บันทึกหน้าหนึ่งของการเดินทาง : ซินเจียงใต้ ตอนที่ 11

ตอนที่ 11 ลงในวันที่ 11/9

คัชการ์ยามเช้า กับวันที่จะกลับบ้าน



เช้าวันนี้เราไม่มีโปรแกรมอะไรมากนัก ออกจากโรงแรมก่อนเที่ยงก็ยังมีเวลาเหลือพอ เพราะไฟลท์กลับเซี่ยงไฮ้ของเราออกเวลา 14.45 น. และใช้เวลาเดินทางไปสนามบินประมาณ 40 นาที

หลังอาหารเช้า ฉันกับเพื่อนจึงตกลงกันว่า

ก่อนกลับบ้าน ขอไปเดินเมืองเก่าคัชการ์อีกสักรอบ

แต่สิ่งหนึ่งที่เราไม่รู้ก็คือ…

เมืองเก่าเปิดสายค่ะ!

ประมาณ 8 โมงครึ่ง เราไปถึงทางเข้าที่เคยใช้ แต่ประตูยังปิดสนิท

เอาละสิ…ทำยังไงดี?

ในเมื่อเข้าไม่ได้ ก็เดินเล่นดูเมืองไปก่อนแล้วกัน

เช้าวันเสาร์ ถนนค่อนข้างเงียบ รถยังไม่มาก แต่เสียงแตรยังทำงานกันอย่างขยันขันแข็งตามสไตล์เมืองจีน 😂



เดินไปอีกประมาณเจ็ดแปดร้อยเมตร เราก็เจอทางเข้าอีกทางหนึ่ง มีประตูเล็ก ๆ เปิดอยู่ และเห็นนักท่องเที่ยวบางคนเดินเข้าไปเหมือนกัน

เอาล่ะ…เข้าได้แล้วก็แล้วกัน!

เมืองเก่าในยามเช้า



เมืองเก่าคัชการ์ในเช้าวันนั้นต่างจากวันที่เราเคยเห็นอย่างสิ้นเชิง

ร้านค้าส่วนใหญ่ยังไม่เปิด นักท่องเที่ยวยังน้อย แสงแดดยามเช้าส่องลงบนอาคารเก่า ๆ ทำให้เห็นรายละเอียดของสถาปัตยกรรมชัดขึ้น ทั้งประตู หน้าต่าง และลวดลายต่าง ๆ

บางบ้านเริ่มมีคนออกมาใช้ชีวิต เด็ก ๆ ออกมาวิ่งเล่นกันบ้างเป็นระยะ

เป็นเมืองเก่าที่กำลังค่อย ๆ ตื่นขึ้นมา

ฉันกลับรู้สึกว่า บรรยากาศแบบนี้มีเสน่ห์ไปอีกแบบ

เราเลยเดินถ่ายรูปกันอย่างสบาย ๆ เก็บมุมที่วันก่อนคนเยอะจนถ่ายไม่ได้







จนเพื่อนสะกิดขึ้นมา

“ฉันต้องซื้อของฝากนะ”

โอเค…

จากภารกิจถ่ายรูป เปลี่ยนเป็นภารกิจช้อปปิ้งทันที 😂

ปัญหาคือร้านส่วนใหญ่ยังไม่เปิด แต่ในที่สุดเราก็เจอร้านหนึ่งเปิดอยู่

เจ้าของร้านเป็นหนุ่มน้อยตัวสูง หน้าตาดีทีเดียว

แต่…

พูดกันไม่รู้เรื่องค่ะ

Google Translate จึงต้องทำงาน และเมื่อเพื่อนซื้อหลายชิ้น ฉันก็รับหน้าที่ต่อราคาเหมือนเช่นเคย

หนุ่มน้อยทำท่าทางเหมือนต้องโทรไปถามใครสักคน เราได้ยินเสียงผู้หญิงจากปลายสาย

ฉันกับเพื่อนแอบกระซิบกันว่า

“อ๋อ…สงสัยโดนแฟนไล่มาเฝ้าร้าน!”

555

สุดท้ายเขาเปิด Speakerphone เป็นวิดีโอคอล เราชูของที่จะซื้อ ใช้เครื่องคิดเลขกดราคา คุยกันด้วย Google Translate ผสมภาษามือกันอยู่พักหนึ่ง

และแน่นอน…

ต่อได้ค่ะ!

เพื่อนซื้อเกือบครบโหล และได้ส่วนลดประมาณ 15% จากราคาป้าย

ก่อนออกจากร้าน ฉันถามหนุ่มน้อยว่า เมื่อกี้คุยกับใคร

เขาตอบว่า

“มามา”

อ้าว!

