เชื้อราในช่องคลอด ปัญหาของสาวๆ ที่ไม่ควรมองข้าม

วันนี้พี่หมอฝั่งธน..จะมาให้ความรู้  ideaเชื้อราในช่องคลอด ปัญหาของสาวๆ ที่ไม่ควรมองข้ามidea

“คุณหมอ…หนูคันมากเลย คันจนบางครั้งต้องแอบเกา แต่ยิ่งเกายิ่งแสบ”
ประโยคนี้เป็นหนึ่งในคำบอกเล่าที่แพทย์ผู้หญิงได้ยินอยู่บ่อยครั้งจากคนไข้ที่เข้ามาปรึกษาเรื่องสุขภาพจุดซ่อนเร้น
บางคนเริ่มจากอาการคันเล็กๆ แล้วคิดว่าเดี๋ยวก็คงหาย
บางคนสังเกตว่ามีตกขาวเปลี่ยนไป แต่ก็คิดว่าอาจเป็นเพราะใกล้มีประจำเดือน
บางคนรู้สึกแสบหลังปัสสาวะ หรือเจ็บเวลามีเพศสัมพันธ์ แต่ไม่กล้าบอกใคร
และมีอีกหลายคนที่เลือกซื้อยามาใช้เอง เพราะรู้สึกว่าเป็นเรื่องส่วนตัวเกินกว่าจะไปพบแพทย์
จริงๆ แล้วอาการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย
หนึ่งในสาเหตุที่พบได้บ่อยคือ เชื้อราในช่องคลอด หรือที่ทางการแพทย์เรียกว่า Vulvovaginal Candidiasis ซึ่งเกิดจากเชื้อรากลุ่ม Candida ที่เจริญมากเกินสมดุลบริเวณช่องคลอดและอวัยวะเพศภายนอก
ปัญหาคือ อาการของเชื้อราในช่องคลอดอาจคล้ายกับการติดเชื้อชนิดอื่น หากรักษาไม่ตรงสาเหตุ อาการอาจไม่หายและกลับมาเป็นซ้ำได้

“ทำไมอยู่ดีๆ ถึงเป็นเชื้อรา ทั้งที่ดูแลตัวเองดี?”
คำถามนี้มักตามมาทันที
ต้องเข้าใจก่อนว่า บริเวณช่องคลอดไม่ได้เป็นพื้นที่ที่ “ไม่มีเชื้อโรค”
แต่มีจุลินทรีย์หลายชนิดอาศัยอยู่ตามธรรมชาติ รวมถึงเชื้อ Candida ในปริมาณเล็กน้อย
เมื่อสมดุลของบริเวณนั้นเปลี่ยนไป เชื้อราบางชนิดอาจเพิ่มจำนวนมากขึ้นจนก่อให้เกิดอาการ
ดังนั้น การเป็นเชื้อราไม่ได้หมายความว่าเป็นคนสกปรก หรือดูแลความสะอาดไม่ดี



ปัจจัยที่ทำให้เกิดเชื้อราได้ง่ายขึ้นมีหลายอย่าง เช่น
การใช้ยาปฏิชีวนะบางชนิด เพราะอาจรบกวนแบคทีเรียดีที่ช่วยรักษาสมดุลในช่องคลอด
ระดับน้ำตาลในเลือดสูงหรือควบคุมเบาหวานได้ไม่ดี
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น ช่วงตั้งครรภ์ หรือบางช่วงของรอบเดือน
ภูมิคุ้มกันลดลง
การใช้ยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์
สวมเสื้อผ้าหรือกางเกงที่รัดแน่นและอับชื้นเป็นเวลานาน
สภาพแวดล้อมที่มีความชื้นสูง
การระคายเคืองจากผลิตภัณฑ์บริเวณจุดซ่อนเร้นบางชนิด
บางครั้งจึงไม่ได้มี “ความผิด” จากพฤติกรรมเพียงอย่างเดียว แต่อาจเป็นเรื่องของสมดุลภายในร่างกายที่เปลี่ยนแปลง

