ผมลองใช้ Mandala Chart วางแผนชีวิตแบบนักกีฬาระดับโลก!

เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมนักกีฬาระดับโลกอย่างโชเฮ โอทานิ ถึงวางแผนชีวิตได้อย่างเป็นระบบขนาดนั้น? ผมเลยลองหยิบเครื่องมือที่เขาใช้มาลองทำดูบ้าง แล้วมันคือ Mandala Chart ที่ผมเจอในหนังสือ 2 เล่มพอดี วันนี้เลยอยากมาเล่าที่มา วิธีทำ และชวนทุกคนลองทำไปด้วยกัน

สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมมีเรื่องอยากมาแชร์ครับ เคยไหมครับที่รู้สึกว่าเป้าหมายในหัวมันเยอะจนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน?
อยากเก่งขึ้น อยากสุขภาพดีขึ้น อยากมีวินัยมากขึ้น แต่พอจะลงมือทำจริงกลับไม่รู้จะแตกออกมาเป็นขั้นตอนยังไงดี
ผมเองก็เจอปัญหานี้บ่อยครับ จนกระทั่งไปเจอเครื่องมือหนึ่งจากหนังสือ "วิธีการจัดระเบียบความคิด" ของนักเขียนชาวเกาหลี
แล้วบังเอิญไปเจอมันอีกครั้งในหนังสือ "The Power of Output" ของนักเขียนชาวญี่ปุ่น ทั้งสองเล่มพูดถึงเครื่องมือเดียวกันคือ Mandala Chart 
ผมเลยรู้สึกว่ามันน่าจะมีอะไรดีจริง เลยลองเอามาใช้ดูครับ

Mandala Chart คืออะไรกันแน่?
พูดง่ายๆ คือตารางขนาด 9x9 ช่อง รวม 81 ช่อง ที่ช่วยให้เราแตกเป้าหมายใหญ่ๆ ในหัว ให้กลายเป็นขั้นตอนเล็กๆ ที่จับต้องได้จริง หลักการคร่าวๆ มีดังนี้
- ช่องตรงกลางของตารางใหญ่ คือ "เป้าหมายหลัก" ที่เราต้องการไปให้ถึง
- ล้อมรอบด้วย 8 ช่อง ที่เป็น "หัวข้อย่อย" หรือองค์ประกอบสำคัญที่จะพาไปถึงเป้าหมายนั้น
- แต่ละหัวข้อย่อยทั้ง 8 จะถูกนำไปเป็นจุดศูนย์กลางของตารางย่อยอีกชุด แล้วแตกต่อว่าต้องทำอะไรบ้างถึงจะบรรลุหัวข้อนั้น

ลองนึกภาพตามนะครับ ถ้าเป้าหมายของเราคือ "อยากมีสุขภาพดี" หัวข้อย่อยอาจเป็น การออกกำลังกาย การกิน การนอน สภาพจิตใจ ฯลฯ แล้วแต่ละหัวข้อย่อยนี้ก็จะถูกแตกย่อยลงไปอีกว่าต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน เห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ
ว่าทำไมมันถึงช่วยให้เป้าหมายที่เคยดูไกลตัว กลายเป็นสิ่งที่ทำได้จริง

แล้ว Mandala Chart มาจากไหน?
ข้อเท็จจริง: ตามข้อมูลที่มีการอ้างอิงกันอย่างแพร่หลาย Mandala Chart (หรือชื่อเดิมว่า Mandal-Art)
ถูกคิดค้นโดย Yasuo Matsumura (松村寧雄) นักที่ปรึกษาธุรกิจชาวญี่ปุ่น ในช่วงปลายทศวรรษ 1970
โดยได้แรงบันดาลใจจาก "มณฑล" (Mandala) ในศิลปะและปรัชญาพุทธศาสนา
ซึ่งเป็นภาพวาดที่จัดเรียงองค์ประกอบต่างๆ รอบจุดศูนย์กลางอย่างเป็นระบบ สื่อถึงความสมบูรณ์และการเชื่อมโยงกันของสรรพสิ่ง

