทาง ปลายทางเลยกลายเป็นต้องมายืนบวกกันเองแบบขมวดคิ้วดราม่าฉ่ำ ๆ กันเลยงานนี้!



เอาจริง ส่วนตัวมองว่า Made in Korea ยังรักษามาตรฐานความเริ่ดไว้ได้แบบไม่มีตก! สมมงการเป็น "ผลงานระดับตัวพ่อของเกาหลี" ของแท้ โดยเฉพาะการได้ ฮยอนบิน มาเป็นศูนย์กลางจักรวาล ในบท แบคกีแท ที่ซีซันนี้ตัวบทส่งให้แกมีความบวก มีความเข้มข้นกว่าซีซันแรกไปอีกกก!

ตัวละครนี้คือเติบโตขึ้นตามระดับอำนาจในมือ พร้อมความทะเยอทะยานที่พุ่งทะลุจักวาล นาทีนี้เลยไม่ได้มานั่งลุ้นแล้วนะว่าจะขึ้นไปจุดสูงสุดได้ไหม แต่ต้องมานั่งเกาะขอบจอลุ้นว่า คุณพี่ ฮีจะงัดไม้ไหน หรือวางแผนการเมืองทรงพลังยังไง มารับมือกับคู่แข่งสายแข็งที่พร้อมจะทุบทุกอย่างที่คุณพี่สร้างมาต่างหาก!

ส่วนบทบาทของ อูโดฮวาน ในบท แบคกีฮยอน บอกเลยว่าซีซันนี้ได้ปล่อยของแบบจัดเต็ม! ขยายบทขึ้นมาจากซีซันแรกเยอะมากกก คุณน้องต้องคอยเลี้ยงไข้รักษาสมดุลแบบ precarious สุด ๆ กับพี่ชาย ไปพร้อม ๆ กับการเซฟอนาคต และความทะเยอทะยานของตัวเอง



ถ้าซีซันแรกเน้นตีกันระหว่าง KCIA กับฝั่งอัยการ พอมาซีซัน 2 คือยกระดับความฉอด ความบวก ขึ้นไปอีกขั้น! จับเอาหน่วยข่าวกรองมาชนกับแก๊งกองทัพที่กำลังตั้งไข่อำนาจใหม่ มันเลยทำให้ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องยิ่งรุนแรง หน่วงดราม่า ขึ้นไปอีก

มองในแง่การเมือง สองคนนี้คือเดินหน้าแล้วถอยไม่ได้เลยจ้า! ต่างฝ่ายต่างกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจที่ต้องกำจัดทิ้ง แต่ความพีคคือพวกแกเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกันไง จะบี้กันให้ดับมันเลยทำใจยากดราม่าจุก ๆ ทางอารมณ์สุด ๆ ซึ่ง อูโดฮวาน เล่นดีมากกก! ถ่ายทอดฟีลคนที่รู้ว่าเกมอำนาจบังคับให้ต้องใจร้าย แต่ในใจคือยังตัดสายสัมพันธ์พี่น้องไม่ขาด สีหน้าหน้าเครียด วิตกกังวลตั้งแต่ตอนแรก ๆ ของคุณน้องคือตะโกนออกมาเลยว่า ทางข้างหน้าไม่รอดแบบสวย ๆ แน่นอน!



การกลับมาของ จองอูซอง ในบท จางกอนยอง บอกเลยว่าเติมเชื้อไฟให้ซีซันนี้เดือดขึ้นแบบ 300%! ย้อนไปซีซันแรก คุณพี่แกทุ่มสุดตัวกะจะทุบ แบคกีแท ให้จมดิน แต่ดันพลาดท่าตกหลุมพรางที่เค้าวางไว้ซะงั้น เสียทั้งชื่อเสียง เสียทั้งตำแหน่ง ยับเยินไม่ไหว

พอรอบนี้กลับมาใหม่ ปล่อยจอยเรื่องเกียรติยศกับความปลอดภัยส่วนตัวไปหมดแล้วจ้า! สิ่งเดียวที่เหลืออยู่ในหัวคือไฟแค้นล้วน ๆ หมกมุ่นอยู่แค่อย่างเดียวคือต้องลาก แบคกีแท ลงนรกให้ได้ ความแค้นระดับตัวพ่อแบบนี้นี่แหละ ที่กลายเป็นตัวจุดชนวนความตึงเครียดให้ซีซัน 2 ดุเดือดจนลืมหายใจ!



ด้านงานกำกับ ตัวพ่ออย่าง อูมินโฮ ที่เคยพาเราไปขุดด้านมืดประวัติศาสตร์เกาหลีกับเกมอำนาจสุดคดโกงจาก Inside Men, The Drug King และ The Man Standing Next รอบนี้แกก็ยังคงคุมมู้ดเดิมได้เป๊ะ แถมเพิ่มดีกรีความเข้มข้นขึ้นไปอีก! เอาจริง มีคนแซวติดตลกว่า Made in Korea มันคือ "The Man Standing Next  ที่พยายามจะตัวมัมแบบ The Drug King"  ซึ่งพูดอีกก็ถูกอีกนะ!