ideaอาการแบบไหนที่ชวนสงสัยว่าเป็นเชื้อรา
ลองนึกภาพตัวเองในช่วงเช้า
ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกคันบริเวณปากช่องคลอด พอเข้าห้องน้ำก็รู้สึกแสบเล็กน้อย หลังจากนั้นตลอดทั้งวันก็รู้สึกระคายเคืองจนไม่มีสมาธิทำงาน
บางคนอาจมีอาการเหล่านี้ร่วมกัน
1. คันบริเวณช่องคลอดและปากช่องคลอด
เป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก บางคนคันบริเวณด้านใน บางคนคันบริเวณอวัยวะเพศภายนอก
เมื่อเกาบ่อยๆ ผิวหนังอาจเกิดการระคายเคือง แดง บวม หรือมีแผลถลอกตามมาได้
2. ตกขาวเปลี่ยนไป
ตกขาวจากเชื้อราอาจมีลักษณะ ขาวข้น จับตัวเป็นก้อน คล้ายแป้งเปียกหรือคราบนม และมักไม่ได้มีกลิ่นเหม็นเด่นชัด
แต่ลักษณะของตกขาวเพียงอย่างเดียวไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นเชื้อรา เพราะการติดเชื้อชนิดอื่นก็ทำให้ตกขาวผิดปกติได้เช่นกัน
3. แสบหรือระคายเคือง
อาจรู้สึกแสบบริเวณปากช่องคลอด โดยเฉพาะหลังปัสสาวะ หากผิวหนังบริเวณนั้นมีการอักเสบ
4. เจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์
หากบริเวณช่องคลอดมีการอักเสบ อาจทำให้รู้สึกเจ็บ แสบ หรือระคายเคืองขณะมีเพศสัมพันธ์

แล้วถ้ามีกลิ่นแรงล่ะ ใช่เชื้อราหรือไม่question
ตรงนี้อยากให้จำไว้เป็นพิเศษ
เชื้อราในช่องคลอดไม่ได้เป็นสาเหตุหลักของตกขาวที่มีกลิ่นคาวหรือกลิ่นเหม็นแรง
หากตกขาวมีลักษณะบาง สีเปลี่ยนไป มีกลิ่นคาวชัด หรือมีอาการผิดปกติอื่นร่วมด้วย อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ภาวะแบคทีเรียในช่องคลอดเสียสมดุล (Bacterial Vaginosis) หรือโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์บางชนิด
ดังนั้น หากมีตกขาวผิดปกติแล้วรีบซื้อยาฆ่าเชื้อรามาใช้ทันที อาจกลายเป็นการรักษาไม่ตรงโรค
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการวินิจฉัยจึงสำคัญกว่าการเดาจากอาการเพียงอย่างเดียว

“ถ้าเคยเป็นแล้ว อาการเหมือนเดิม ใช้ยาเดิมได้ไหมquestion
คำถามนี้เจอบ่อยมาก
บางคนเคยเป็นเชื้อรามาก่อน พอมีอาการคันอีกครั้งก็ซื้อยาตัวเดิมมาใช้ เพราะคิดว่าเป็นโรคเดิมแน่นอน
แต่ในความเป็นจริง อาการคันไม่ได้หมายความว่าเป็นเชื้อราเสมอไป
อาจเกิดจาก
การแพ้หรือระคายเคืองจากสบู่
ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น
ผ้าอนามัยหรือแผ่นอนามัย
น้ำหอม
สารหล่อลื่น
ถุงยางอนามัยบางชนิด
โรคผิวหนัง
การติดเชื้อแบคทีเรีย
โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
รวมถึงเชื้อราที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาบางชนิด
ดังนั้น หากใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้น เป็นซ้ำบ่อย หรืออาการครั้งนี้แตกต่างจากครั้งก่อน ไม่ควรรักษาตัวเองซ้ำไปเรื่อยๆ

การล้างช่องคลอดบ่อยๆ ช่วยป้องกันเชื้อราหรือไม่question
นี่เป็นอีกเรื่องที่อยากให้สาวๆ ระวัง
หลายคนคิดว่า ยิ่งล้างสะอาดมากเท่าไร ก็ยิ่งลดเชื้อโรคได้มากเท่านั้น
แต่ช่องคลอดมีกลไกในการรักษาสมดุลของตัวเองอยู่แล้ว การสวนล้างช่องคลอดหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารทำความสะอาดรุนแรง อาจรบกวนสมดุลของจุลินทรีย์และทำให้เกิดการระคายเคืองได้
การดูแลทั่วไปจึงเน้น
ล้างเฉพาะบริเวณภายนอกอย่างอ่อนโยน และหลีกเลี่ยงการสวนล้างเข้าไปภายในช่องคลอด
ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำหอม สเปรย์ หรือผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นหอมเพื่อทำให้ช่องคลอดมีกลิ่นหอม
เพราะสุขภาพของช่องคลอดไม่ได้วัดจาก “ต้องหอม” แต่ควรดูจากการไม่มีอาการผิดปกติและมีสมดุลที่เหมาะสม

ideaเป็นเชื้อรา ต้องงดมีเพศสัมพันธ์หรือไม่
หากกำลังมีอาการคัน แสบ บวม หรือเจ็บบริเวณช่องคลอด การพักการมีเพศสัมพันธ์จนกว่าอาการจะดีขึ้นมักช่วยลดการระคายเคืองได้
เพราะการเสียดสีอาจทำให้อาการแย่ลง
นอกจากนี้ ยาทาภายนอกหรือยาสอดบางชนิดอาจมีส่วนประกอบที่ทำให้วัสดุของถุงยางอนามัยบางประเภทเสื่อมประสิทธิภาพได้ จึงควรอ่านคำแนะนำของยาและสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับการคุมกำเนิดระหว่างการรักษา
ที่สำคัญ เชื้อราในช่องคลอด ไม่จัดเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยตรง แม้กิจกรรมทางเพศอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดหรือการระคายเคืองของอาการในบางคน