แล้วทำไมถึงเชื่อมโยงกับ "นักกีฬาระดับโลก" ล่ะ?
เพราะ โชเฮ โอทานิ (Shohei Ohtani) นักเบสบอลชื่อดัง เคยทำตารางนี้ตั้งแต่สมัยเป็นนักเรียนมัธยมปีที่ 1 ที่โรงเรียน Hanamaki Higashi ภายใต้คำแนะนำของโค้ช Hiroshi Sasaki เพื่อวางแผนไปสู่เป้าหมาย "เป็นผู้เล่นดราฟต์อันดับ 1 จาก 8 ทีมใหญ่" พอภาพตารางของเขาถูกแชร์ไปทั่วโลก ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมากลองนำมาใช้กับเป้าหมายของตัวเอง รวมถึงผมด้วยครับ

มุมมองส่วนตัว: พอผมได้ลองทำตารางนี้เอง สิ่งที่รู้สึกได้ชัดคือ มันบังคับให้เราคิดอย่างเป็นระบบมากขึ้น แทนที่จะคิดวนไปวนมาในหัว เราต้องเขียนออกมาให้ครบ 8 ช่อง ซึ่งบางทีก็ทำให้เจอมุมที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อนด้วยครับ ใครเคยลองทำแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ อยากรู้เหมือนกันว่าคนอื่นเจอปัญหาแบบผมไหม ตอนต้องคิดให้ครบ 8 หัวข้อ

วิธีทำ Mandala Chart ด้วยตัวเอง
1. กำหนดเป้าหมายหลัก เขียนเป้าหมายที่ต้องการไว้ตรงกลางตารางใหญ่
2. แตกเป็น 8 หัวข้อย่อย คิดว่าอะไรบ้างที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเป้าหมายนั้น
3. เอาหัวข้อย่อยไปตั้งเป็นศูนย์กลางของตารางย่อย แล้วแตกต่อว่าแต่ละหัวข้อย่อยนั้น ต้องลงมือทำอะไรบ้าง 8 อย่าง
4. ทวนภาพรวมทั้งหมด เมื่อกรอกครบ 81 ช่อง จะเห็นแผนที่ความคิดที่เชื่อมโยงจากภาพใหญ่ถึงการกระทำย่อยอย่างเป็นระบบ
5. เอาไปใช้จริง เลือกลงมือทำทีละข้อ แล้วกลับมาทบทวนตารางเป็นระยะ
ฟังดูเยอะใช่ไหมครับ 81 ช่อง? แต่พอลงมือทำจริงๆ มันไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยครับ

อยากลองทำแต่ไม่อยากตีตารางเอง?
ถ้าใครอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอยากลองทำ Mandala Chart ดูบ้าง แต่ขี้เกียจนั่งตีตารางในกระดาษหรือ Excel ผมได้ลองสร้างเว็บไซต์สำหรับทำ Mandala Chart ขึ้นมาเองครับ ใช้งานง่าย กรอกเป้าหมายและหัวข้อย่อยได้ทันทีผ่านหน้าเว็บ เดี๋ยวผมแนบไว้ให้ตามนี้ Mandala Chart  แล้วมาเล่าให้ฟังหน่อยว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ในตารางคืออะไรบ้าง!

สรุป
- Mandala Chart คือตาราง 9x9 (81 ช่อง) สำหรับจัดระเบียบความคิดและวางแผนเป้าหมายอย่างเป็นระบบ
- แนวคิดนี้ริเริ่มโดย Yasuo Matsumura ได้แรงบันดาลใจจากมณฑลในศิลปะพุทธศาสนา
- โชเฮ โอทานิ คือบุคคลที่ทำให้เครื่องมือนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก
- หลักการใช้งานคือ แตกเป้าหมายใหญ่เป็นหัวข้อย่อย แล้วแตกหัวข้อย่อยเป็นการกระทำที่จับต้องได้
ลองทำตารางออนไลน์ได้ทันทีผ่านเว็บไซต์ที่แนบไว้ตามนี้ Mandala Chart

ตัวอย่างตารางที่สร้างครับ


ผู้เขียน: golfmashare
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่