ที่แท้ แม่ นั่นเอง 😂

วันนี้แม่สั่งให้ลูกชายมาเปิดร้านก่อน และเพราะเขาไม่ค่อยรู้ราคาสินค้า จึงต้องโทรถามแม่ทุกครั้ง

จากที่เราแอบนินทาว่าโดนแฟนไล่มาเฝ้าร้าน สุดท้ายกลายเป็นหนุ่มน้อยที่มาช่วยแม่ขายของ

น่ารัก แถมดูเป็นเด็กกตัญญูอีกต่างหาก

ก่อนออกจากร้าน ฉันเลยขอถ่ายรูปกับเขาไว้เป็นที่ระลึกเสียหน่อย



เดินต่อไป เราเจอนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นสองคน จึงช่วยกันผลัดกันถ่ายรูปให้กัน เจอนักท่องเที่ยวจากไต้หวันอีกกลุ่ม

และระหว่างที่เรากำลังพยายามถ่ายรูปให้กัน ก็มีผู้ชายวัยประมาณ 50 ปี เดินเข้ามาถามฉันว่า

“มาจากญี่ปุ่นใช่ไหม?”

ฉันยิ้มแล้วตอบว่า

“ไทกั๋ว”

เขายกนิ้วโป้งให้ทันที

ที่น่ารักกว่านั้นคือ เขาอาสาถ่ายรูปให้เราสองคนด้วย พยายามหามุมให้อย่างตั้งใจ

ส่วนองค์ประกอบของภาพ…

เอาเป็นว่า น้ำใจดีมากค่ะ ปลายเท้าจะหาย รูปจะเอียงนิดหน่อย ช่างมันเถอะ 😂

ฉันรับรูปมาแล้วพูดว่า

“เซี่ยเซี่ย”

ขอบคุณสำหรับน้ำใจในเช้าวันนั้น



ได้เวลาแล้ว เรากลับมารอรถเพื่อไปสนามบิน

และฉันคิดว่าวันนี้คงไม่มีอะไรให้ลุ้นอีกแล้ว

แต่…

คิดผิดค่ะ

เมื่อชื่อและนามสกุลยาวเกินไป

ตอนเช็กอินเที่ยวบินจากคัชการ์ไปเซี่ยงไฮ้ ฉันสังเกตเห็นว่า ชื่อและนามสกุลเมื่อสะกดเป็นภาษาอังกฤษรวมกันแล้ว ยาวเกินกว่าจะพิมพ์ลงบนตั๋วได้ครบ

ฉันเคยได้ยินน้องที่ทำงานเล่าว่าเคยเจอปัญหาแบบนี้มาก่อน จึงรีบทักเจ้าหน้าที่ทันที

แต่ทุกคนบอกว่า

ไม่มีปัญหา

ฉันก็เลยพยายามเชื่อค่ะ

จนกระทั่งตอนผ่านจุดตรวจ เจ้าหน้าที่กลับเรียกไว้ เพราะชื่อบนตั๋วไม่ตรงกับพาสปอร์ต

คราวนี้เริ่มใจไม่ดีแล้วค่ะ เพราะไกด์ออกไปแล้ว และฉันก็ฟังภาษาจีนไม่ค่อยรู้เรื่อง

โชคดีที่มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงเข้ามาช่วย พาฉันไปยังเคาน์เตอร์อีกแห่ง ตรวจสอบเอกสาร ประทับตรา และแนบเอกสารไว้กับตั๋ว

เรียบร้อย…

แต่ฉันก็ยังอดกังวลไม่ได้ว่า

แล้วตอนต่อเครื่องที่เซี่ยงไฮ้จะมีปัญหาไหม?

ฉันจึงติดต่อทัวร์ผ่าน LINE ทางทัวร์ช่วยเขียนข้อความภาษาจีนอธิบายเหตุการณ์ให้เก็บไว้ และบอกว่าหากมีปัญหาที่เซี่ยงไฮ้ ให้โทรกลับมาเพื่อช่วยประสานงาน

สุดท้าย…

ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ

เรื่องชื่อยาว จบลงด้วยดี



ส่วนเที่ยวบินจากคัชการ์ไปเซี่ยงไฮ้ ฉันเจอสจ๊วตที่บริการดีมาก จนอดไม่ได้ที่จะถ่ายคลิปไว้

พอโพสต์ให้เพื่อนดู ทุกคนกลับไม่ได้สนใจเรื่องเซอร์วิสเท่าไร

แต่ถามว่า

“เซอร์วิสดีมาก…หรือหน้าตาสจ๊วตดี?”

555555

ขอไม่ตอบค่ะ!



จากเซี่ยงไฮ้กลับสุวรรณภูมิ เครื่องแน่นมาก และที่สำคัญคือเกินครึ่งน่าจะเป็นคนไทยด้วยกันนี่แหละ

ในที่สุด…

เราก็กลับถึงสนามบินสุวรรณภูมิอย่างปลอดภัย



จบทริปการผจญภัยซินเจียงใต้ 8 วัน 7 คืน

ดินแดนที่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะได้ไป

ทุกอย่างเริ่มต้นจาก คลิปหนึ่งที่ผ่านเข้ามาใน TikTok

คลิปนั้นทำให้ฉันเกิดแรงบันดาลใจว่า

อยากไปเที่ยวดินแดนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนสักครั้ง

แล้วจากคลิปสั้น ๆ เพียงคลิปเดียว ก็กลายมาเป็นการเดินทาง 8 วัน 7 คืน

จากกรุงเทพฯ ไปสู่ซินเจียงใต้
และจากซินเจียงใต้…กลับมาถึงบ้าน

พร้อมเรื่องราวอีกมากมายที่ฉันคงจำได้ไปอีกนาน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่