แล้วผู้ชายต้องรักษาด้วยหรือไม่
โดยทั่วไป หากฝ่ายชายไม่มีอาการ ไม่จำเป็นต้องรักษาเป็นคู่เพียงเพราะฝ่ายหญิงเป็นเชื้อรา
แต่ถ้าฝ่ายชายมีอาการบริเวณอวัยวะเพศ เช่น คัน แดง ระคายเคือง หรือมีผื่น ควรพบแพทย์เพื่อประเมินสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสม

เชื้อรากลับมาเป็นซ้ำ เพราะอะไร
“คุณหมอ หนูเพิ่งรักษาไปเอง ทำไมกลับมาเป็นอีกแล้ว?”
หากเป็นครั้งเดียวแล้วหายสนิท ส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นเรื่องน่ากังวลมาก
แต่ถ้าเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้ง อาจต้องหาปัจจัยที่อยู่เบื้องหลัง เช่น
เบาหวานหรือระดับน้ำตาลในเลือดสูง
การใช้ยาปฏิชีวนะบ่อย
ภูมิคุ้มกันผิดปกติ
การใช้ยาบางชนิด
การติดเชื้อจากเชื้อรา Candida บางสายพันธุ์ที่ตอบสนองต่อยาบางชนิดได้ไม่ดี
หรือจริงๆ แล้วอาการที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มาจากเชื้อรา
หากมีอาการเป็นซ้ำบ่อย แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมเพื่อยืนยันชนิดของเชื้อและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ideaมีอาการแบบไหนที่ควรไปพบแพทย์
อยากให้ลองใช้หลักง่ายๆ ว่า
“ถ้าไม่แน่ใจ อย่าเดาโรคจากอาการเพียงอย่างเดียว”
ควรพบแพทย์หาก
มีอาการครั้งแรกและไม่แน่ใจว่าเกิดจากอะไร
อาการรุนแรงมาก
มีไข้หรือปวดท้องน้อยร่วมด้วย
มีแผล ตุ่ม หรือเลือดออกผิดปกติ
ตกขาวมีกลิ่นแรงหรือเปลี่ยนสีชัดเจน
มีความเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ใช้ยารักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้น
อาการกลับมาเป็นซ้ำบ่อย
กำลังตั้งครรภ์
มีโรคประจำตัวหรือภาวะที่ทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง
โดยเฉพาะอาการ ปวดท้องน้อยมาก ไข้สูง อาเจียน หรือมีอาการป่วยมากผิดปกติ ไม่ควรคิดว่าเป็นเพียงเชื้อรา ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์

loveloveสิ่งที่อยากฝากไว้กับสาวๆ
ถ้าวันหนึ่งตื่นมาแล้วรู้สึกคันตรงนั้น
อย่าเพิ่งคิดว่า “สงสัยล้างไม่สะอาด”
ถ้ามีตกขาวผิดปกติ
อย่าเพิ่งคิดว่า “เดี๋ยวประจำเดือนก็คงหาย”
ถ้าเคยเป็นเชื้อรามาก่อน
อย่าเพิ่งสรุปว่า “ครั้งนี้ต้องเป็นเหมือนเดิมแน่ๆ”
และถ้ารู้สึกอายที่จะไปพบแพทย์
อยากให้ลองเปลี่ยนความคิดใหม่
เพราะสำหรับแพทย์ อาการคัน ตกขาว แสบ หรือเจ็บบริเวณจุดซ่อนเร้น ไม่ใช่เรื่องน่าอายเลย
มันคือ อาการทางสุขภาพอย่างหนึ่ง เหมือนอาการปวดท้อง ปวดศีรษะ หรือไอ
สิ่งสำคัญไม่ใช่การปิดบังอาการ แต่คือการรู้ว่าเกิดจากอะไรและได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
เชื้อราในช่องคลอดเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และสามารถรักษาได้
แต่สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การรักษาให้ตรงกับสาเหตุ
เพราะบางครั้งสิ่งที่เราคิดว่าเป็น “เชื้อรา” อาจไม่ใช่เชื้อราเลย
ดังนั้น หากมีอาการผิดปกติบริเวณจุดซ่อนเร้น อย่าปล่อยให้ความอายทำให้ต้องทนกับอาการนานเกินไป
รู้สาเหตุให้ชัด รักษาให้ตรงจุด และกลับมาดูแลสุขภาพของตัวเองอย่างมั่นใจอีกครั้ง

ความรุ้เพิ่มเติม
https://www.thonburihospital.com/

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่