ซีซัน 2 นี้แม้จะมีกลิ่นอายเดจาวูจากงานเก่า ๆ ของผู้กำกับลอยมาบ้าง แต่แกยังคงเสิร์ฟสายตาตื่นรู้ที่เย็นชา และเฉียบขาดใส่ประวัติศาสตร์เกาหลีเหมือนเดิม ถึงจะเปลี่ยนชื่อตัวละครไม่ให้ตรงกับคนในประวัติศาสตร์จริง แต่ดูแป๊บเดียวก็รู้เลยว่านี่คือเหตุการณ์ไหน และแกกำลังฟาดใครอยู่!

ผ่านสายตาของ แบคกีแท ซีรีส์บีบให้เราต้องนั่งดูโศกนาฏกรรมยุคนั้นค่อย ๆ คลี่คลายออกมา รวมกับความรู้สึกขมขื่นที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกันก็สะท้อนเงามืดที่ครอบคลุมประวัติศาสตร์เกาหลีแบบไม่แผ่ว พอ ๆ กับความทะเยอทะยานของ แบคกีแท ที่พร้อมกลืนกินทุกอย่างรอบตัว ดูแล้วมันมีความรู้สึกจุก หนักหน่วง และพ่ายแพ้อยู่ในใจ แต่จุดแข็งเริ่ด ๆ และรสชาติความขมที่กลืนง่ายของเรื่องนี้ คือการย่อยประวัติศาสตร์ตึง ๆ ให้กลายเป็นซีรีส์อาชญากรรมระทึกขวัญที่กระชับ ลุ้นระทึกจนหยุดดูไม่ได้เลยนี่แหละ!



แต่ใด ๆ คือ ซีซัน 2 ดันเจอโจทย์ดราม่าที่ยากกว่าซีซันแรกซะงั้น! ในซีซันแรก คนที่พอรู้ประวัติศาสตร์เกาหลีอยู่แล้วก็พอจะเดาออกว่ายังไง KCIA ก็ชนะแน่ ๆ แต่มารอบนี้ ความแน่นอนนั้นคือหายวับไปกับตา! เพราะถ้าซีรีส์อิงตามประวัติศาสตร์จริงแบบเป๊ะ ๆ จนถึงตอนจบ แบคกีแท ในฐานะตัวเต็งของ KCIA ก็ควรจะต้องเจอจุดจบแบบอนาถสุด ๆ ปะ?



ทีนี้เลยต้องมาลุ้นกันว่า ผู้กำกับ อูมินโฮ จะเอาองค์ประกอบฟิกชันมาผสมกับหน้าประวัติศาสตร์ที่โดนสปอยล์ผลลัพธ์ไว้แล้วยังไง ให้กลายเป็นเรื่องราวที่ลุ้นจนนั่งไม่ติดเบาะ! นี่แหละที่ทำให้ตอนจบมันฟีลคาดเดาไม่ได้ยิ่งกว่าเดิม แต่ความเศร้าจุกอกที่แท้จริงคือ ไม่ว่าฝั่งไหนจะเป็นฝ่ายชนะ... ปลายทางก็ไม่มีอนาคตที่ดีรอพวกแกอยู่เลยสักคน!



เอาเป็นว่าใครสายการเมืองเข้มข้น ชอบเกมอำนาจดุเดือดตึง ๆ หรือเป็นติ่งตัวยงของเหล่าตัวพ่ออย่าง ฮยอนบิน, อูโดฮวาน และจองอูซอง ที่รอบนี้มาประชันบทบาทกันแบบลืมตาย  บอกเลยว่าตอบโจทย์มาก!  ยิ่งถ้าใครเป็นสายชอบประวัติศาสตร์เกาหลี หรือเคยอินกับหนัง 12.12: The Day มาก่อน รับรองว่าดูแล้วไฟลุกกก ลุ้นจนนั่งไม่ติดเบาะแน่นอน!

แต่ในทางกลับกัน ใครที่กำลังมองหาซีรีส์ฟีลกู๊ด รักหวานแหวว หรืออยากดูอะไรเบาสมองพักผ่อนใจ อาจจะยังไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่น้าาา เพราะ Made in Korea  ซีนนี้คือเนื้อหาแน่นตึ๊บ ดราม่าหน่วงตับแตก แถมความซับซ้อนทางการเมืองคือจัดเต็มสุด ๆ

แต่ถ้าคิดว่าตัวเองเป็นสายแข็งพอ  แล้วอยากสัมผัสความสนุกแบบเข้มข้นจัดเต็ม บอกเลยว่าต้องรีบไปเก็บ! ตามไปตำกันได้แล้ววันนี้ มีให้เลือกทั้งแบบ ซับไทย ได้อารมณ์เสียงแท้สะใจ และ พากย์ไทย ฟังเพลินครบทุกอารมณ์ ลุยได้เลยทาง Disney+ เท่านั้นจ้า!



ภาพ Instagram disneypluskr

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่